“อุ๊งอิ๊ง-เอม” พร้อมหน้า 2 เขย ทำบุญ-กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรให้ “พ่อ” เดินทางกลับไทยราบรื่นปลอดภัย “อิ๊ง” ปลื้มของขวัญวันเกิด 37 ปี ยันไม่มีเรื่อง ตัวประกันการเมือง ไม่มีใครหลอก หรือไปหลอกใคร ดูฤกษ์งามยามดี 22 ส.ค. ดีที่สุด เรื่องขอพระราชทานอภัยโทษต้องคุยกับพ่อก่อน ออกปากขอโทษประชาชน ทำให้ผิดหวังที่ “มีลุง” คนเสื้อแดง ตั้งตารอรับ “นายใหญ่” “เศรษฐา” มั่นใจความบริสุทธิ์ เชื่อในวิจารณญาณ สส.-สว. “สุทิน” แจงประสาน สว.ราบรื่นดี สุดมั่นได้นายกฯชื่อ “เศรษฐา” “ไผ่” ชี้โอกาส “ลุงป้อม” เสียบต้องรอสถานการณ์ “ชูวิทย์- สมชาย” ตั้งวงปูดดีลลับสิงคโปร์ โยง “ทักษิณ” กลับบ้าน โพลชี้ไม่เอา “รัฐบาลพิเศษ” จะตั้งเร็วหรือช้าก็ไม่มีผล
ถูกจับตามองว่าการเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ ที่ตรงกับวันประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะมีดีลลับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ แต่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย บุตรสาวยืนยันชัดเจนไม่มีดีลพิเศษอะไรทั้งสิ้น เป็นเรื่องครอบครัวล้วนๆ
...
“อิ๊ง-เอม” ขอพรให้ “พ่อ” ปลอดภัย
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์อินสตาแกรมเป็นภาพตัวเอง พร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี รวมถึง น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี ร่วมทำบุญและไหว้สักการะศาลหลักเมือง เนื่องในวันคล้ายวันเกิด น.ส.แพทองธาร ในวันที่ 21 ส.ค. ระบุว่า “พรุ่งนี้ครบ 37 ปี เลยถือโอกาสมาขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร สักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) และสักการะพระบรมรูป สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร และขอพรพระให้การกลับบ้านของคุณพ่อราบรื่น เรียบร้อย และปลอดภัยค่ะ”
แกนนำ-สส.พท.รอคิวเบิร์ธเดย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทำบุญของ น.ส.แพทองธารและครอบครัวครั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องจากนายทักษิณมีกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 22 ส.ค.เวลา 09.00 น. เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม น.ส.แพทองธารไม่ได้แจ้งกำหนดการต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด และในวันที่ 21 ส.ค. พรรคเพื่อไทยจะประชุม สส.ในช่วงบ่าย คาดว่าแกนนำพรรคและ สส.จะร่วมอวยพรวันเกิดให้กับ น.ส.แพทองธารด้วย
ปัด “พ่อ” กลับไม่เกี่ยวการเมือง
ต่อมาเวลา 15.54 น. ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการไปทำบุญที่ศาล หลักเมืองกรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้าว่า ได้โอกาสทำบุญและอวยพรให้คุณพ่อเดินทางกลับด้วยความราบรื่น เมื่อถามว่าการเดินทางกลับของนายทักษิณถือเป็นของขวัญวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 37 ปีหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า พูดคุยกันในครอบครัวมาตลอดว่าถ้าพ่อกลับเมื่อไหร่ ถือเป็นของขวัญของทุกคนในบ้าน และใกล้วันเกิดตนเองก็ถือเป็นของขวัญวันเกิดแน่นอน เมื่อถามถึงข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย น.ส.แพทองธารตอบว่า ความปลอดภัยขอรวมไปถึงเรื่องสุขภาพ อยากให้ท่านปลอดภัยและสุขภาพแข็งแรง เพราะมาถึงก็ยังไม่ได้เข้าบ้าน เมื่อถามว่านักวิชาการวิเคราะห์กันว่า นายทักษิณถือเป็นตัวประกันทางการเมือง และมีการเชื่อมโยงไปถึงการโหวตนายกฯวันที่ 22 ส.ค. น.ส.แพทองธารตอบว่า เข้าใจว่าคุณพ่อถูกแยกออกจากการเมืองได้ยาก แต่คุณพ่อไม่ได้คิดถึงเรื่องการเมืองหรือเรื่องเป็นตัวประกัน ท่านแค่รอวันที่จะได้กลับมาอยู่กับลูกหลาน
ไม่มีใครหลอกหรือไปหลอกใคร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดไปถึงว่าจะถูกหลอกหรือเป็นเหยื่อทางการเมือง น.ส.แพทองธาร ถามสวนทันทีว่า ถูกใครหลอก จริงๆแล้วคุณพ่อออกไป 17 ปีแล้ว มีหลายข้อมูลที่ได้รับทั้งข้อมูลที่ผิดและข้อมูลที่ถูก 17 ปีผ่านอะไรมากันเยอะมาก การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของท่านเอง ไม่มีใครหลอก ท่านก็ไม่ได้หลอกใครเป็นการตกลงกันภายในครอบครัวถึงตัดสินใจกลับมา เมื่อถามว่ามีการประเมินว่าหากการโหวตนายเศรษฐา ทวีสิน ไม่ผ่านอาจต้องมีการเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ซึ่งจะกลายเป็นตัวประกันทางการเมือง น.ส.แพทองธารตอบว่า อยากให้มองการเมืองสร้างสรรค์ขึ้น คุณพ่ออยากกลับมาอยู่กับครอบครัวนี่คือเรื่องที่ชัดเจนมากๆ ส่วนเรื่องการเมืองขอให้เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย คดีความต่างๆก็ไม่ได้เกี่ยวกับการโหวตนายกฯ อยากให้แยก 2 เรื่องนี้ออกจากกันให้ชัดเจน
ดูฤกษ์งามยามดี 22 ส.ค.ดีที่สุด
เมื่อถามว่านายทักษิณเดินทางกลับตรงกับวันโหวตนายกฯ ไม่สามารถปฏิเสธความเชื่อมโยงนี้ได้ น.ส.แพทองธารตอบว่า ไม่ใช่ความเชื่อมโยงทาง การเมืองใดๆเลย คุณพ่อประกาศจะกลับมาก่อนกำหนดวันโหวตนายกฯ ก่อนหน้านี้จะกลับมาวันที่ 31 ก.ค. แต่ตรงกับวันหยุดตนเลยช่วยดูวันฤกษ์ดี คือวันที่ 10 ส.ค.ที่ประกาศไป แต่ติดต้องตรวจสุขภาพ จึงหาวันฤกษ์ดีวันใหม่ตรงกับวันที่ 22 ส.ค.นี้ เมื่อถามว่าสุขภาพนายทักษิณถือว่าดีแล้วหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า ตรวจสุขภาพทุกปีบางครั้งก็มีปัญหาบ้าง ตอนนี้อายุ 74 ปีแล้ว ความจริงท่านเป็นคนแข็งแรง อยู่ต่างประเทศมีผ่าตัดเล็กน้อยบ้าง แต่ตอนนี้อายุเข้า 74 ปี ต้องตรวจสุขภาพปีละ 2 ครั้ง เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าต้องดูฤกษ์ดูยามเดินทางกลับ น.ส.แพทองธารตอบว่า ต้องดูนิดนึง ดูไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี วันฤกษ์ดีทุกคนก็อยากให้เป็นวันที่ดี ยืนยันว่าจะไม่เลื่อนอีกแล้ว วันที่ 22 ส.ค.นี้แน่นอน เมื่อถามถึงดีลกับฝ่ายผู้มีอำนาจจบแล้วใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารถามว่าดีลอะไร ดีลฝ่ายไหน ยืนยันว่าไม่ได้ดีลกับใครเลย
ต้องคุยกับพ่อก่อนขออภัยโทษ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการขอพระราชทานอภัยโทษนายทักษิณ ทางครอบครัวมีการดำเนินการอะไรไว้หรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า ต้องถามคุณพ่อก่อนว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรบ้าง ครอบครัวต้องเคารพการตัดสินใจของคุณพ่อ เดี๋ยวคงทราบกัน เมื่อถามถึงกระบวนการยุติธรรมล่าสุดที่มีการเปิดเผยจำนวนปีที่ต้องถูกจำคุกประมาณ 5 ปีนั้น น.ส.แพทองธารตอบว่า ในเรื่องคดีขอไม่ไปแตะ กลัวพูดข้อมูลไม่ตรงหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้องออกไป เมื่อถามต่อว่าแสดงว่าที่ผ่านมายังไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้ น.ส.แพทองธารกล่าวสั้นๆว่า ยัง
ลุ้นโหวต “เศรษฐา” ม้วนเดียวจบ
เมื่อถามถึงการโหวตนายกฯ วันที่ 22 ส.ค. น.ส.แพทองธารตอบว่า เราพยายามเต็มที่ มีมติเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เรามั่นใจและอยากตั้งรัฐบาลให้ได้เร็วที่สุดใช้นโยบายเพื่อไทยแก้ปัญหาให้ประชาชน เมื่อถามว่าหากนายเศรษฐาโหวตไม่ผ่านจะมาถึงคิวของ น.ส.แพทองธาร น.ส.แพทองธารตอบว่า อยากให้โฟกัสที่นายเศรษฐาก่อนอย่าเพิ่งโฟกัสมาที่ตน หากโฟกัสหลายจุดจะไม่มั่นคง ดังนั้น เราทำเต็มที่เสนอชื่อนายเศรษฐาและหวังว่าจะสำเร็จ เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะม้วนเดียวจบภายในวันที่ 22 ส.ค. น.ส.แพทองธารตอบว่า ก็หวังเป็นอย่างยิ่ง
ขอโทษ ปชช.ทำให้ผิดหวัง “มีลุง”
เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่หาเสียงไว้ว่าจะไม่จับมือกับพรรค 2 ลุง น.ส.แพทองธารตอบว่า พูดตรงๆเลยว่าเราอยากได้แลนด์สไลด์แต่เราทำแลนด์สไลด์ไม่สำเร็จ และรัฐธรรมนูญปี 2560 มีเรื่องของ สว.อยู่ เราเคยผ่านมาก่อนคือชนะการเลือกตั้งแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เราทราบดีว่าการไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลสามารถเกิดขึ้นได้ วันนี้เมื่อไม่เป็นอย่างที่เราคิดไม่เป็นไปตามที่เราแพลนไว้ จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประเทศชาติไปต่อ แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยมีต้นทุนที่ต้องจ่าย เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนเราขอน้อมรับ และต้องขอโทษที่ทำให้หลายคนรู้สึกผิดหวังหรือเสียใจ แต่เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วเราจะทำเต็มที่ แก้ปัญหาให้ประชาชน เมื่อถามย้ำว่าสนใจตำแหน่งรัฐมนตรีหรือทำงานในพรรคมากกว่า น.ส.แพทองธารตอบว่า ตอนนี้เน้นทำงานพรรค สื่อต่างๆมอบให้หลายตำแหน่ง ทั้งตำแหน่งรองนายกฯ และตำแหน่งรัฐมนตรี รู้สึกดีใจมากต้องขอขอบคุณ
แดงปราจีนฯ ตั้งตารอ “นายใหญ่”
ขณะที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงแฟนคลับเหนียวแน่นของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ร้านกระทะแตกเลิศรส เขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี อ.เมืองปราจีนบุรี ที่ทุกคนรู้จักในนามร้าน “ดำ-ผัดไทย” นายมณเฑียร รอดมาลี หรือ “ดำ ผัดไทย” อายุ 51 ปี ผู้ประสานงานกลุ่มคนเสื้อแดงปราจีนบุรี (นปช.ปราจีนบุรี) กล่าวว่ามีการประสานนัดหมายกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะไปต้อนรับนายทักษิณกลับประเทศไทย วันที่ 22 ส.ค. แต่ละพื้นที่ต่างคนต่างไปแล้วไปรวมตัวกันที่ปั๊มแห่งหนึ่งใกล้สนามบินดอนเมือง รู้สึกยินดีที่ท่านมีโอกาสกลับสู่ประเทศไทย มาต่อสู้คดีของท่าน ในอนาคตข้างหน้าคิดว่าน่าจะมีโอกาสได้รับใช้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาประเทศบ้างไม่มากก็น้อย เรื่องการต่อสู้กันมาตั้งแต่ปี 2553 บางทีการเมืองถึงจุดที่ต้องเดินไปข้างหน้า ก็ต้องมีการเจรจาพูดคุยกันเพื่อการปรองดอง
ปทุม-สายไหม-พัทยานัดระดมพล
ที่ศูนย์ประสานงานกลุ่มคนเสื้อแดงปทุมธานี อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงปทุมธานี นำโดยนายศรรัก มาลัยทอง แกนนำคนเสื้อแดงปทุมธานี พร้อมด้วย น.อ.นิพล สำเภาทอง อดีตนายทหารอากาศแกนนำเสื้อแดงพัทยา และนายสมศักดิ์ รอเพชรรุ่งเรือง แกนนำเสื้อแดงสายไหม ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับไทย นายศรรักกล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงปทุมธานีเป็นแม่งานเตรียมการรับนายทักษิณที่สนามบินดอนเมือง คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงหลายร้อยคนไปรอต้อนรับ ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน ที่ระบุว่านายทักษิณจะไม่กลับมาในวันที่ 22 ส.ค.นั้น คนใกล้ชิดโดยเฉพาะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว ยืนยันชัดเจนว่ากลับแน่นอน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับตัวนายทักษิณแล้ว ขอให้นายจตุพรถอยออกมาสักก้าวให้บ้านเมืองเดินหน้าอย่างสงบ
คนรากหญ้าจดจำมิเสื่อมคลาย
นายสมศักดิ์ รอเพชรรุ่งเรือง แกนนำเสื้อแดงสายไหม กล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงและคนรากหญ้า มีความศรัทธาและผูกพันต่อนายทักษิณ พวกเราคนรากหญ้าไม่เคยได้รับสวัสดิการจากรัฐจนกระทั่งนายทักษิณก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ จนถึงบัดนี้นโยบายยังคงอยู่ ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวชินวัตร ที่นายทักษิณจะได้กลับบ้านมาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งกันเสียที
กรมราชทัณฑ์แจงมาตรการรับตัว
ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงมาตรการรับตัวนายทักษิณ ชินวัตรว่า มอบหมายให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเป็นผู้ดำเนินการหลัก เพราะมีหน้าที่รับตัวโดยตรง เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษฯจะรับนายทักษิณมาจากศาลฎีกา ตามคำสั่งของศาลเรื่องการควบคุมตัว และปฏิบัติตามนโยบายนายวิษณุ เครืองาม รองนายก รัฐมนตรี รักษาการ รมว.ยุติธรรม มอบหมาย 3 เรื่องเป็นพิเศษ คือ 1.เรื่องความปลอดภัย เรื่องนี้อาจทำให้นายทักษิณถูกปฏิบัติแตกต่างจากนักโทษคนอื่น เพราะนักโทษคนอื่นไม่มีปัจจัยเสี่ยง 2.ให้มีความสะดวกตามสมควร แต่ไม่ถึงขนาดสะดวกมากจนได้รับอภิสิทธิ์อะไร แต่ต้องสะดวกเพราะต้องมีคนเข้าเยี่ยม เช่น องค์กรระหว่างประเทศ นักสิทธิมนุษยชน แฟนคลับหรือมวลชน จึงต้องมีความสะดวกพอสมควร และ 3.ให้มีความสบายตามสมควร แต่ต้องไม่สบายมากนักเพราะว่าอายุเกิน 70 ปี และป่วย อาจไม่เหมือนคนที่มีอายุ 20-30 ปี
ดูแลพิเศษแต่ไม่ถึงขั้นอภิสิทธิ์
นายอายุตม์กล่าวต่อว่า กรมราชทัณฑ์กำชับไปยังผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษฯ ให้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยในช่วงที่ต้องเข้ามาสู่การกักโรคของเรือนจำ อาจไม่สามารถไปอยู่รวมกับผู้ต้องขังรายอื่นได้ จากนั้นต้องดูเรื่องอาหาร รวมถึงการจัดระเบียบเยี่ยมญาติที่ต้องมีสถานที่รองรับบุคคลที่จะมาเยี่ยม ไม่ให้ไปกระทบกับการเยี่ยมญาติของผู้ต้องขังรายอื่น แต่คงไม่ได้สิทธิพิเศษมากมายจนเกินตามความเหมาะสม ส่วนการพิจารณาย้ายผู้ต้องขังไปยังโรงพยาบาลนั้น ต้องดูเรื่องการเจ็บป่วย ทราบก็ต่อเมื่อเข้าสู่ระบบการตรวจร่างกายในวันแรกรับเข้าเรือนจำว่าป่วยเป็นโรคอะไรบ้าง จากนั้นแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าต้องรักษาตัวอย่างไร จากนั้นเรือนจำจะดำเนินการตามความเหมาะสม เป็นหลักการปกติโดยทั่วไป ส่วนมีกระแสข่าวว่ากรมราชทัณฑ์จัดสถานที่เป็นแดนพิเศษเฉพาะนายทักษิณไว้เพียงคนเดียวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์นั้น ไม่มี พูดกันไป คงไม่ถึงขนาดจัดทำห้องพิเศษ หรืออะไรขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับ เพียงแค่จัดสัดส่วนให้เหมาะสมดูแลเรื่องความปลอดภัยเท่านั้น
“เศรษฐา” มั่นใจความบริสุทธิ์
วันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทีมข่าวเนชั่นทีวี ถึงความพร้อมก่อนโหวตนายก รัฐมนตรีในวันที่ 22 ส.ค.ว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง และเข้าใจว่าการเข้าสู่ชีวิตการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องยอมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เชื่อว่าทั้ง สส. และ สว. จะมีวิจารณญาณ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ตนได้แถลงข่าวไปชัดเจนแล้ว เมื่อถามว่าวันที่ 21 ส.ค. จะมีการแถลงข่าวร่วมกับพรรคการเมืองที่มาร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่ทราบ แต่เข้าใจว่าทุกอย่างคงเป็นไปได้ด้วยดี มั่นใจในคณะเจรจาของพรรคเพื่อไทยมีความคืบหน้าไปได้มากแล้ว ส่วนกรณีโผคณะรัฐมนตรีที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆนั้น ไม่ขอแสดงความคิดเห็น ย้ำว่าต้องให้เกียรติคณะเจรจาและพรรคร่วมฯด้วย เพราะกระทรวงต่างๆ ยังไม่ลงตัว แต่เข้าใจว่ามีความคืบหน้า ถ้าลงตัวรายชื่อก็คงตามมา ส่วนการเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยืนยันไม่ทราบกำหนดการมาก่อน เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย
“สุทิน” แจงประสาน สว.ราบรื่น
นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเสียงโหวตสนับสนุนนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ว่า คิดว่าจากการทำงานและประสานงานทุกฝ่ายที่ราบรื่นดี ไม่ว่าฝ่าย สว. หรือพรรคการเมือง เราพยายามทำตามข้อประสงค์ของทุกฝ่ายเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสบายใจ จึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธนายเศรษฐา ที่ถือว่าเป็นแคนดิเดตนายกฯ มาตามระบบกฎหมายทุกประการ ทั้งผ่านการคัดกรองจากพรรคเพื่อไทย ผ่านการตรวจคุณสมบัติจาก กกต. และผ่านการเลือกตั้งมา ส่วนประเด็นที่หลายคนวิตก หรือที่มีการพยายามสร้างให้เกิดความวิตกโดยนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง พรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ เรามีคณะทำงานตรวจสอบเรื่องนี้อย่างรอบด้านทุกเรื่องที่ถูกนายชูวิทย์กล่าวหา นายเศรษฐาไม่น่าจะเป็นอย่างที่นายชูวิทย์กล่าวหา
สุดมั่นได้นายกฯ ชื่อ “เศรษฐา”
เมื่อถามย้ำว่าเป้าหมายนายชูวิทย์แน่ชัดว่าไม่อยากให้นายเศรษฐาเป็นนายกฯ กระบวนการที่ผ่านมาของนายชูวิทย์จะไม่กระทบการโหวตนายกฯ ใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า เข้าใจว่ากระบวนการทั้งหมดของนายชูวิทย์คือต้องการไม่ให้นายเศรษฐาเป็นนายกฯ แต่คนที่จะเลือกนายเศรษฐาในสภาจะให้ความเป็นธรรม เชื่อว่าวันที่ 22 ส.ค. ได้นายกฯ ชื่อ “เศรษฐา” เพราะวันนี้สมาชิกรัฐสภาฟังเสียงสังคมอยู่ สังคมวันนี้อยากให้ได้นายกฯ โดยเราผ่านการเลือกตั้งมาเกือบจะ 3 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีนายกฯ และรัฐบาลมาทำงานเสียที
ยกรัฐธรรมนูญยังเป็นผู้บริสุทธิ์
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กล่าวหาโจมตีต้องให้ความเป็นธรรมกับนายเศรษฐา ที่ย่างก้าวจากนักธุรกิจมาเป็นนักการเมืองเต็มตัว และพร้อมรับการตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม ยังต้องถือว่าขณะนี้นายเศรษฐาเป็นผู้บริสุทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาจนถึงที่สุดออกมา พรรคเพื่อไทยมีมติเสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นนายกฯ ต่อที่ประชุมรัฐสภา จึงไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ เพราะตามกฎหมายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
นัดพรรคร่วม 314 เสียงแถลงข่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยนัดแกนนำพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล แถลงข่าวร่วมกันที่อาคารรัฐสภา ในวันที่ 21 ส.ค. ส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ทั้งพรรคภูมิใจไทย (ภท.) 71 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 10 เสียง พรรคประชาชาติ (ปช.) 9 เสียง พรรคเพื่อไทรวมพลัง (พทล.) 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) 2 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 40 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พรรคเสรีรวมไทย (สร.) พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย พรรคละ 1 เสียง รวมเป็น 314 เสียง แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.จะไม่ร่วมแถลง ให้เลขาธิการพรรคแทน
โอกาส “ลุงป้อม” รอสถานการณ์
ขณะที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์รายการ “ชั่วโมงข่าวเสาร์อาทิตย์” ทางไทยพีบีเอสว่า 40 เสียง สส.ของพรรค พปชร.จะโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยไม่มีแตกแถว ยอมรับว่ามีการพูดคุยกันบ้างระหว่างผู้ใหญ่ของ 2 พรรคในเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ย้ำว่าการโหวตให้แคนดิเดตฯของเพื่อไทยไม่ได้มีข้อแม้เรื่องการเข้าร่วมรัฐบาล การประกาศสนับสนุนถือเป็นการเซ็นเช็คเปล่า การต่อรองจึงเป็นเรื่องลำบาก ส่วนโผ ครม.ที่ออกมา ไม่ใช่ของจริง เท่าที่ทราบไม่ได้เป็นไปตามโผที่สื่อรายงาน เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าส้มอาจหล่นถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรค พปชร. นายไผ่ตอบว่า เป็นเรื่องอนาคต แต่มั่นใจในตัว พล.อ.ประวิตร ว่ามีความเหมาะสม แต่ต้องดูสมการที่จะเดินต่อไปว่าไปได้แค่ไหน หากมีโอกาสได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ คิดว่าจะทำได้ดี เมื่อถามย้ำว่าหากเกิดอุบัติเหตุการเมืองกับแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตรพร้อมจะทำหน้าที่นายกฯหรือไม่ นายไผ่ตอบว่า แคนดิเดตนายกฯทุกคนมีความพร้อม แต่ต้องขึ้นอยู่กับวัน เวลา และสถานการณ์ในขณะนั้น
“ก๊วนเสี่ยต่อ” ฮึ่ม สส.ห้ามแตกแถว
นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำกลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน กล่าวว่า วันที่ 21 ส.ค. นัดประชุม สส.พรรคเพื่อกำหนดท่าทีการโหวตนายกฯ ต้องไปฟังเหตุผลกันในที่ประชุม หากเสียงส่วนใหญ่ลงมติอย่างไร สส.ทุกคนต้องปฏิบัติเพราะคือมติพรรค เรื่องการโหวตนายกฯจะประชุมและลงมติกันเฉพาะ สส. เพราะไม่ใช่การประชุมว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ หากจะประชุมว่าจะเข้าร่วมรัฐบาล ต้องเป็นมติที่ประชุมร่วมกันระหว่าง สส.กับ กก.บห. เมื่อถามย้ำว่าจะโหวตให้นายเศรษฐา ทวีสินหรือไม่ นายเดชอิศม์ตอบว่า ต้องฟังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาให้รอบด้าน รวมถึงรอติดตามการแถลงข่าวของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นัดสุดท้าย
ก.ก.นัดถก สส.ก่อนโหวตนายกฯ
ช่วงเช้าที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์ว่านัดประชุม สส.ในช่วงเย็นวันที่ 21 ส.ค. เพื่อสรุปท่าทีการลงมติโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค. ยังรอประเมินสถานการณ์ล่าสุดก่อน และไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติของนายเศรษฐา ทวีสิน เพราะประชาชนได้ตัดสินไปแล้วจากการเลือกตั้ง พรรคจะมีมติก่อนจะโหวตว่าจะไปในทิศทางใด แต่ถ้ามีสถานการณ์ใดเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะเรียกประชุมกันอีกครั้ง ส่วนประเด็นญัตติของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ก.ก. ที่เสนอให้ทบทวนมติเมื่อวันที่ 19 ก.ค.กรณีเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯซ้ำไม่ได้ หากประธานสภาใช้อำนาจวินิจฉัยและปัดตกไปเราก็เคารพ และต้องไปดูในอนาคตอีกครั้ง
สว.ปูดเงื่อนไขดีลลับสิงคโปร์
ช่วงเย็น นายสมชาย แสวงการ สว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เลือกตัดสินใจกันให้ดี 21 ส.ค. รอดูแถลง 22 ส.ค. รอโหวตผ่านหรือไม่ #ดีลลับสิงคโปร์ เงื่อนไขสุดท้ายดีลลับสิงคโปร์ม้วนเดียวจบ หรือม้วนเดียวจอด 1.เปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกฯ 2.กลับไทยเข้ากระบวนการรับโทษ 3.เลิกคิดล้มรัฐธรรมนูญปราบโกง 4.รัฐบาลสลายขั้วปกป้องสถาบัน
“ชูวิทย์” ขู่รายวันย้ำปมนอมินี
ที่โรงแรมเดอะเดวิส บางกอก เวลา 15.00 น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ แถลงข่าวถึงการกลับไทยของนายทักษิณ ชินวัตร มีเงื่อนงำเชื่อมโยงกับดีลที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อของนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ว่า จะให้โอกาสนายเศรษฐาถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ถ้ายังดึงดันจะแถลงตอกฝาโลงเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 21 ส.ค. จะนำโฉนดที่ดินมาให้นายเศรษฐาดู ว่าที่ดินของตนไม่มีหนี้แม้แต่บาทเดียว และยังติดสัญญาที่ทำไว้กับคนอื่นอยู่ ที่มาหาว่าตนโกรธเพราะไม่ยอมซื้อที่ดินดังกล่าวถือเป็นเรื่องโกหก กรณีนายสมศักดิ์ รปภ. ที่มีการปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง เป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น เพราะนายสมศักดิ์มีอำนาจลงนามเอกสารของบริษัท เอ็นแอนเอ็น และนายสมศักดิ์ไปขอ EIA (รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ทุกคอนโดมิเนียมต้องขอ) พร้อมกับโชว์เอกสารให้สื่อดูว่า มีนายสมศักดิ์เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท อ่อนนุชพร็อพเพอร์ตี้ หรืออ่อนนุชแลนด์ บริษัทนี้เป็นเจ้าของถนนทั้งหมดในโครงการของอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง หมายความว่านายสมศักดิ์เป็นนอมินีจริง และยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทนี้อีก 1 หุ้น ในที่ดินดังกล่าว
โยง “ทักษิณ” ดีลลับโหวตนายกฯ
นายชูวิทย์กล่าวอีกว่า ควักเงินกว่า 20,000 บาท ส่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดนี้ไปให้ สส. 500 คน และ สว. 250 คน รวม 750 คน หลักฐานทั้งหมดจะถึงมือทุกคนวันที่ 21 ส.ค.นี้ ให้ใช้พิจารณาการโหวตเลือกนายกฯ ถามว่าทำไมนายทักษิณต้องกลับไทยวันที่ 22 ส.ค. เพราะมันคือการแลกเปลี่ยนดีลลับ ส่วนตัวเชื่อว่านายทักษิณยังลังเลเปลี่ยนใจอยู่ทุกวินาที แม้ว่าจะมีการเตรียมความพร้อมเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าไว้แล้ว ส่วนที่มีข่าวลือว่าเมื่อนายทักษิณกลับมาอ้างเรื่องป่วยดวงตานั้น มีการเตรียมสถานที่รองรับไว้ 2 ที่ คือที่โรงพยาบาลตำรวจ และโรงเรียนพลตำรวจบางเขน มีการเก็บกวาดจัดเตรียมไว้แล้ว
วอนพวกสุดโต่ง 2 ขั้วปล่อยวาง
นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 และอดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลสลายขั้วความขัดแย้งว่า เป็น แนวทางที่สอดคล้องกับข้อเสนอของคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 มาตลอด ความขัดแย้งเกือบ 2 ทศวรรษ แบ่งกลุ่มแบ่งสีผลัดกันขึ้นมีอำนาจหลายรอบ แต่ความขัดแย้งยังไม่ยุติ ปัจจุบันลุกลามไปถึงเด็กเยาวชนและสถาบันหลักของชาติ หากไม่ยับยั้งจะเป็นภัยอันใหญ่หลวง ขอสนับสนุนแนวทางพรรคเพื่อไทยที่พยายามสลายขั้วในการจัดตั้งรัฐบาล แม้มีแรงเสียดทาน ขอวิงวอนให้พวกสุดโต่งรู้จักปล่อยวาง หากสู้กันต่อไปไม่มีใครชนะ แม้ชนะก็ปกครองไม่ได้ หากทุกฝ่ายร่วมกันสร้างความสามัคคีปรองดองครั้งนี้สำเร็จ จะเป็นคุณูปการต่อการเมืองไทยระยะยาว
บชน.สั่งห้ามชุมนุมรอบรัฐสภา
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีรายงานว่า พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ลงนามคำสั่ง บช.น.ที่ 361/2566 ประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกิน 50 เมตรรอบรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. เวลา 08.00 น. ถึงวันที่ 24 ส.ค. เวลา 24.00 น. พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะตามมาตรา 7 วรรคท้าย ตามที่กำหนดให้มีการประชุมรัฐสภาวันที่ 22 ส.ค. เพื่อพิจารณาลงมติเลือกนายกฯ และจะมีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มต่างๆจำนวนมาก อันส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เพื่อประโยชน์แห่งการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความสงบเรียบร้อยของประชาชน
นิด้าโพลชี้ไม่เอา “รัฐบาลพิเศษ”
วันเดียวกัน นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ รวม 1,310 หน่วยตัวอย่าง “เรื่องวุ่นๆของพรรคเพื่อไทย” ระหว่างวันที่ 15-17 ส.ค. พบว่า กลุ่มที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทยในอดีต ร้อยละ 26.72 ไม่ได้เลือกเพื่อไทยในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2566 ส่วนความคิดเห็นต่อการจัดตั้งรัฐบาลพิเศษ “สลายขั้ว” ของพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 47.71 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย มีร้อยละ 19.47 เห็นด้วยมาก ร้อยละ 16.79 ไม่ค่อยเห็นด้วย ร้อยละ 15.11 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ส่วนบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯจากพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่มองว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ตามด้วยนายเศรษฐา ทวีสิน และนายชัยเกษม นิติสิริ เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลขณะนี้ ร้อยละ 49.85 ระบุว่า เป็นคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญต่อกัน ร้อยละ 27.33 ระบุว่า เป็นแค่คนรู้จักกัน ร้อยละ 20.99 ระบุว่า เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน
ย้ำอีกตั้งเร็ว-ช้าก็ไม่มีผลอะไร
ด้านซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,150 ตัวอย่าง เรื่องสุดขั้วการเมือง ระหว่างวันที่ 15-19 ส.ค. พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 68.5 ระบุว่า รอคอยการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ เพราะต้องการรัฐบาลที่ดีไม่มีปัญหา ต้องการรัฐบาลที่มีผลงาน แก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชนได้ บางส่วนระบุว่า จะตั้งได้ตั้งไม่ได้ ตั้งเร็วตั้งช้าก็ไม่มีผลอะไร ส่วนคุณสมบัตินายกฯคนใหม่ที่ต้องการ ส่วนใหญ่ร้อยละ 72.2 มองว่าต้องเข้าถึงประชาชน แก้ปัญหาเดือดร้อนประชาชน รองลงมาต้องเป็นคนดี ไม่มีประวัติด่างพร้อย มีประสบการณ์ แก้วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติธุรกิจของตนเอง แก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้ ไม่สนับสนุน แนวคิดกลุ่มแบ่งแยก แตกแยกของคนในชาติ ส่วนข้อกังวลของประชาชนหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ คือปัญหาวิกฤติประชาชนไม่ถูกแก้ไข ประชาชนถูกหลอกเหมือนเดิม ทุจริตคอร์รัปชัน ความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติ ความวุ่นวายของบ้านเมือง
“พิธา-ดร.เอ้” นำทีมช่วยผู้สมัคร
ช่วงเช้าที่ จ.ระยอง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำคณะลงพื้นที่ช่วยนายพงศธร ศรีเพชรนรินทร์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3 หาเสียงในหลายจุด ตั้งแต่ดอนมะกอกล่าง และปากน้ำประแส โดยนายพิธาและนายพงศธร เดินหาเสียงเคาะประตูบ้านประชาชนชาวดอนมะกอกล่าง สลับกับการปั่นจักรยานไปตามตรอกซอกซอย ขึ้นรถสามล้อพ่วงข้าง และขึ้นรถแห่ปราศรัยชูนโยบาย เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิในวันที่ 10 ก.ย. นายพิธากล่าวว่า ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรไม่ต้องฟัง ไม่ต้องเชื่อ ไม่ต้องเชื่อตน แต่ขอให้เชื่อในตัวเอง แม้เราอาจไม่ชนะทันทีแต่จะชนะในที่สุด พร้อมกันนี้นายพิธายังเชิญชวนประชาชนไปรับฟังการปราศรัยหาเสียง ณ บริเวณอนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ในช่วงเย็นด้วย
ขณะที่นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วย นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3 หาเสียงหลายจุดเช่นกัน ตั้งแต่ช่วงเช้าไปที่ตลาดสิริภิบาล ตลาดต๋อง อ.แกลง ต่อด้วยเดินตลาดบ้านเก่าริมน้ำประแส บ้านเรือที่อนุรักษ์อาชีพประมง และเป็นเอกลักษณ์ของชาวระยอง จากนั้นไปยังทุ่งโปรงทอง สถานที่ท่องเที่ยวที่มีทั้งคนพื้นที่ และคนต่างถิ่น ขอคะแนนเสียง นายสุชัชวีร์กล่าวว่า นพ.บัญญัติเป็นคนในพื้นที่ที่มีความเป็นมืออาชีพ ทำงานจริงเลือกหมอบัญญัติไม่มีผิดหวังแน่นอน