“คารม” เผย รัฐบาลโดยกระทรวงการอุดมศึกษาฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันพัฒนากำลังคนให้มีทักษะสูงขึ้น ผลักดันประเทศไทยเป็นผู้นำซอฟต์พาวเวอร์ของโลกให้ได้
วันที่ 8 ตุลาคม 2566 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่มีการตั้งเป้าพัฒนาแรงงานทักษะสูง และพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ในสาขาต่างๆ 11 สาขาสู่ตลาดโลก เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยขึ้นเป็นผู้นำซอฟต์พาวเวอร์ของโลกนั้น
รัฐบาล โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมเข้าไปสนับสนุนใน 3 ส่วนสำคัญคือ การพัฒนากำลังคนให้มีทักษะสูงขึ้น, การใช้ข้อมูลทางวิชาการเสริมในประเด็นสำคัญเพื่อให้ซอฟต์พาวเวอร์ไทยได้รับความเชื่อถือในระดับโลก และการจัดโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ใน 11 สาขา ประกอบด้วย อาหาร, กีฬา, งานเทศกาล, ท่องเที่ยว, ดนตรี, หนังสือ, ภาพยนตร์, เกม, ศิลปะ, การออกแบบ และแฟชั่น ซึ่ง อว.มีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยซึ่งกระจายอยู่ในประเทศ สามารถนำมาสนับสนุนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ได้ทันที
ทั้งนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายจะพัฒนากำลังคนถึง 20 ล้านคน โดยในปีแรกจำนวน 1 ล้านคน อว.มีกลไกการเพิ่มทักษะ หรือ Upskill-Reskill โดยจะเน้นการยกระดับทักษะคนไทยให้เป็นแรงงานทักษะสูง ใช้มหาวิทยาลัย 150 แห่งทั่วประเทศทำได้ในทุกพื้นที่ ร่วมกับศูนย์บ่มเพาะ และเครือข่ายอาชีวะ เชื่อมโยงกับการรับรองมาตรฐานทักษะและธนาคารหน่วยกิต รวมทั้งมหาวิทยาลัยหลักที่มีหลักสูตรทางด้านนี้อยู่แล้ว สามารถต่อยอดสอนในทักษะที่สูงขึ้นอีก ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยต่างๆ มีหลักสูตรแล้ว 871 หลักสูตร สามารถผลิตคนด้านนี้ได้ประมาณปีละ 40,000 คน โดยเมื่อได้รับทราบความต้องการของซอฟต์พาวเวอร์แต่ละสาขาทั้ง 11 ด้านแล้ว อว.จะเร่งมหาวิทยาลัยไปปรับเพิ่มเติมเพื่อให้ตรงกับโจทย์และความต้องการ
...
“อว. มีอุทยานวิทยาศาสตร์และมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ที่จะช่วยสนับสนุนการสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้งระบบ ใน 11 ด้าน โดยสามารถปรับให้เป็นนิคมนวัตกรรมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รวมทั้งการกระตุ้นกิจกรรมสร้างสรรค์ในเยาวชน นิสิต นักศึกษา กระตุ้นพลังการสร้างสรรค์ของเยาวชน และนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ให้มีบรรยากาศการเรียนรู้ การอบรม การประกวดแข่งขันในรูปแบบต่างๆ ได้ทั่วประเทศ ซึ่งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหน่วยงานภายใต้ อว. สามารถร่วมดำเนินการได้อย่างเต็มที่ พร้อมใช้ศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่ในทุกด้าน สนับสนุน และผลักดันให้ประเทศไทยขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกในเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ให้ได้”.