ประชุม คกก. ศึกษาทำประชามติ-แก้รธน.นัดแรก ตั้งเป้า ลดความขัดแย้ง ไม่สร้างปัญหาใหม่ ผุด 2 อนุฯ แก้รธน. “ฟังความเห็นทุกฝ่าย-เคาะวิธีประชามติ” ย้ำ ได้ข้อสรุปสิ้นปี 66 ขณะไตรมาสแรก ทำประชามติ

วันที่ 10 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ทั้งนี้ มีคณะกรรมการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษานายกฯ นายนิกร จำนง อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา

...

โดยนายภูมิธรรม กล่าวเปิดการประชุม ว่า ถือเป็นการประชุมครั้งแรก เราอยากให้เร่งและมีการดำเนินการให้เต็มที่ เราจะเริ่มต้นการทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยการขอประชามติ ตามแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้วินิจฉัยมา โดยจะยึดถือเป็นหลัก เพราะสิ่งที่สำคัญ คือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราจะไม่ไปแตะพระราชอำนาจหมวด 1 และหมวด 2 และพระราชอำนาจที่อยู่ในมาตราต่างๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องหลัก และเราตั้งใจจะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จบภายใน 4 ปี พร้อมมีกฎหมายลูกประกอบ เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และตั้งมั่นที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านเพื่อนำมาใช้ให้ได้ ซึ่งก็ต้องพยายามรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ตามคำที่ว่าเราจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นประชาธิปไตยให้ได้มากที่สุด และไม่ให้มีข้อถกเถียงที่แตกต่างกัน เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ และคิดว่าการทำรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย จำเป็นต้องมีวิวัฒนาการและเป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกตั้งที่ดี ถือเป็นกรอบใหญ่ที่ ครม.ได้พูดคุยกัน วันนี้ในการประชุมเรากำหนดกรอบการทำงานและดูถึงวิธีการทำงานว่า จะทำอย่างไรให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วม เพราะทุกคนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ทุกสาขาวิชาชีพ มั่นใจในเกียรติยศของทุกคน ที่เข้ามาและหวังว่าจะเห็นแก่ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ และเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น สามารถที่จะลดความขัดแย้งไม่อยากให้การสร้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการสร้างความขัดแย้งใหม่ให้เกิดขึ้น

จากนั้นเวลา 14.40 น. นายนิกร ในฐานะโฆษกคณะกรรมการฯ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่มาของคณะกรรมการชุดนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล คือ การแก้ปัญหาความเห็นต่างเรื่องรัฐธรรมนูญ ให้คนไทยได้มีรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ยึดรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หาแนวทางทำประชามติให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งคณะกรรมการฯ จะฟังความเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อให้ประชามติเป็นที่ยอมรับ โดยประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุปคือ การทำประชามติจะทำกี่ครั้ง ระหว่างสองครั้งหรือสามครั้ง ซึ่งมีความเห็นเป็นสองทางอยู่ ตรงนี้ต้องไปศึกษารายละเอียดข้อกฎหมายและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยมีก่อนหน้านี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเราคิดเองไม่ได้ รวมถึงจะต้องไปศึกษาร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ที่ค้างอยู่ในรัฐสภา และศึกษารัฐธรรมนูญที่ผ่านๆ มา ทั้ง ปี 40 ปี 50 ศึกษาที่มาของ ส.ส.ร. และวิธีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ถือเป็นสองมิติที่ต้องดำเนินการไปด้วยกัน

โดยข้อสรุปของการประชุมวันนี้เห็นว่า คณะกรรมการฯ ที่เป็นชุดใหญ่ จะประชุมเดือนละครั้ง และจะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 2 คณะ เพื่อให้เป็นคนทำงาน โดยคณะแรกทำหน้าที่ รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มอาชีพต่างๆ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวาง โดยใช้เวลาจำกัด ไม่ใช่ดึงเวลา คณะที่สองจะศึกษาแนวทางการทำประชามติ ให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และกำหนดว่าจะทำประชามติ 2 หรือ 3 ครั้ง ซึ่งจะให้เวลา 2-3 ในการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมา ให้คณะกรรมการฯ ชุดใหญ่แต่ละคนเข้าไปสมัครโดยความสมัครใจ

เมื่อถามว่า จะต้องสอบถามหน่วยงานอะไรเพื่อให้การทำประชามติ ไม่ขัดกับศาลรัฐธรรมนูญ นายนิกร กล่าวว่า มีสองอย่างที่ต้องทำ เพราะน่าจะมีคนยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแน่ และยืนยันว่า ครั้งนี้จะต้องผ่าน เพราะเรามีประสบการณ์จากในอดีตที่ไม่ผ่าน รวมถึงต้องทำความเข้าใจให้รัฐสภา โดยเฉพาะ สว. ว่ามีความเห็นอย่างไร เราไม่ได้คำนึงเรื่องศาลรัฐธรรมนูญอย่างเดียว ดังนั้นเราจึงตั้งคณะอนุฯ ขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้โดยละเอียดเพื่อให้รอบคอบที่สุด

ขณะที่นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า เราจะทำอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จำเป็นในการจัดทำรัฐธรรมนูญ โดยคำนึงถึงคนสนับสนุนอยากเห็นอะไร คนไม่สนับสนุนกังวลอะไร ซึ่งคาดว่าประมาณ วันที่ 10 พ.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการฯ แล้ว ให้คณะอนุฯ ทั้ง 2 รายงานความคืบหน้าว่า มีอะไรติดขัดหรือไม่ แล้วคณะกรรมการชุดใหญ่จะมีหน้าที่เชิญภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมารับฟังให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น เพราะเราไม่อยากให้เกิดความเห็นต่างแล้วไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งเป้าว่า คณะกรรมการชุดนี้จะได้ข้อสรุปทั้งหมดในสิ้นเดือน ธ.ค. และจะมีประชามติเกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี 67 เป้าหมายชัด ต้องร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้เสร็จใน 4 ปี เพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และหลังจากนี้ทุกฝ่ายจะเริ่มทำงาน

เมื่อถามว่า จะต้องสอบถามหน่วยงานอะไรเพื่อให้การทำประชามติ ไม่ขัดกับศาลรัฐธรรมนูญ เราไม่อยากซ้ำเดิม ต้องดูว่า อะไรที่เป็นปัญหาก็จะแก้ไข อะไรที่เกิดขึ้นก็ต้องคาดการณ์ เพราะเราต้องการทำรัฐธรรมนูญให้สำเร็จให้ได้ ส่วนจะทำอย่างไรให้ผ่านศาลรัฐธรรมนูญนั้น เราไม่อยากซ้ำเดิม จึงต้องหาทางว่า อะไรที่เป็นปัญหาก็จะต้องแก้ไข เราต้องทำรัฐธรรมนูญให้สำเร็จให้ได้ เมื่อถามว่าหากประชามติครั้งแรกผ่าน ในขั้นตอนแก้ไขในรัฐสภาฯ ต้องรอ สว.ชุดใหม่ มาทำหน้าที่ก่อนหรือไม่ นายภูมิธรรม ตอบว่า แล้วแต่ สว.เขาจะจัดการกันอย่างไร เราทำหน้าที่ของเราไปไม่ต้องรอ เมื่อถึง สว.ชุดไหนก็ชุดนั้นที่จะดำเนินการ