กต.รับ ยืนยันยาก ตัวประกันคนไทยที่ถูกจับไป กระจายในหลายพื้นที่อิสราเอล ทุกคนยังปลอดภัยดี ทุกฝ่ายเร่งเจรจาให้ปล่อยตัวคนต่างชาติที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ระบุ แรงงานไทย หากไม่พร้อม มีสิทธิ์ปฏิเสธนายจ้างให้ทำงานทันที ข่าวช่วย 14 คนไทย เป็นเรื่องจริง

วันที่ 11 ต.ค. 66 ที่กระทรวงต่างประเทศ นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารสนเทศกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล พร้อมตอบคำถามสื่อมวลชน โดยกล่าวถึงคำถามถึงตอนนี้ยืนยันได้หรือไม่ ตัวประกันคนไทยที่ถูกจับตัวไปที่อิสราเอลยังปลอดภัยว่า ยอมรับว่าคงยืนยันยากมากว่าตัวประกันตัวยังปลอดภัย ทั้งนี้มีรายงานว่าตัวประกันจับตัวไปทุกชาติกว่า 150 คน และกระจายอยู่ในที่ต่างๆ การยืนยันว่าปลอดภัยหรือเปล่า คงยืนยันไม่ได้

ขณะที่ทิศทางเจรจาปล่อยตัวประกัน นางกาญจนา กล่าวว่า การเจรจาเรียกว่าทุกฝ่ายทุกประเทศเกี่ยวข้องดำเนินการอยู่แล้ว เพื่อให้ยุติความรุนแรง โดยใครสามารถเจรจากับใครได้ ก็เร่งเจรจาในประเด็นผู้ที่ถูกจับตัวเป็นคนต่างชาติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย ไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบด้วยเลย ต้องปล่อยตัว ทุกประเทศหาทางเจรจาอยู่ อย่างที่เรียนกลุ่มชาวต่างชาติไม่ได้เป็นเป้าหมายในการถูกจับเป็นตัวประกัน 

...

อันนี้ เมื่อวานตอนที่ได้ข่าวมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม หรือถูกจับกุมเป็นตัวประกันเพิ่ม ก็ได้ติดต่อกับทางสถานทูตอิสราเอลทันที โดยทางเราได้แสดงความกังวลออกไป ซึ่งทางอิสราเอล ก็แสดงความเสียใจอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องการขาดแคลนน้ำดื่ม อาหาร ได้ยินมาเหมือนกันว่าตอนนี้ยากลำบาก แต่ต้องรอฝ่ายทหารที่เข้าไปในพื้นที่ ก็พยายามดำเนินการอยู่

ส่วนคำถามข่าวแรงงานไทยถูกบังคับให้ทำงานอยู่จะแก้ไขอย่างไร อธิบดีกรมสารสนเทศกระทรวงการต่างประเทศ อันนี้ก็เห็นตามข่าวในโซเชียลเหมือนกัน ทางการอิสราเอลย้ายคนออกมาจากพื้นที่เสี่ยงมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ก็อย่างที่ท่านทูตไทยได้ให้ความเห็นไว้เมื่อวาน ว่านายจ้างอิราเอลควรให้เวลาพี่น้องแรงงานคนไทยด้วย ไม่ใช่ย้ายออกมามาปุ๊บก็ทำงานเลย แต่กรณีว่าถูกบังคับให้ทำงาน ท่านทูตก็ว่าไปแล้วว่าไม่น่าจะใช่

ส่วนคำถามกำหนดเวลาช่วยเหลือคนไทยทั้งหมดได้หรือไม่ คงเป็นกรอบเวลาเป็นวันๆไม่ได้ แต่ให้มั่นใจเจ้าหน้าที่จะดำเนินการโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ประเทศอพยพแล้วสำเร็จแล้ว ส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบยุโรป ซึ่งอยู่ใกล้กับอิราเอล และประชาชนของเขาก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สู้รบ จึงรวบรวมคนได้ง่าย คือไม่ใช่ต้องฝ่าพื้นที่ไม่ปลอดภัยออกมา ซึ่งยากลำบากกว่า บอกเป็นวันไหนยาก ยอมรับมีเตรียมแผนสำรองอพยพทางเรือ ซึ่งอพยพประชาชนได้มากกว่า แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ปลอดภัยเหมือนกัน ถ้าอพยพออกมา ตอนนี้ทุกฝ่ายพยายามเจรจา หวังในทางที่ดีไว้ก่อน

ส่วนกรณีช่วยเหลือ 14 แรงงานไทย ซึ่งที่เราได้ตรวจเช็กแล้ว ยืนยันได้รับการช่วยเหลือออกมา ขณะที่ตอนนี้ก็มีข่าวว่าช่วยผู้ที่ติดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงออกมาได้หลายร้อยคน ขณะที่คนไทย 14 คนคอนเฟิร์มแล้วได้รับการช่วยออกมาจริงๆ

ทั้งนี้ นางกาญจนา เน้นย้ำเรื่องเอกสารเดินทาง พี่น้องประชาชนไม่ต้องห่วง ปกติหากเอกสารหายก็ไปแจ้งความแล้วทางสถานทูตจะออกเอกสาร CI ให้ แต่กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษเกิดสงคราม สถานทูตจะไปออกเอกสารเดินทางให้พี่น้องแรงงานไทยที่สนามบินเลย ตอนนี้กระทรวงต่างประเทศเรามีทีมไปด้วยจะนำเอกสาร CI ไปเพิ่มเติมด้วย ฉะนั้นพี่น้องแรงงานไทยไม่ต้องเป็นห่วง ความจริงช่วยเหลืออกมาหลายร้อยรายแล้ว

ย้ำให้ทราบเป็นหลักการ เจ้าหน้าที่สถานทูตถูกสอนและฝึกมา ยืนยันเป็นหน้าที่และภาระของเราที่จะดูแลพี่น้องคนไทยให้ดีที่สุด ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา สถานทูต จะออกมาเป็นคนสุดท้ายเลย

ขณะคนไทยที่ลงชื่อขอกลับไทยกว่า 5,000 คน จำนวนมากอยู่ในกลุ่มนี้ออกมาจากพื้นที่เสี่ยงมาพื้นที่ปลอดภัย คนกลุ่มนี้ลงทะเบียนมากอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า แรงงานไทยบางคนไม่กล้ากลับไทยเพราะหวั่นจะกลับมาทำงานอีกไม่ได้ อธิบดีกรมสารสนเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เท่าที่ได้ยินตามกฎหมาย แรงงานไทย ที่ไปทำงานไม่ครบ 4 ปี ได้รับสิทธิ์ให้กลับมาประเทศอิสราเอลเพื่อทำงานต่อได้ ส่วนรายละเอียดดูเป็นรายๆ ไป

ส่วนคำถามที่ว่า แรงงานไทยมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ทำงานได้ไหม นางกาญจนา กล่าวว่า แรงงานก็คงมีสิทธิ์ปฏิเสธได้ นายจ้างเขาก็ต้องดูว่าให้ไปทำงานมีความปลอดภัยหรือไม่ คาดพื้นที่ทำงานอยู่มีความปลอดภัย แต่แรงงานงานก็น่าจะสามารถแจ้งกับนายจ้างได้ว่ายังไม่พร้อมทำงานในขณะนี้ 

ถามว่าตัวเลขแรงงานไทยขอเดินทางกลับประเทศ มีตัวเลขขออพยพเพิ่มเติมหรือไม่  อันนี้ แรงงานไทยที่ จนท.ได้ช่วยอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงมายังพื้นที่ปลอดภัย เป็นเป้าหมายของเราอยากให้ทุกคนออกจากพื้นที่เสี่ยงมาที่ปลอดภัย อันนี้ถือเป็นเป้าหมายของ จนท.อิสราเอลด้วย ก็เป็นเป้าหมายร่วมกัน.