"ธนกร" ยัน รทสช.ยังไม่มีมติร่วมรัฐบาลเพื่อไทย ชี้ ยังมีเวลา เผย ประชุมพรรค 15 ส.ค. ยังย้ำ ไปไหนไปกันทั้งพรรค ยอมรับ คุย "สมศักดิ์ เทพสุทิน" ตลอด ชี้ ผู้ใหญ่อยากให้น้องๆ ได้ทำงานต่อเท่านั้น

เมื่อเวลา 07.08 น. วันที่ 12 ส.ค. 2566 ที่ท้องสนามหลวง นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค รทสช. เนื่องจากมีกระแสว่าพรรค รทสช.จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ทั้งพรรค ไม่ใช่แค่บางคนว่า พรรค รทสช.ยังไม่มีมติ ซึ่งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. ให้สัมภาษณ์แล้วว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อมา ซึ่งตนไม่แน่ใจว่า เมื่อคืนของวันที่ 11 ส.ค. มีการติดต่อมาแล้วหรือไม่ ต้องถามหัวหน้าพรรค แต่เสียง 300 กว่าเป็นไปตามเป้าก็ถือว่ารัฐบาลมีความเข้มแข็ง

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศว่าจะไปทั้งพรรค หากพรรค รทสช.ไม่ประกาศจะถือว่าตกขบวนหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า คงไม่ เพราะหลักการของพรรค เราไปไหนก็ไปทั้งพรรค แต่ต้องเป็นมติของพรรคเท่านั้นเอง ส่วนจะมีการติดต่อมาหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้อยู่ในวงเจรจา ทั้งนี้ หากมีอะไรหัวหน้าพรรคจะนำเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อขอเป็นมติพรรคต่อไป โดยจะมีการประชุมพรรคในวันที่ 15 ส.ค. เวลา 16.00 น. ซึ่งตนคิดว่า ยังมีเวลาอยู่ เพราะไม่มีอะไรซับซ้อน ในพรรคไม่ได้มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น

เมื่อถามว่า ดูเหมือนว่า พรรคเพื่อไทยบอกรวบรวมเสียงได้ครบแล้ว น่าจะรวมเสียงของพรรค รทสช.เข้าไปด้วย นายธนกร กล่าวว่า ตนไม่ทราบจริงๆ อาจจะเป็นไปตามนั้นก็ได้ เพราะเวลากระชั้นชิดมาก ต้องเรียนถามหัวหน้าพรรค เมื่อถามถึงกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยอมรับมีการพูดคุยด้วย รวมถึงคุยกับนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สส.ชัยนาท ในฐานะรองหัวหน้าพรรค รทสช. แสดงว่าต้องรู้แล้วพรรคเพื่อไทย ดึงพรรค รทสช.ร่วมรัฐบาลถึงได้มาชวน นายธนกร กล่าวว่า ตรงนั้นตนไม่แน่ใจ เหมือนที่บอกเราทั้ง 3 คน คุยกันตลอด หวังดีกับน้องๆ เรามีความรักกันมาตลอด ซึ่งตนมีอะไรก็ได้พูดกับผู้ใหญ่ภายในพรรค แต่ตนไม่ได้มีส่วนในการดำเนินการ ท่านก็หวังดีกับพวกเรา อยากให้น้องๆ ได้ทำงานกันต่อเท่านั้นเอง

...

เมื่อถามอีกว่าหากพรรคไปร่วมรัฐบาลโควตารัฐมนตรี จะต้องเป็นตำแหน่งเดิมใช่หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ตรงนี้แล้วแต่การพูดคุย ยังไม่ถึงตรงนั้น ทุกอย่างต้องพูดคุยกันในพรรค โดยจะต้องเป็นมติพรรค สส.ทั้ง 36 คนต้องมาพูดคุยกัน