โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยันเรื่องสังหารตัวประกันเพื่อต่อรองรัฐบาลอิสราเอล ไม่มีเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ เผย เรื่องส่งศพยังไม่มีส่งกลับ เพราะต้องรออิสราเอลพิสูจน์อัตลักษณ์ก่อน ย้ำรัฐออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดในการเดินทางกลับไทย
วันที่ 10 ตุลาคม 2566 เมื่อเวลา 15.20 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวถึงความคืบหน้าเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ของกลุ่มฮามาสกับอิสราเอล ถึงกรณีมีพลเมืองไทยในอิสราเอลสามารถใช้เครื่องบินพาณิชย์เดินทางกลับไทยได้แล้ว ว่า จริงๆ แล้ว ท่าอากาศยานและสายการบินพานิชย์ยังเปิดและดำเนินการอยู่ แต่อาจมีการลดและยกเลิกเที่ยวบินต่างๆ บ้าง โดยท่านที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่สามารถเดินทางกลับไทยเองได้โดยไม่รอรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่ขอบคุณมาก แต่ขอให้วางใจว่าทางเราพร้อมดูแลทุกคน ไม่ว่าจะไปโดยผิดกฎหมายหรือถูกกฎหมาย จึงขอความเห็นใจเนื่องจากอยู่ในสถานการณ์สงครามจึงมีข้อจำกัดต่างๆ และมีการสู้รบเกิดขึ้น โดยทางกระทรวงมีการพูดคุยว่าจะส่งเจ้าหน้าที่เพิ่มเข้าไปในเทลอาวีฟ เช่น เจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น รองอธิบดีกรมการกรมศุล เพราะมีประสบการณ์ในการดูแลพื้นที่อพยพมาก่อน โดยจะพยายามรายงานความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะๆ รวมถึงการซักซ้อมการต้อนรับแรงงานที่จะเดินทางมาถึง แม้บางคนไม่ได้อยู่ในกองทุนจัดหางาน ก็จะมีส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ช่วยเหลือได้
เมื่อถามถึงการจัดการเรื่องไลฟ์สด รายงานผู้เสียชีวิตในพื้นที่จะทำอย่างไร นางกาญจนา กล่าวว่า ต้องขอความกรุณาทุกคน เพราะเป็นสถานการณ์สงคราม มีความผกผันตลอดเวลา เรื่องจำนวนหากยังไม่มีการพิสูจน์ทราบชัดแจ้ง อย่าทำให้ตื่นตระหนกตกใจเกินกว่าเหตุ แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ร้ายแรงในภาวะสงคราม และต้องเห็นใจญาติพี่น้องที่รอฟังข่าวอยู่เมืองไทย สภาพจิตใจยังย่ำแย่มาก จึงอยากให้ช่วยกัน สวดมนต์เพื่อให้คนไทยที่อยู่ในอิสราเอลให้ทุกคนอยู่รอดปลอดภัยเพื่อเป็นการส่งกำลังใจให้
...
เมื่อถามถึงแนวทางการขนคนผ่านเรือพานิชย์ นางกาญจนา กล่าวว่า ได้มีการหารือเรื่องเรือด้วย ที่สามารถขนคนได้เยอะ แต่ปัญหาหากเรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ท่านทูตไม่แนะนำ จึงแนะนำไปที่ท่าอากาศยานก่อน
นางกาญจนา ยังกล่าวถึงเรื่องการขออนุญาตบินเข้าน่านฟ้าอิสราเอลนั้น ทางทูตได้ประสานบินผ่านน่านฟ้าประเทศต่างๆ แล้ว หากประเทศใดไม่มีสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลก็จะผ่านน่านฟ้าไม่ได้ จึงต้องมีการคำนวณว่าจะบินผ่านน่านฟ้าใด โดยมีการคำนวณเรื่องการใช้เวลาว่าอาจจะอยู่ที่ 10-12 ชม. ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเส้นทางใด โดยทางกองทัพอากาศจะส่งแผนการบินมาให้ กระทรวงการต่างประเทศพรุ่งนี้เช้า โดยทางกระทรวงจะทำเรื่องขออนุญาตบินข้ามน่านฟ้าต่างๆ ไป โดยจะพยายามเร่งรัด จะเร่งรัดให้ได้ภายใน 2 วัน หรือให้เครื่องบินเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครได้ภายในวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อให้เดินทางถึง 15 ตุลาคม ซึ่งมี C130 5 เครื่อง และ Airbus ที่มีคนไทยแจ้งความจำนงจะเดินทางกลับ 3,862 คน ข้อจำกัดและอุปสรรค คือจะต้องทำให้เดินทางมายังกรุงเทลอาวีฟ ได้อย่างปลอดภัยก่อน โดยจะเน้นคนที่มาจากพื้นที่ไม่ปลอดภัยก่อน เช่น พื้นที่สีแดง และจะไม่มีการสแตนด์บาย จะเป็นการเดินทางมาที่สนามบินวันนั้นเลย โดยไม่มีการรวมพล แต่ทางสถานทูตจะเตรียมอาหารน้ำดื่มให้ในวันเดินทาง
เมื่อถามถึงตัวเลขตัวประกัน นางกาญจนา กล่าวว่า มีผู้ถูกจับตัวรวมทุกชาติประมาณ กว่า 100 คน ส่วนคนไทยที่ได้ข้อมูลจากนายจ้างมี 11 คน ซึ่งข้อมูลภาวะสงครามเป็นเรื่องที่ยืนยันยาก เช่นตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ทราบมาจากนายจ้าง ส่วนตัวประกันก็ยังไม่ทราบว่าอยู่จุดใดบ้างเพราะกระจัดกระจายกันไป ส่วนที่มีข่าวว่าหากทางการอิสราเอลโจมตีกลุ่มฮามาสจะฆ่าตัวประกันนั้น ที่ฟังมาเชื่อว่าชาวต่างชาติไม่น่าจะใช่เป้าหมาย เพราะอาจจะเป็นฉนวนรอบใหม่ ส่วนคนไทยที่อยู่ทางตอนเหนือ หากลงทะเบียนสามารถเดินทางกลับมาได้หมด เพราะถือเป็นสถานการณ์พิเศษ และขณะนี้ในอิสราเอลยังอยู่ในภาวะสงคราม แม้ความขัดแย้งจะกระจุกตัวในฉนวนกาซา แต่ก็มีการโจมตีกระจายพื้นที่ออกไป จึงขอให้คนไทยที่อยู่ในอิสราเอล ดำเนินการลงหลุมหลบภัยอย่างเคร่งครัด
เมื่อถามว่าในอนาคตจะมีการพิจารณาคนไทยไปทำงานในพื้นที่ข้อพิพาทอีกหรือไม่ นางกาญจนา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ได้ยินมา หากแรงงานไทยเลือกได้คงไม่ไป สิ่งที่รัฐทำได้ก็คงมีแค่เตือน เพราะเรื่องการตัดสินใจยังต้องเป็นของพี่น้องคนไทยเอง
เมื่อถามว่าเครื่องบิน Airbus A340 จะมีการรับศพกลับมาด้วยหรือไม่ นางกาญจนา กล่าวว่า ยังไม่มีเรื่องนี้ เพราะต้องรอทางการอิสราเอลในการพิสูจน์อัตลักษณ์ เพื่อเจรจากับทางรัฐบาลอิสราเอลในการเยียวยาผู้เสียชีวิตได้ ซึ่งกระบวนการก็ใช้เวลาไม่น้อย ส่วนผู้ที่ขึ้นเครื่องครั้งนี้ไม่น่ามีผู้บาดเจ็บ พร้อมยืนยันว่าทูตในประเทศทางตะวันออกกลางได้พูดคุยขอความช่วยเหลือกับมิตรประเทศจำนวนมาก เรียกได้ว่าดำเนินการทุกทิศทาง รวมถึงองค์กรสหประชาชาติ เพื่อช่วยเหลือคนไทยได้
นางกาญจนา ยังยืนยันว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางทางรัฐจะเป็นผู้ดำเนินการให้ ทั้งเครื่องพานิชย์และเครื่องของกองทัพอากาศ จึงขอให้พี่น้องวางใจได้ ส่วนคนที่เดินทางมาเอง จะไม่อยู่ในส่วนการอพยพ
ภาพ : ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์