"ไอติม" พริษฐ์ วัชรสินธุ ยัน แก้ร่าง รธน.ไม่นำไปสู่เปลี่ยนแปลงการปกครอง-รูปแบบรัฐ ยังไม่รู้ท่าที สส.ก้าวไกล โหวตเพื่อไทย งดออกเสียง หรือไม่เห็นด้วย ขอรอดูชื่อพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยก่อน  

วันที่ 16 ส.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้แถลงข่าว ขอเสนอญัตติ เรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเห็นชอบและแจ้งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อสอบถามความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

หลังจากนั้นสื่อมวลชนถามว่า การแก้ร่างรัฐธรมนูญนี้ หลายคนกังวลว่า จะไปเกี่ยวข้องกับหมวด 1 และหมวด 2 จะชี้แจงอย่างไร  นายพริษฐ์ บอกว่า หากพูดถึงการร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หลายคนคิดว่า จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง  จึงยืนยัน ว่าการร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ไม่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองได้ เพราะมาตรา 255 ได้ระบุไว้ชัดเจน ว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องไม่มีการแก้ไขเนื้อหา ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐ

...

ส่วนความกังวลเรื่องการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ขอชี้แจงว่า ที่ผ่านมา หมวด 1 และหมวด 2 มีการแก้ไขทุกครั้ง ที่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และก็ไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง หรือรูปแบบรัฐ

อีกทั้งรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 60 ก็อนุญาตให้มีการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ได้ แต่มีการกำหนดไว้ว่า หากจะมีการแก้ไข 2 หมวดนี้จริง จะต้องมีการทำประชามติ เพื่อสอบถามประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคก้าวไกล มีมติว่าจะไม่โหวตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ตอนนี้มีการพูดคุยกันหรือยังว่า จะเป็นการงดออกเสียง หรือไม่เห็นชอบ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตามที่นายชัยธวัช ได้ชี้แจงไปแล้วว่า จะไม่โหวตเห็นชอบ ในการสนับสนุนนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย แต่จะไม่เห็นชอบในลักษณะไหน จะงดออกเสียง หรือ ไม่เห็นด้วย ตอนนี้ยังไม่สามารถคิดแทน สส. ได้ ต้องรอความชัดเจนว่า การจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังดำเนินการอยู่ มีองค์ประกอบ หรือส่วนผสมของพรรคการเมืองที่จะเข้าร่วม จะประกอบไปด้วยพรรคอะไรบ้าง

ส่วนถ้าศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน พรรคก้าวไกล จะเสนอชื่อนายพิธา อีกครั้งหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า มองเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือท่าที่และมุมมองของพรรคก้าวไกล คงต้องรอศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยออกมาก่อน และคาดว่า จะมีการชี้แจงจากพรรคก้าวไกล อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ส่วนประเด็นที่ 2 ยืนยันหลักการว่า การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ไม่ควรอยู่ภายใต้ หรือถูกพิจารณา ผ่านญัตติทั่วไป ที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับที่ 41 ซึ่งประเด็นนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายพิธา หรือแคนดิเดตนายกฯ คนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหลักการที่เราคิดว่า ถูกต้องตามเจตจำนง และจุดมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ