สส.ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ร่วมอภิปรายปิดท้ายในวันแรก “วันนอร์” สั่งพักการประชุมรัฐสภาแล้วตอนตี 1.30 เตรียมเปิดประชุมอภิปรายนโยบายรัฐบาลต่อ 09.00 น.

เมื่อเวลา 00.52 น. วันที่ 12 กันยายน 2566 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ในวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เรื่องการพักชำระหนี้เกษตรกร ว่า ต้องให้โอกาสเกษตรกรสร้างรายได้ใหม่ โดยย้ำวินัยการเงินการคลังเป็นสำคัญ โดยการพักหนี้จะทำ 3 ปี ทั้งต้น ทั้งดอก มุ่งสร้างรายได้ 3 เท่าใน 4 ปี ขณะเดียวกัน ก็เสริมศักยภาพให้เกษตรกรด้วย 

จากนั้นเป็นการอภิปรายของ นายอภิชาติ ศิริสุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หลายนโยบายที่หาเสียง ไม่ปรากฏในนโยบายรัฐบาล ก่อนพูดไปถึงนโยบายที่ดิน ไม่เห็นด้วยคือแนวคิดแบ่งที่ดินส่วนหนึ่งไปปลูกต้นไม้ เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน แทนที่จะเน้นไปที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ การปลูกต้นไม้ควรเป็นอันดับรอง เพราะเหมือนเป็นการฟอกเขียวให้นายทุน แต่ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นไปได้แค่ไหน เพราะกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย ดันไปอยู่กับพรรคการเมืองที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ถ้ายังฝืนใช้วิธีคิดแบบเดิม ปัญหาที่ดินทำกินคงไม่ได้รับการแก้ไขแน่นอน

...

แม้นายกรัฐมนตรีจะมาจากวงการอสังหาริมทรัพย์ แต่อาจจะยังไม่เข้าใจปัญหาประชาชนในเขตชุมชน ในเขตป่า ซึ่งต่างจากพื้นที่เมืองที่นายกรัฐมนตรีมีประสบการณ์ ซึ่งที่ดินทั่วประเทศเมื่อหลายร้อยปีก่อนล้วนไม่มีเอกสารสิทธิ์ จนกระทั่งมีกฎหมาย หลักเกณฑ์ในการจับจอง จดแจ้ง คนในเมืองรู้กฎหมายก็ไปดำเนินการ ส่วนพี่น้องที่อยู่ไกล ทำมาหากิน ที่ดินที่อยู่มานานก็ไม่ได้ไปแจ้งสิทธิ์ จึงกลายเป็นผู้ไม่มีเอกสารสิทธิ์จนถูกไล่ที่ สุดท้ายใช้กลไกพิสูจน์สิทธิ์สร้างความชอบธรรม กลายเป็นประชาชนเป็นคนบุกรุก แล้วจะแก้ไขความเป็นธรรมได้อย่างไร จากข้อมูลหน่วยงานรัฐ ปรากฏว่าประเทศไทยมีที่ดินเกิน 400 ล้านไร่ ทั้งที่ประเทศไทยมีเนื้อประมาณ 320 ล้านไร่ จะมีที่ดินงอกขึ้นมาได้อย่างไร ก็มาจากการถือครองซับซ้อน จึงต้องแก้ถึงต้นตอ หากพิจารณานโยบาย ทำให้ตนกังวลว่าปัญหาที่ดินในขณะนี้จะไม่ถูกแก้ไขไปในทิศทางที่ถูกต้อง และจะส่งผลต่อลูกหลานในอนาคต 

รวมถึงขอให้นำข้อเสนอของพรรคก้าวไกลที่มีความรอบคอบไปเป็นแนวทางดำเนินการ พร้อมเสนอนายกรัฐมนตรีต้องยุติและชะลอการดำเนินคดีการทวงคืนผืนป่าทั้งหมด รวมถึงนิรโทษกรรมผู้ที่เคยได้รับผลกระทบ ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กฎกระทรวงต่างๆ รีบพิสูจน์สิทธิ์และรับรองสิทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชน ต้องมีนโยบายปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ออกมาตรการหรือนโยบายเร่งด่วน พัฒนาหลักคิดกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์รูปแบบใหม่ เพราะประชาชนคือเจ้าของแผ่นดินนี้ โดยจะติดตามและใช้กลไกสภาในการตรวจสอบ 

ในเวลา 01.20 น. นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง อภิปรายว่า นโยบายที่ดินไม่ได้มีการรับรองสิทธิ์ให้กลุ่มชาติพันธุ์ และถูกกีดกัน ซึ่งบางส่วนยังอยู่ในสถานะไร้สัญชาติจนปัจจุบัน อีกทั้งในสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กลุ่มชาติพันธุ์ถูกยึดที่ดินจำนวนมาก แม้ต่อมาจะยกเลิกไป แต่ก็มีคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เข้ามา ปัญหาก็ยังคงเกิดอยู่ เนื้อหาของนโยบายรัฐบาลปัจจุบันเขียนสั้นและกำกวม ซึ่งดูเหมือนจะไปต่อยอดรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกด้วย

การให้สิทธิ์ที่ดินกลุ่มชาติพันธุ์ นอกจากจะให้ความมั่นคงแล้ว ยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญ ไทยจะขยายการส่งออกได้ด้วย เพื่อผลประโยชน์ของประเทศโดยรวม มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำ 3 ประการ คือ เร่งแก้ไขกฎหมายป่าไม้และที่ดินเป็นสากล ให้มนุษย์และป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน, พิสูจน์สิทธิ์อย่างเป็นธรรมและถ้วนหน้า, ส่งเสริมบทบาทของกลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิ์ในการดูแลจัดการที่ทำอยู่แล้วให้ถูกกฎหมาย หวังว่ารัฐบาลใหม่นี้จะทำให้มีความหวังได้

ต่อมา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา สั่งพักการประชุมแล้วในเวลา 01.30 น. และจะมีการประชุมต่อในเวลา 09.00 น. วันที่ 12 กันยายน 2566 โดย สส.ที่ยังอยู่ในห้องประชุม ต่างร่วมกันให้สื่อมวลชนถ่ายภาพก่อนเดินทางกลับ.

(ภาพ : ธนัท ชยพัทธฤทธี)