“เศรษฐา” ยอมรับ สถานการณ์ในอิสราเอลยังไม่น่าไว้วางใจ แต่ยืนยันตัวประกันทั้ง 17 คนยังปลอดภัย สั่งให้เช่าเที่ยวบิน Airbus A380 เพิ่ม รับคนไทยกลับบ้านได้ครั้งละ 500 คน ย้ำแรงงานไทยไม่ใช่เป้าหมายของฮามาส ยังไม่เปลี่ยนแปลงท่าทีแม้สูญเสียเยอะ

วันที่ 15 ตุลาคม 2566 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินความไม่สงบในอิสราเอล เมื่อถามว่า ตัวประกันที่ถูกจับทั้ง 17 คน ยังปลอดภัยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ณ จุดนี้ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ เมื่อถามว่า ยังไม่ได้รับคำตอบใช่หรือไม่ว่าจะปล่อยตัวมาเมื่อใด นายกฯ กล่าวว่า “ยังครับ แต่มีการทำงานตลอด คืนนี้รองนายกฯ จะมีการพูดคุยกับบางประเทศอยู่ เพื่อจะสร้างความมั่นใจว่าตัวประกันเราปลอดภัย”

เมื่อถามถึงสถานการณ์ในอิสราเอลขณะนี้ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่น่าไว้วางใจ ยังไม่ดีขึ้นเลย เมื่อถามถึงปัญหาในการประสานงานเป็นเรื่องใดมากที่สุด นายกฯ กล่าวว่า มี 2-3 ปัญหา โดยปัญหาแรกคือการนำคนออกมาจุดสุ่มเสี่ยง มาสู่ศูนย์พักพิงแล้วเดินทางเข้าสู่สนามบิน เพื่อพร้อมที่จะออกเดินทาง เรื่องที่สองคือจำนวนเที่ยวบินที่จะนำเข้าไปได้ ในที่ประชุมมีผู้ใหญ่หลายท่านเสนอเรื่องการเช่าเครื่องบินเพิ่มเติม และหลายๆ ท่านไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็คงเห็นเครื่องบิน Airbus A380 ที่มี 2 ชั้น ที่จุคนได้กว่า 500 กว่าคน ก็มีคนถามตลอดว่า ทำไมไม่เอาเครื่องเหล่านั้นไปรับ โดยมีการสอบถามและพูดคุยกับการบินไทย ได้รับการชี้แจงว่า เครื่องบินเหล่านั้นจอดมานานแล้ว ต้องนำไปซ่อม และนักบินก็ไม่ได้บินอยู่แล้ว ต้อง Reskill ใหม่อีกรอบ ซึ่งเวลาไม่มี แต่เราตระหนักดีว่าเป็นเครื่องบินที่บรรทุกคนได้เยอะที่สุด จึงได้สั่งการว่า ให้ทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาเช่าเครื่องบิน Airbus A380 มา จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่กำลังดูอยู่

...

เมื่อถามว่า แรงงานไทยในอิสราเอลในพื้นที่เสี่ยง มีการตัดขาดการสื่อสารหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ แต่อาจจะมีการตัดขาดเป็นบางช่วงบางตอนที่มีการใช้เครือข่ายอยู่เยอะ เมื่อถามว่า ทางครอบครัวตัวประกันมีความกังวล นายกฯ กล่าวว่า เราเห็นใจตรงนี้ แต่ยังติดต่อไม่ได้จริงๆ และใช้ทุกช่องทางในการติดต่ออยู่แล้ว การที่ติดต่อไม่ได้ และยังไม่มีข่าวร้ายออกมา ก็ยังถือว่าเรายังมีความหวัง และยังทำเต็มที่ ไม่ได้สิ้นหวังอะไร

เมื่อถามถึงเรื่องจำนวนตัวเลขผู้สูญเสียที่เพิ่มขึ้น ไทยจะเปลี่ยนแปลงท่าทีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เปลี่ยนแปลงท่าที เราเป็นประเทศเป็นกลาง ไม่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ก็เป็นเรื่องน่าเสียใจที่เรามีการสูญเสียเป็นชาติระดับต้นๆ แต่ก็เพราะเรามีแรงงานอยู่ในประเทศนั้นเยอะ 

“เขาคงไม่ได้มาเจาะจงที่จะทำร้ายคนไทยหรอก เราไม่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง และเราพยายามช่วยเจรจาทั้งสองฝ่าย จุดมุ่งหมายสูงสุดของเราคือ นำคนไทยที่เป็นตัวประกันออกมาให้ได้โดยเร็วที่สุดและปลอดภัย และคนที่ไม่ได้เป็นตัวประกัน คนที่ประสงค์อยากจะกลับบ้านก็ให้กลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าไทยไม่ใช่เป้าหมายหลัก นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ครับ แรงงานไทยไม่ได้เป็นแรงงานชาติเดียวที่อยู่ในนั้น และตนเชื่อว่ากลุ่มฮามาสไม่ได้เจาะจงที่แรงงานไทยโดยเฉพาะ

เมื่อถามว่า จะไปรับแรงงานไทยด้วยตนเองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า พรุ่งนี้ต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้ว วันนี้ขอทำงานด้านหลังดีกว่า เพราะมีรัฐมนตรีหลายคนไปรับและกระจายแบ่งไปทำหน้าที่ดีกว่า ดูแลให้ดีดีกว่า แต่ถ้ามีท่านอื่นไปรับจะแจ้งให้ทราบ.

ภาพ : ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์