ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติ 174 ต่อ 7 งดออกเสียง 10 เสียง โหวต ไม่อนุมัติการส่งตัว “สว.อุปกิต ปาจรียางกูร” ให้ตำรวจสอบสวนในคดีฟอกเงิน-ยาเสพติด ตามคำขอออกหมายเรียก ต้องรอหมดสมัยประชุม หรือหลัง 30 ต.ค. นี้
วันที่ 9 ต.ค. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมวุฒิสภา มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม พิจารณาวาระเรื่องด่วน การขอออกหมายเรียกสว.สอบสวนในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 โดย นายศุภชัย กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีหนังสือมายังวุฒิสภา ขออนุญาตออกหมายเรียกตัวนายอุปกิต ปาจรียางกูร สว. ไปสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามมาตรา 11/7 พ.ร.บ.วิธีพิจารณายาเสพติด พ.ศ. 2550 ในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา มาตรา 127 แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ระบุว่า ระหว่างสมัยประชุมห้ามจับคุมขัง หรือหมายเรียกตัวสส.หรือสว.ไปสอบสวน ในฐานะเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับขณะกระทำความผิด การที่ตร.มีหนังสือมายังวุฒิสภา เพื่อออกหมายเรียกตัวนายอุปกิตไปสอบสวนในฐานะเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม จำเป็นต้องเป็นมติที่ประชุมวุฒิสภา ตามมาตรา 125 ก่อน
...
ซึ่งทำให้วันนี้มีการโหวตลงมติกัน ปรากฏว่า วุฒิสภา ไม่อนุมัติการส่งตัว นายอุปกิต ให้ตำรวจสอบสวนในคดีฟอกเงิน-ยาเสพติด ด้วยคะแนน 174 ต่อ 7 เสียง มีสมาชิกวุฒิสภา 10 คน งดออกเสียง โดยที่ประชุมวุฒิสภา ใช้เวลาในการอภิปราย แจ้งให้ทราบ รวมถึงเปิดโอกาสให้ นายอุปกิต ชี้แจง และลงมติวาระด่วนนี้ ร่วม 2 ชั่วโมง
ทั้งนี้ สำหรับใจความสำคัญของการชี้แจง นายอุปกิต คล้ายกับที่เคยแถลงข่าว คือ ยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป พร้อมขอบคุณที่ประชุมวุฒิสภาที่เปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริง นอกจากนั้นยังบอกอีกว่า เขาถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม ได้รับความทุกข์ทรมานมากว่า 1 ปี
อย่างไรก็ตาม นายอุปกิต ยังยืนยันว่า ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่ง สว.ในปี 2562 เขาออกจากการเป็นกรรมการหุ้นส่วนบริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป แล้ว และตลอดเวลาที่ทำหน้าที่ เป็นตัวแทนซื้อขายไฟระหว่างไทยกับเมียนมาไม่เคยมีปัญหาแม้แต่ครั้งเดียว
ส่วนเรื่องที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เคยอภิปรายและกล่าวหาว่าเป็น สว.ทรงเอ เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดนั้น นายอุปกิต บอกว่า เขาฟ้องกลับนายรังสิมันต์ เป็นคดีความกันอยู่ 2 คดี นายอุปกิต ยังมองว่า การออกหมายจับตัวเขา ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มองว่าถูกกลั่นแกล้ง
จากนั้น ที่ประชุมเปิดโอกาสให้ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายเรื่องนี้ มีหลายคนลุกขึ้นอภิปราย เช่น พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม นายจัตุรงค์ เสริมสุข นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร พร้อมระบุว่า ไม่เห็นชอบให้นำตัวนายอุปกิตไปดำเนินคดี หรือมีการเสนอว่า หากจะเอาตัวไป ตำรวจควรต้องมาชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาก่อน
ขณะที่มี สว.บางส่วนอภิปรายสนับสนุนให้ สว.ลงมติเห็นชอบ เพื่อเคารพหลักการของรัฐธรรมนูญ พร้อมยกตัวอย่างที่ผ่านมาในช่วงการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 พบว่ามี 2 สว. ถูกขอหมายไปดำเนินคดีระหว่างสมัยประชุม ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวกับการฆาตกรรมภรรยาตนเอง และเรื่องโอนเงินสหกรณ์ ซึ่งวุฒิสภาในช่วงเวลานั้นเห็นชอบ
ที่ประชุมลงมติไม่เห็นชอบ ซึ่งหมายความว่า หากจะมีการเรียกตัวนายอุปกิตไปสอบสวน จะต้องรอหมดสมัยประชุมก่อน หรือหลังวันที่ 30 ตุลาคม 2566