อธิบดีกรมสารนิเทศ เผย ไทม์ไลน์รอบอพยพคนไทย ทยอยมาทั้งเครื่องบินพาณิชย์ และเครื่องบินกองทัพอากาศ ล่าสุด ยอดขอกลับประเทศเพิ่มเป็น 5,174 คน 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2566 นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และ นายนฤชัย นินนาท รองอธิบดีกรมการกงสุล ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์การสู้รบของกลุ่มฮามาสและอิสราเอล เป็นครั้งที่ 2 ของวัน

นางกาญจนา กล่าวว่า ภายหลัง นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม รวมถึง เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล รายงานสถานการณ์ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนภารกิจในการดูแลคนไทย และแผนการอพยพ

ทั้งนี้ ยอดต่างๆ ยังเท่าเดิม คือ ผู้เสียชีวิต 20 ศพ (รอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากอิสราเอล) ผู้บาดเจ็บ 13 คน ผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน 14 คน ส่วนคนที่ลงทะเบียนแสดงความจำนงขอกลับประเทศ ตัวเลขเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5,174 คน และยังไม่ขอกลับเพิ่มเป็น 64 คน 

ไทม์ไลน์การอพยพคนไทยกลับประเทศ

  • 11 ตุลาคม 2566 คนไทยชุดแรก จำนวน 15 คน ออกเดินทางใน 21.45 น. ด้วยสายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ LY083 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย เวลา 10.35 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2566

  • 14 ตุลาคม 2566 เครื่องบินกองทัพอากาศ Airbus A340 ออกจากประเทศไทย ไปถึงกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล วันที่ 15 ตุลาคม 2566 และรับคนกลับถึงไทย 16 ตุลาคม 2566 คาดการณ์เวลา 04.00 น. โดยสามารถรับได้สูงสุด 140 คน แต่อาจจะเป็น 120 คน เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่ที่ต้องร่วมปฏิบัติการเป็นพิเศษด้วย 

...

  • 18 ตุลาคม 2566 สายการอิสราเอลแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ LY 083 จำนวน 80 คน กลับถึงไทยเวลา 11.00 น. ของวันที่ 19 ตุลาคม 2566

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงการเตรียมเที่ยวบินของกองทัพอากาศ ในรอบถัดไปด้วยในวันที่ 24 ตุลาคม 2566 แต่ในระหว่างนี้ สถานทูตจะประสานหาที่นั่งในสายการบินพาณิชย์เพิ่มเติมเพื่อทยอยส่งคนไทยกลับ โดยเมื่อไปประเทศไทยจะมีหน่วยงานรับผิดชอบดูแลต่อไป

ทางด้าน นฤชัย นินนาท รองอธิบดีกรมการกงสุล เล่าขั้นตอนในวันที่ 12 ตุลาคม 2566 เมื่อคนไทยทั้ง 15 คนใสชุดแรกมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จะมีรัฐบาล ผู้แทนหน่วยงานไปรอรับและอำนวยความสะดวก โดยต้องเข้าใจว่าคนไทยกลุ่มนี้น่าจะเหน็ดเหนื่อย เพราะเพิ่งผ่านภาวะสงครามมา ไม่มีพิธีรีตองมาก พยายามทำให้ขั้นตอนต่างๆ รวดเร็วที่สุด โดยจะมีการจัดที่ให้สัมภาษณ์และแถลงข่าวกับสื่อมวลชน พร้อมเปิดโอกาสให้พูดคุยกับคนไทยในเวลาไม่นานมาก เพื่อเดินทางต่อไปยังสถาบันบำราศนราดูร ให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ดูแลเรื่องสุขภาพ จากนั้นกระทรวงแรงงานจะมีการชี้แจงเรื่องเงินชดเชย รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อเสร็จขั้นตอนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา

ช่องทางติดต่อ-ขอรับข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับพี่น้องคนไทยที่ประสงค์จะขอรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดต่อสอบถามเกี่ยวกับญาติที่พำนักอยู่ในอิสราเอล สามารถติดต่อได้ที่

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ

  • โทรศัพท์ (+972) 546368150 
  • โทรศัพท์ (+972) 552712201
  • โทรศัพท์ (+972) 532452826


กรมการกงสุล (Call center 30 คู่สาย ตลอด 24 ชั่วโมง)

  • โทรศัพท์ 0-2572-8442

กระทรวงแรงงาน

  • สายด่วนฉุกเฉิน 1694

กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ

  • โทรศัพท์ 06-4019-8530
  • โทรศัพท์ 06-4019-8907
  • โทรศัพท์ 09-9616-4786
  • โทรศัพท์ 0-2575-1047-51 หรือ 0-2575-1053 (ในวันและเวลาราชการ)
  • E-mail: consular02@mfa.go.th


(ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์กลับไทย)