นายกรัฐมนตรี สั่งติดตามสถานการณ์การสู้รบในอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง กำชับเร่งช่วยเหลือคนไทย ย้ำ รัฐบาลห่วงใยและจะดูแลทุกคนให้ปลอดภัยมากที่สุด

วันที่ 10 ตุลาคม 2566 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมช่วยเหลือพี่น้องคนไทยในอิสราเอลจากสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง โดยมีการรายงานความคืบหน้าแต่ละกรณี ดังนี้

กรณีการอพยพคนไทย ขณะนี้ (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2566) มีผู้แจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางกลับไทยรวม 3,862 คน (กระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเมื่อเวลา 15.00 น.) โดยคนไทยกลุ่มแรก จะเดินทางวันที่ 11 ตุลาคม 2566 ด้วยสายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ (El Al Israel Airlines) เที่ยวบินที่ LY 083 และคาดว่า เที่ยวบินที่ 2 คือวันที่ 18 ตุลาคม 2566 

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล รายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือว่า ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ได้ขอจัดลำดับความเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบรุนแรงสูงสุดก่อน เนื่องจากมีแรงงานไทยประสงค์ขอเดินทางกลับจำนวนมาก จึงต้องให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเดินทางกลับก่อน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามทุกวิถีทางในการระดมสรรพากรกำลังติดตาม และติดต่อกับแรงงานไทยในอิสราเอลทุกคน โดยประสานกับทางการอิสราเอลเป็นระยะๆ เมื่อทราบว่ามีคนไทยติดอยู่ในพื้นที่ใดก็ขอให้ช่วยอพยพออกนอกพื้นที่ ซึ่งอิสราเอลพยายามให้ความช่วยเหลือตามโซนพื้นที่ จึงขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจข้อจำกัด

ส่วนกรณีการขนย้ายร่างผู้เสียชีวิต ทางการอิสราเอลจะเร่งช่วยเหลือผู้ที่มีชีวิตและติดในพื้นที่เสี่ยงภัยก่อน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทางการอิสราเอลส่วนใหญ่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร การพิสูจน์ยืนยันผู้เสียชีวิตจึงยังไม่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วนัก เพราะต้องใช้เวลาในการยืนยันตัวตน และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกตัวตนเสียชีวิต เพื่อให้ได้รับเงินช่วยเหลือชดเชย ซึ่งมีหลายขั้นตอน ไม่ให้เกิดความผิดพลาด

...

“นายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์ ประเมินการทำงาน และสั่งการต่อเนื่อง โดยขอเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โปรดระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงที่เกิดการสู้รบและไม่ออกจากที่พัก ปฏิบัติตามมาตรการของทางการอิสราเอลอย่างเคร่งครัด พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลห่วงใยและจะดูแลคนไทยทุกคนให้ปลอดภัยมากที่สุด”

กรณีช่องทางการติดต่อสอบถามเกี่ยวกับญาติที่พำนักอยู่ในอิสราเอล กระทรวงการต่างประเทศได้เปิด 3 ช่องทางหลัก ผ่านเบอร์โทรศัพท์และโซเชียลมีเดีย ได้แก่ 

ช่องทางที่ 1

  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ โทรศัพท์ (+972) 546368150 

  • กรมการกงสุล (Call center 60 คู่สาย ตลอด 24 ชั่วโมง) โทรศัพท์ 0-2572-8442 (กด 0)

  • กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ โทรศัพท์ 06-4019-8530, 06-4019-8907, 09-9616-4786, 0-2575-1047-51 หรือ 0-2575-1053 (ในวันและเวลาราชการ)

  • Email: consular02@mfa.go.th


ช่องทางที่ 2 

ช่องทางที่ 3