กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ เดินเท้า มุ่งหน้าแยกราชประสงค์ หยุดจุดเทียน เปิดแฟลช ไว้อาลัยให้ 99 ศพ ที่หน้าวัดปทุมวนาราม ส่งสัญญาณเตือนถึงพรรคเพื่อไทย พร้อมตะโกน “ที่นี่มีคนตาย” 

วันที่ 14 ส.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.10 น. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้เคลื่อนขบวนมวลชน จากหน้าหอศิลป์ สี่แยกปทุมวัน มุ่งหน้าแยกราชประสงค์ เพื่อทำกิจกรรม “ส่องไฟให้ทางประชาธิปไตย” โดยใช้ 1 ช่องการจราจรถนนพระรามที่ 1 ฝั่งขาเข้า มีรถโมบายติดเครื่องขยายเสียงนำหน้า ตามด้วยกลุ่มราษฎรัมส์ ตีกลองให้จังหวะ และมีประชาชนเดินเท้าชู 3 นิ้วราว 300 คนตามหลังขบวน ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมจะหยุดพักเพื่อทำกิจกรรมที่บริเวณหน้าวัดปทุมวนาราม ก่อนที่จะไปทำกิจกรรมต่อที่สี่แยกราชประสงค์

ขณะที่ก่อนหน้านั้น นายอันเจลโลว์ สาธร แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ผิดหวังกับพรรคเพื่อไทย ทั้งที่เป็นพรรคที่สนับสนุนการต่อสู้ของประชาชน แต่วันนี้กลับมาย้ายขั้วจับมือกับพรรคฝ่ายเผด็จการ แต่ก็ยังมีความหวังที่จะให้พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนใจก่อนที่จะมีการโหวตเลือกนายกฯ เชื่อว่ายังคงมีโอกาสที่จะพูดคุยกันอยู่ ซึ่งทางกลุ่มจะร่วมผลักดันและกดดัน แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่เปลี่ยนใจประชาชนที่สนับสนุนคงไม่พอใจและยกระดับการเคลื่อนไหว โดยจะออกมารวมตัวกันรูปแบบม็อบออร์แกนิกมากขึ้น

...

จากนั้นเวลา 18.35 น. ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯหยุดทำกิจกรรมบริเวณหน้าวัดปทุมวนารามฯ ซึ่งเป็นสถานที่ที่คนเสื้อแดง ถือเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้และการถูกสลายชุมนุมเมื่อปี 53 ทั้งนี้มวลชนร่วมตะโกนคำว่า “ที่นี่มีคนตาย” พร้อมทั้งทำกิจกรรมจุดเทียนและนำดอกกุหลาบสีแดงมาวาง รวมทั้งเปิดไฟแฟลชโทรศัพท์ฉายขึ้นไปรางรถไฟฟ้าบีทีเอส และทางเดินสกายวอล์ก ปิดท้ายด้วยการเปิดเพลงนักสู้ธุลีดิน ของศิลปิน ยุค 14 ตุลา “จิ้น กรรมาชน” เพื่อรำลึกถึงคนเสื้อแดงที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยและต้องมาจบชีวิตในวัดปทุมวนาราม ระหว่างถูกสลายชุมนุม นปช.ในปี 53 จำนวน 99 ศพ แต่สุดท้ายพรรคเพื่อไทย กลับลืมมวลชน ที่เคยสละชีวิตแล้วมาจับมือสังฆกรรมกับพรรคการเมืองที่เคยเป็นฝั่งตรงข้ามในการต่อสู้โดยหลังจากจุดเทียนเสร็จสิ้น ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยืนสงบนิ่ง ก่อนจะเคลื่อนขบวนต่อไปยังแยกราชประสงค์ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด 


ภาพ : ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์