"ธัญวัจน์" สส.ก้าวไกล เผย อัตลักษณ์ทางเพศ คือ สิทธิมนุษยชน ชี้ กรณี "นารา เครปกะเทย" คือการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ ฝาก "รมว.ยุติธรรม-อธิบดีราชทัณฑ์" แก้ปัญหา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ละเมิดสิทธิ
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 66 นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากกรณีที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รายงานกฎเกณฑ์ในเรือนจำที่ได้กระทำกับ นายอนิวัต ประทุมถิ่น (นารา เครปกะเทย) เน็ตไอดอลสาวข้ามเพศชื่อดัง ที่ถูกบังคับให้ตัดผมทรงนักเรียน ไม่ให้ใช้ฮอร์โมน และไม่ให้ใส่ยกทรง แม้จะศัลยกรรมหน้าอกแล้วก็ตาม ซึ่งปรากฏบนโลกโซเชียล จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงสิทธิในเนื้อตัวและร่างกายของผู้ต้องขังในเรือนจำ เป็นความรุนแรงและสุขภาพของผู้ต้องขังในเรือนจำ เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน และความหลากหลายทางเพศของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ และทุกคนในเรือนจำ
โดยก่อนหน้านี้ "กลุ่มคนข้ามเพศ" ได้มีการเคลื่อนไหวรณรงค์ และนำรายชื่อเครือข่ายภาคประชาชน 134 ชื่อ เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อ ก.ค. 2562 เพื่อให้ศึกษาและประสานกรมราชทัณฑ์ ให้นักโทษในเรือนจำที่เป็นคนข้ามเพศได้รับสิทธิในการเข้าถึงฮอร์โมนเป็นสุขภาพพื้นฐาน เพื่อให้การดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์มีความอ่อนไหว และเข้าใจประเด็นความหลากหลายทางเพศ
เพราะปัจจุบันผู้ต้องขังที่เป็นหญิงข้ามเพศ ที่ยังไม่ได้รับการผ่าตัด กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินมาตรการขังรวมกับผู้ต้องขังชายและมีการแยกห้อง แต่ยังมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงฮอร์โมน เพราะคนที่ยังไม่ผ่าตัดแปลงเพศ ก่อนเข้าเรือนจำมีการเริ่มใช้ฮอร์โมน ซึ่งยาฮอร์โมนเอสโตรเจนสำคัญอย่างมาก ในการกดทับความเป็นชายไว้ และเพื่อคงสรีระและความเป็นผู้หญิงไว้ให้เป็นไปตามอัตลักษณ์ทางเพศ เมื่อต้องหยุดกินฮอร์โมน ก็จะมีปัญหาเรื่องอารมณ์และสุขภาพ ผมร่วง น้ำหนักเพิ่มขึ้น และบางรายอารมณ์แปรปรวน เกิดผลกระทบทั้งคนข้ามเพศ และผู้ต้องขังที่อยู่ร่วมกัน
...
"ตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ สัดส่วนความหลากหลายทางเพศ พรรคก้าวไกล มีข้อกังวลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จึงขอฝาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในเนื้อตัว และร่างกายของกลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพราะการข้ามเพศไม่ใช่เรื่องของความงาม แต่คือการอยู่รอดที่สังคมส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจประเด็นคนข้ามเพศ" นายธัญวัจน์ กล่าวทิ้งท้าย.