ฉนวนกาซายังไม่สงบ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เสียใจคนไทยตกเป็นเหยื่อการโจมตี เสียชีวิตไปมากกว่า 20 คน ยืนยัน เยียวยาช่วยเหลือเต็มที่ ชี้ กองทัพกำลังมุ่งถอนรากถอนโคนกลุ่มฮามาส
วันที่ 15 ตุลาคม 2566 สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เปิดเผยแถลงการณ์ ว่า อิสราเอลจะกระทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยแรงงานไทย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อิสราเอลกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการโจมตีครั้งล่าสุดของฮามาส โดยมีรายงานข่าวเรื่องความโหดเหี้ยมออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง มีภาพข่าวของความเกลียดชังอย่างชนิดที่คาดไม่ถึง เหยื่อของความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ อย่างน่ารังเกียจ และอื่นๆ อีกนานัปการ โดยมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน่าสลดใจเกิน 1,300 คน
การโจมตีอิสราเอลจากฉนวนกาซายังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง มีการระดมยิงจรวดกว่า 6,300 ลูก มายังอิสราเอล โดยมีชุมชนที่มีผู้คนหนาแน่นเป็นเป้าหมาย ในขณะเดียวกันก็มีการยิงปืนครกและจรวดทำลายรถถังจากกลุ่มฮิซบุลลาห์ (ฮิซบอลเลาะห์) เข้ามาทางตอนเหนือของอิสราเอล
บรรดาเหยื่อของการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวนี้ เป็นผู้คนทั่วไปจากหลายประเทศ หลายเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ และศาสนา รวมถึงสตรีชาวเยอรมันที่มาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลดนตรี วัยรุ่นชาวอเมริกันที่พำนักอยู่ในอิสราเอล ชาวอิสราเอลที่เป็นเบดูอินมุสลิม คนงานชาวเนปาล และที่แน่นอนคือชาวอิสราเอลจำนวนมาก ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก ทารก ผู้สูงวัย ผู้พิการ และหนุ่มสาว กล่าวคือฮามาสไม่เคยมีเมตตาให้ผู้หนึ่งผู้ใด
...
ในเวลานี้ กองทัพอิสราเอลกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ฉนวนกาซา โดยมีจุดหมายที่จะกำจัดกลุ่มฮามาสอย่างถอนรากถอนโคน เป็นเรื่องน่าสะเทือนใจที่ฮามาสยังคงใช้ประชาชนชาวปาเลสไตน์เป็นโล่มนุษย์ บังคับให้พวกเขาอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งความขัดแย้ง โดยไม่สนใจประกาศจากอิสราเอลที่มีมาอย่างต่อเนื่องให้ประชาชนอพยพออกมา อิสราเอลมุ่งมั่นที่จะกระทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์มิให้เป็นอันตราย และทำให้ฮามาสต้องชดใช้ต่อทุกชีวิตที่สูญสิ้นในการโจมตีครั้งนี้
เป็นเรื่องน่าเสียใจที่มีประชาชนชาวไทยต้องตกเป็นเหยื่อของการโจมตีที่หนักหนาที่สุดของคลื่นการโจมตีที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีประชากรชาวไทยกว่า 30,000 คน ที่อาศัยและทำงานอยู่ในอิสราเอล ในจำนวนนั้นประมาณ 760 คน อยู่ในพื้นที่ซึ่งถูกโจมตี เป็นเรื่องเศร้าสลดใจที่อย่างน้อยชาวไทย 24 คนต้องมาเสียชีวิตลง นอกจากนั้น ยังมีชาวไทยอีกเป็นจำนวนมากที่บาดเจ็บและถูกจับไปเป็นตัวประกันในฉนวนกาซา
เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้เข้าพบกับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และได้ให้คำมั่นว่า แรงงานชาวไทยจะได้รับการดูแลเช่นเดียวกับชาวอิสราเอล รวมถึงการอพยพอย่างปลอดภัยจากพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ การรักษาพยาบาลทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงเงินชดเชยให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิต หรือผู้บาดเจ็บจากการก่อการร้ายที่โหดเหี้ยมของผู้ก่อการร้ายฮามาส
ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตอิสราเอลซากิฟ ยืนยันกับ นายเศรษฐา ว่า อิสราเอลจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อแรงงานไทยที่ประสงค์จะกลับบ้าน โดยกล่าวว่า “อิสราเอลจะให้ความช่วยเหลือตามที่ต้องการ รวมถึงการอนุญาตและจัดหาพาหนะลำเลียงแรงงานไทยให้ออกจากพื้นที่การโจมตีอย่างปลอดภัย นอกจากนั้น นายทหารอิสราเอลได้รับคำสั่งให้มาต้อนรับนักบินชาวไทยที่มาถึงอิสราเอลเพื่อดูแลช่วยเหลือในทุกกรณี เวลาเช่นนี้เป็นเวลาที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเรา มีเรื่องราวต่างๆ มากมายเล่าถึงบรรดาชาวไทยผู้อาศัยอยู่ในอิสราเอลที่ได้เข้ามาช่วยเหลือดูแลผู้อพยพ นั่นคือแสงแห่งความหวัง”
เอกอัครราชทูตอิสราเอล กล่าวเสริมว่า เราได้เห็นภาพอันน่าประทับใจจากรูปถ่ายและวีดิทัศน์ ที่ร้านอาหารไทยจัดส่งอาหารให้ผู้ที่ต้องการ นักเรียนไทยตามมหาวิทยาลัยต่างๆ มาดูแลผู้อพยพ แรงงานไทยที่ได้รับการช่วยเหลือให้มาพักอยู่กับเกษตรกรชาวอิสราเอล และได้ร่วมแรงร่วมใจซ่อมแซมสร้างที่อยู่อาศัยในชุมชน อีกทั้งยังได้ทราบเรื่องที่มีแรงงานไทยคนหนึ่งบริจาคเงินจากค่าแรงที่หามาได้ให้กองทัพอิสราเอลอีกด้วย ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่ง แต่อิสราเอลก็จะกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับประเทศไทยที่จะแน่นแฟ้นมั่นคงยิ่งๆ ขึ้นไป.