“ภูมิธรรม” ยัน พรรคเพื่อไทยยังยืนบนหลักการประชาธิปไตยไม่เปลี่ยนแปลง ยอมเสียต้นทุนทางการเมืองบางส่วน ต้องคิดใหญ่ใจกว้าง มุ่งสลายขั้วความขัดแย้ง เชื่อ อนาคตจะเป็นบทพิสูจน์ 

เมื่อเวลา 06.37 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีจุดกำเนิดต่อมาจากพรรคไทยรักไทย ซึ่งเริ่มต้นขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ร่างขึ้นภายหลังจากวิกฤติการเมือง พฤษภา 2535 (พฤษภาทมิฬ) ครั้งนั้นทหารทุกเหล่าทัพยอมถอยออกจากการเมือง กระทั่งไม่มีใครคิดว่าประเทศไทยจะมีการรัฐประหารอีกแล้ว

ต่อมาเมื่อสังคมไทยเกิดความขัดแย้ง แบ่งกลุ่ม แบ่งสี กันอย่างรุนแรง พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน กระทั่งถึงพรรคเพื่อไทย ซึ่งยืนหยัดต่อสู้บนหลักการประชาธิปไตยมาโดยตลอด มาถึงวันนี้เรายังคงยืนยันบนหลักการประชาธิปไตยไม่เปลี่ยนแปลง การดำเนินงานการเมืองของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้กับความพยายามคลี่คลายความขัดแย้งที่ดำรงอยู่มาเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปี หัวใจสำคัญคือแต่ละฝ่ายยอมถอยออกคนละก้าว ให้มาอยู่ในจุดที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชน

“กระบวนทัศน์เดิมในทางการเมือง มองพรรคการเมืองคู่แข่งคือการเอาชนะคะคานกัน กระทั่งปัจจุบัน ยังเพิ่มอารมณ์เหยียดหยามด้อยค่าอีกฝ่ายที่ไม่ใช่ฝ่ายเราอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ หากเปลี่ยนมุมคิดโดยใช้การเมือง เป็นเวทีที่ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน ช่วยสลายขั้วความขัดแย้ง และนำพาบ้านเมืองออกจากหล่มความขัดแย้งดังกล่าว การคิด และดำเนินการเพื่อให้ประสบผลสำเร็จในภารกิจใหญ่เช่นนี้มิใช่เรื่องง่ายสำหรับพรรคเพื่อไทย” 

...

ภูมิธรรม เวชยชัย
ภูมิธรรม เวชยชัย

นายภูมิธรรม เผยต่อไปว่า ในอดีตเราเคยเป็นฝ่ายถูกกระทำมาโดยตลอด แต่ภายหลังการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันภายในพรรค ได้ข้อสรุปที่ตระหนักดีว่า หากจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีของสังคมอย่างที่ทุกคนคาดหวัง พรรคเพื่อไทยต้องคิดใหญ่ ด้วยใจที่ใหญ่ ใจที่กว้าง ภายใต้สถานการณ์ทางเลือกที่คับแคบอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องทำงานกับความคิด ความรู้สึกของทุกคนภายในพรรคอย่างมาก 

ทั้งนี้ เมื่อมองเห็นเป้าหมายที่ใหญ่กว่าผลประโยชน์ของพรรคเพียงฝ่ายเดียว พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องแสวงหาทางเลือกที่ดีที่สุดและเป็นรูปธรรม ภายใต้หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โดยเปิดใจกว้าง จับมือทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมืองที่ล้วนแล้วแต่ได้รับคะแนนเสียงการเลือกตั้งมาจากประชาชนที่หลากหลาย ในจำนวนสัดส่วนที่แตกต่างกัน เพราะนี่คือตัวแทนของประชาชนส่วนหนึ่งของประเทศที่ต่างก็มีสิทธิ์และเสียงเท่าเทียมกัน 

“การตัดสินใจครั้งนี้ของพรรคเพื่อไทย เรายอมเสียต้นทุนทางการเมืองบางส่วนด้วยความเชื่อว่า ทารกที่คลอดจากครรภ์มารดาล้วนผ่านความเจ็บปวดฉันใด การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งใหม่ที่ดีขึ้นย่อมต้องผ่านความเจ็บปวดฉันนั้น พรรคเพื่อไทยจะใช้ความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองต่อพี่น้องประชาชน เรารับผิดชอบในสิ่งที่เราคิด เราทำ โดยอนาคตจะเป็นบทพิสูจน์ความคิดและความเชื่อของเรา”