ประชุมสภาแถลงนโยบายรัฐบาล “อภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล” อภิปรายนโยบาย “1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์” มอง รัฐบาลตีโจทย์ผิดตั้งแต่เริ่ม พร้อมจับตาการทำงานใกล้ชิด
เมื่อเวลา 16.39 น. วันที่ 11 กันยายน 2566 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ในวาระเรื่องด่วน แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดย นายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ทักษะ ซอฟต์พาวเวอร์ ว่า เหมือนเป็นประโยคเรียงต่อกัน แต่ไม่ชัดในความหมาย และไม่เห็นรายละเอียด
สำหรับ 1 ครอบครัว 1 ทักษะ ซอฟต์พาวเวอร์ เป็นโครงการสำคัญของพรรคเพื่อไทย แต่มีคำถามว่าคืออะไร หลายวันก่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก็พูดถึงเรื่องซอฟต์พาวเวอร์กับซอฟต์แวร์ เมื่ออ่านในนโยบายแล้ว ระบุว่า ประเทศไทยมี 20 ล้านครอบครัว จะสร้างรายได้ 2 แสนบาทต่อคนต่อปี และสร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง แปลกใจว่าทำไมเริ่มด้วยจำนวนมหาศาล ซึ่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Soft Power) ต้องพยายามทำน้อยให้ได้มาก ทำซ้ำให้กระจายตัวไปได้เร็ว แต่การทำเช่นนโยบายรัฐบาล ไม่ต่างจากอดีตคือสร้างแรงงานจำนวนมาก
...
พร้อมตั้งคำถามต่อไปว่า ทำไมต้องเกณฑ์คนมาทำถึง 20 ล้านคน หากทำได้ เชื่อว่าจะยิ่งใหญ่ แต่มองว่ารัฐบาลเริ่มต้นตีโจทย์ผิด เพราะซอฟต์พาวเวอร์เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปัจจุบันเราใช้ดิจิทัลฟอร์แมตเป็นส่วนใหญ่ การฝึกอบรมทักษะระดับสูงต้องทำผ่านเทคโนโลยี และการอบรมออนไลน์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หวังว่าจะไม่ใช่เอาคนมานั่งฟังออนไลน์แล้วรับเงิน แม้จะได้ตัวเลขตามเป้าหมายจริง แต่ไม่มีประสิทธิภาพ และเกรงว่าเรื่องนี้จะเป็นการแปลงร่างของโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) กับโครงการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย Cultural Product of Thailand (CPOT) ของกระทรวงวัฒนธรรม และเราจะหาลูกค้าที่ไหนมาซื้อผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม จึงมีความรู้สึกเป็นห่วงการเริ่มต้นของโครงการ
ขณะเดียวกันก็มีความกังวลเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของคนทำงานสร้างสรรค์ ซึ่งในไทยพบพระราชบัญญัติ 6 ฉบับ ที่ใช้ในการกีดขวางระดับสติปัญญาการแสดงออกของคนไทย ด้วยเหตุผลที่ขัดศีลธรรมอันดี ขัดความมั่นคง เรามีตัวอย่างว่า หนังไม่ต่ำกว่า 15 เรื่อง ถูกห้ามฉาย มีเกมที่เล่นไม่ได้ บางเพลงก็ถูกส่วนราชการฟ้อง ฝากรัฐบาลว่า ซอฟต์พาวเวอร์มีความหมายกว้างว่าวัฒนธรรม นอกจากนี้ เรื่องการส่งเสริมสวัสดิการการทำงานสร้างสรรค์ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะแรงงานเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจประเทศ แต่กลับไม่พูดถึงสวัสดิการ ซึ่งแรงงานนอกระบบก็ยังมีอีกมาก ที่ต้องทำงานเกินเวลา ค่าจ้างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะฟรีแลนซ์ที่มีเพิ่มขึ้นมากในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ มีข้อสังเกตด้วยว่า คำว่าซอฟต์พาวเวอร์ ต้องเพิ่มคุณค่าให้มีราคาเพิ่มมากขึ้น ในฐานะที่ทำงานเรื่องนี้ จะคอยติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด ถ้าทำได้อย่างที่รัฐบาลประกาศไว้จริงจะยินดีมาก แล้วจึงจบการอภิปรายในเวลา 16.55 น.