“นายกฯ เศรษฐา” รับ เที่ยวบินที่มีไม่พอรับคนที่อยากอพยพกลับไทย เร่งหาทางเพิ่ม หวังพากลับได้ทั้งหมดในสิ้นเดือนนี้ เร่งประสานทุกฝ่ายปล่อยตัวประกันทั้ง 17 คน
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน (Rapid Response Center-RRC) ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยออกจากสถานการณ์การสู้รับของกลุ่มฮามาสและอิสราเอล ว่า ได้รับรายงานผู้เสียชีวิตที่เป็นคนไทยเพิ่มอีก 4 ราย รวมยอดล่าสุดคือ 28 ราย ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ว่า เราให้ความสำคัญสูงสุดในการที่จะลำเลียงคนไทยที่มีความประสงค์กลับประเทศ ออกมาจากประเทศอิสราเอลให้ได้โดยเร็วที่สุด
...
กังวลเที่ยวบินไม่พออพยพคนไทยกลับ
สำหรับรายงานขณะนี้ จากตารางเที่ยวบิน อาทิ สายการบินนกแอร์ อิสราเอลแอร์ไลน์ การบินไทย สไปซ์เจ็ต จะบินลำเลียงคนได้ประมาณ 32 เที่ยวบิน โดยภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2566 จะนำคนไทยกลับมาได้ประมาณ 5,700 คน แต่ยังไม่พอ เพราะมีผู้ต้องการกลับไทยประมาณ 7,000 คน และตัวเลขยังขึ้นไปเรื่อยๆ
“มีความกังวลอยู่ว่า เรื่องของการลำเลียงคนออกมายังเป็นปัญหาอยู่ เพราะการต่อสู้ยังไม่จบ ขณะนี้อิสราเอลก็ยังมีการเลื่อนการโจมตีทางพื้นบกออกไปสัก 1-2 วัน เป็นที่คาดว่าถ้าเกิดมีการโจมตีทางด้านพื้นบก การต่อสู้ก็จะรุนแรงขึ้น ตรงนี้ก็ต้องระมัดระวัง ทำให้การที่เราจะต้องลำเลียงคนออกมาทางบกหรือทางเรือ เรียกว่าประตูปิดไปแล้ว เพราะท่าเรือที่อยู่ชายแดนก็ปิด ไม่สามารถออกมาได้ ต้องพึ่งทางอากาศอย่างเดียว ตอนนี้ทางสถานทูตไทยประจำอิสราเอลได้ทำงานเต็มที่ สามารถนำคนเข้ามาอยู่ศูนย์พักพิงได้วันหนึ่งประมาณ 400 คน เป็นตัวเลขที่ดี แต่เราก็ยังมีเครื่องบินไม่พอ ก็เป็นอะไรที่ยังน่าเป็นห่วงอยู่”
เร่งเจรจาทุกทางให้ปล่อย 17 ตัวประกันคนไทย
นายเศรษฐา กล่าวต่อไปว่า เรื่องเอกสารของแรงงานชาวไทยที่อาจจะมีไม่ครบ สถานทูตก็อำนวยความสะดวก เพื่อให้สามารถเดินทางกลับไทยได้ โดยทำได้ประมาณ 200 ราย เรื่องงานเอกสารจึงไม่ใช่ปัญหา ขณะที่เรื่องการลำเลียงคนออกมา จะเป็นการบินตรงจากอิสราเอลมายังไทย กับไปพักพิงที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, จอร์แดน, ไซปรัส แล้วจึงนำเครื่องบินไปรับ เพื่อนำคนออกมาจากอิสราเอลให้ได้โดยเร็วที่สุด ส่วนแรงงานที่กลับมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แจ้งแล้วว่าจะดูแลแรงงานที่กลับมาอย่างดีที่สุด มีเงินเยียวยา และพยายามจะหาแหล่งงานใหม่ให้ได้โดยเร็ว
ในเรื่องของคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน 17 คน นายกรัฐมนตรี เผยว่า มีการใช้ 4 ช่องทาง ในการพยายามติดต่อ คือ ด้านการทูต, ด้านข่าวกรอง, ด้านการทหาร และด้านภาคประชาคม (NGO) ที่มีเครือข่ายในประเทศต่างๆ เป็นเรื่องที่พูดคุยอยู่ตลอด
“ทางกระทรวงการต่างประเทศก็มีการพูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งปาเลสไตน์และอิสราเอลว่า เราขอคนของเราให้กลับมาได้ด้วยความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด สถานการณ์ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ แต่ว่าทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ ทุกกระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งกองทัพไทย ก็ให้ความสำคัญสูงสุด พยายามหาช่องทางเพิ่มมากขึ้นที่จะเพิ่มเที่ยวบิน พยายามเอาคนไทยที่อยากกลับมา กลับมาให้ทันสิ้นเดือนนี้ให้หมด”
ช่องทางติดต่อ-ขอรับข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับพี่น้องคนไทยที่ประสงค์จะขอรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดต่อสอบถามเกี่ยวกับญาติที่พำนักอยู่ในอิสราเอล สามารถติดต่อได้ที่
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
- โทรศัพท์ (+972) 546368150
- โทรศัพท์ (+972) 552712201
- โทรศัพท์ (+972) 532452826
กรมการกงสุล (Call center 30 คู่สาย ตลอด 24 ชั่วโมง)
- โทรศัพท์ 0-2572-8442
กระทรวงแรงงาน
- สายด่วนฉุกเฉิน 1694
กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ
- โทรศัพท์ 06-4019-8530
- โทรศัพท์ 06-4019-8907
- โทรศัพท์ 09-9616-4786
- โทรศัพท์ 0-2575-1047-51 หรือ 0-2575-1053 (ในวันและเวลาราชการ)
- E-mail: consular02@mfa.go.th
(ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์กลับไทย)
(ภาพ : ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์)