รมช.ต่างประเทศ เผย เตรียมนำผู้บาดเจ็บ 15 คนแรก ออกจากอิสราเอล 11 ต.ค.นี้ ขึ้นเที่ยวบินพาณิชย์ กลับถึงไทย 12 ต.ค. 2566 เผย นักเรียนไทย 80 คน ปลอดภัยทั้งหมด เร่งประสานปล่อยตัวประกันผู้บริสุทธิ์

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2566 นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเป็นรอบที่ 2 ของวัน ถึงความคืบหน้าสถานการณ์การสู้รบในอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ปาเลสไตน์ ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กลุงเทลอาวีฟ รายงานพัฒนาการของพื้นที่ ให้ที่ประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล รับทราบว่า มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 700 ราย บาดเจ็บ 2,000 กว่าคน อีกทั้งยืนยันว่ามีผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน 100 คน มีหลากหลายเชื้อชาติ ในส่วนของคนไทย มีผู้เสียชีวิต 12 ราย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากสถานทูต ผู้บาดเจ็บเดิม 8 คน เพิ่มเติม 1 คน รวมเป็น 9 คน และถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน 

เตรียมนำผู้บาดเจ็บ 15 คน กลับไทยเป็นกลุ่มแรก

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้หารือถึงมาตรการการอพยพ ขณะนี้มีคนไทยแสดงความประสงค์ขออพยพกลับไทยแล้ว 1,437 คน และประสงค์ที่จะไม่กลับประมาณ 23 คน อีกทั้งได้รับรายงานว่า ทางการอิสราเอลได้ช่วยคนไทยส่วนหนึ่งออกจากบริเวณที่มีความเสี่ยงมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว สำหรับการอพยพคนจะใช้ทุกช่องทาง ทั้งสายการบินเอกชน เช่าเหมาลำ หรือกองทัพอากาศ และการบินไทย มีการประชุมร่วมกัน ทุกหน่วยงานพร้อมที่จะจัดหาเที่ยวบินพาณิชย์เพื่อนำคนไทยออกจากประเทศก่อน 

“กลุ่มแรกที่เราจะพาออกมาจะเป็นผู้บาดเจ็บ ซึ่งออกมาจากพื้นเสี่ยงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดการณ์ว่าเราจะสามารถพาคนไทยกลับมา ออกเดินทางจากอิสราเอลในวันที่ 11 (ตุลาคม) จะกลับมาถึงประเทศไทยในวันที่ 12 (ตุลาคม) ประมาณ 15 คน จะเป็นส่วนแรก”

...

จักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
จักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

นักเรียนไทย 80 คน ปลอดภัย เร่งประสานให้ปล่อยตัวประกัน

ในส่วนของตัวประกัน นายจักรพงษ์ ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการประสานงานกับสถานทูตไทยในแต่ละประเทศ ที่มีความสัมพันธ์กับทางประเทศที่จับตัวประกันเราไป พยายามจะติดต่อเพื่อสนับสนุนให้มีการปล่อยตัวพลเรือนบริสุทธิ์ โดยเอกอัครราชทูตกัวลาลัมเปอร์ ได้พบกับเอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ และแจ้งความกังวลของไทย เพื่อให้มีการปล่อยตัวพี่น้องคนไทยที่ถูกจับตัวไป ขณะที่นักเรียนไทย 80 คน ทูตยืนยันว่าปลอดภัยทุกคน 

ทั้งนี้ แรงงานไทยที่จะกลับมาในวันที่ 12 ตุลาคม 2566 กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เตรียมความพร้อมที่จะรับคนกลับมา โดยจะมีการตรวจทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ ทางด้านการติดต่อเพื่อสอบถามเรื่องพี่น้องที่อยู่ในอิสราเอล ขณะนี้มี Hot Line เพิ่มจาก 30 เป็น 60 คู่สาย ตลอด 24 ชั่วโมง Line Open Chat ชื่อห้อง “ขอรับความช่วยเหลือกรณีคนไทยในอิสราเอล” สามารถรับได้ 5,000 คน ถือเป็นอีกช่องทางให้ญาติเข้ามาสอบถามได้ รวมถึงเฟซบุ๊กเฉพาะกิจ กรมการกงสุลห่วงใยพี่น้องคนไทยในอิสราเอล เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ

นายกฯ เน้นย้ำความปลอดภัยและสวัสดิภาพของคนไทยสูงสุด

นายจักรพงษ์ ระบุต่อไปว่า กระทรวงการต่างประเทศ จะส่งเจ้าหน้าที่สนับสนุนภารกิจเพิ่มเติมที่กรุงเทลอาวีฟ ภายในสัปดาน์นี้ เพื่อดูแลแรงงานไทยและช่วยในภารกิจอพยพ เนื่องจากการอพยพคนในเทลอาวีฟค่อนข้างลำบาก ยังมีความตึงเครียดสูง การที่จะเคลื่อนย้ายคนต้องขอทางการรัฐบาลอิสราเอล พร้อมย้ำว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิภาพของคนไทยสูงสุด และพยายามจะดำเนินทุกวิถีทาง ทำให้กลับมาไทยได้ทุกคน 

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามย้ำในประเด็นการเดินทางกลับไทยเป็นเที่ยวแรก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตอบว่า เป็นการเดินทางด้วยเที่ยวบินพาณิชย์เที่ยวบินเดียว มีคนไทยซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บ 15 คน ซึ่งทางการอิสราเอลยังไม่ได้อนุญาตให้เครื่องบินของกองทัพหรือเที่ยวบินพิเศษเข้าไป จึงยังต้องเป็นเที่ยวบินปกติก่อนในการกลับไทย อีกทั้งสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ กำลังทำแผนทั้งหมดว่าจะอพยพคนอย่างไรได้บ้าง จึงจะมาดูอีกครั้งว่าจะใช้เครื่องบินชนิดไหนเข้าไปรับในแต่ละช่วงเวลา เพราะการเดินทางในประเทศอิสราเอลยังค่อนข้างลำบากอยู่ ต้องประสานงานกับรัฐ

เมื่อถามว่า มีสัญญาณบวกเรื่องการประสานไปยังสถานทูตประเทศต่างๆ ที่ไปเจรจากับปาเลสไตน์หรือไม่ นายจักรพงษ์ เผยว่า “ทุกประเทศเห็นใจประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบนี้ ทั้ง 4 ประเทศ อาทิ ทั้งจอร์แดน มาเลเซีย อียิปต์ เราได้มีการประสานงานไป แล้วท่านทูตทุกประเทศเห็นใจเรากันหมด ที่อยากจะให้ช่วยประสานในการปล่อยตัวประกันออกมา”

สำหรับพี่น้องคนไทยที่ประสงค์จะขอรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดต่อสอบถามเกี่ยวกับญาติที่พำนักอยู่ในอิสราเอล สามารถติดต่อได้ที่

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ 

  • โทรศัพท์ (+972) 546368150

 

กรมการกงสุล (Call center 30 คู่สาย ตลอด 24 ชั่วโมง) 

  • โทรศัพท์ 02 5728442

กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ

  • โทรศัพท์ 064 0198530
  • โทรศัพท์ 064 0198907
  • โทรศัพท์ 099 6164786
  • โทรศัพท์ 02 5751047-51 หรือ 02 5751053 (ในวันและเวลาราชการ)
  • Email: consular02@mfa.go.th