“เศรษฐา” ไม่หวั่น “ชูวิทย์” มั่นใจในความบริสุทธิ์ เชื่อ เสียงผ่านตั้งแต่โหวตนายกฯ ครั้งแรก อ้อมแอ้ม ไม่มีปัญหา หากร่วมงานกับพรรค 2 ลุง ย้ำ เป้าหมายหลักคือแก้ รธน.ปี 2560
เมื่อเวลา 18.00 น. ที่สนามกีฬาบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสสนับสนุนและคัดค้านที่ออกมาช่วงนี้ ว่า เป็นธรรมดาตามระบอบประชาธิปไตยที่มีคนรักและมีคนชอบ ส่วนที่กรรมาธิการจริยธรรมวุฒิสภา (สว.) รับเรื่องนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองฯ ตรวจสอบนั้น การเป็นนักการเมืองต้องตรวจสอบได้ ตนยืนยันในความบริสุทธิ์ เชื่อว่า กรรมาธิการจริยธรรมจะให้ความเป็นธรรมกับตน ส่วนเรื่องของนายชูวิทย์ ตนขออาศัยสิทธิตามกฎหมายที่จะต้องปกป้องสิทธิของตัวเอง ฉะนั้นวันนี้ ตนเดินหน้าเรื่องการเมือง ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน
เมื่อถามว่า กังวลจะมีผลต่อเสียงสนับสนุนในรัฐสภา หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า หากพิสูจน์แล้วว่าได้ทำถูกต้องตามกฎหมาย คิดว่าจะได้รับความไว้วางใจ ส่วนการแสดงวิสัยทัศน์ต่อรัฐสภานั้น ตนไม่ได้เป็น สส. แต่หากได้รับเลือกแล้ว คงต้องมีการชี้แจง
...
เมื่อถามว่า เสียง สส.ที่พรรคเพื่อไทยรวมได้เป็นจำนวนมาก มั่นใจหรือไม่ว่าจะมีเสียง สว.เข้ามาเพิ่ม นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนว่าคณะเจรจากำลังเจรจาอยู่ มั่นใจว่าในสภาวะการเมืองที่ไม่ปกติ หวังว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากทั้ง สว.และทุกพรรคการเมือง และหวังว่าจะได้เสียงตอบรับที่ดี
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้รับคะแนนเสียงในการได้รับเลือกเป็นนายกฯ ในครั้งเดียว นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนมีความมั่นใจเพราะเชื่อในสิ่งที่ทำมา ตนมองว่าในช่วงสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติ ที่พรรคเพื่อไทยได้รับไม้ต่อในการจัดตั้งรัฐบาล เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรวบรวมเสียงให้พอ เพื่อเข้าไปมีอำนาจรัฐและจัดการปัญหาของบ้านเมือง
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาแล้ว และได้เป็นนายกฯ จริง จะเป็นคนที่ต้องเลือกรัฐมนตรีเองหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรามีพรรคร่วมหลายพรรค ตนได้โหวตให้เป็นนายกฯ ก็คงมีส่วนร่วมในการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล
เมื่อถามว่า ตอนนี้เสียงสนับสนุนจากพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมาช่วยยกมือสนับสนุน ถึงเวลานั้นจะสามารถทำงานร่วมกับพรรค 2 ลุง ได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้น วันนี้เราได้มีการแถลงจับมือกับหลายพรรคไป จนมาถึงวันนี้ก็ถือว่า เป็นการพัฒนาในระดับที่ดีแล้ว และขอขอบคุณ สส.ทั้ง 40 คน ของพรรคพลังประชารัฐ ที่จะยกมือโหวตให้ เอาไว้ให้ผ่านการโหวตนายกฯ แล้ว ค่อยมาพูดคุยกันภายหลัง
เมื่อถามย้ำว่า ไม่ขัดใช่หรือไม่ ที่จะทำงานร่วมกับ 2 ลุง นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนคิดว่าเอาเรื่องหลักการเป็นหลักดีกว่า ตนมองว่า เรื่องนโยบาย เรื่องของประชาชน และเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องมาช่วยกัน
เมื่อถามว่า หากพูดเรื่องหลักการ ก่อนหน้านี้ที่บอกจะไม่ร่วมมือกับพรรคสองลุง แต่ตอนนี้เหมือนจะปิดดีลกับสองลุงได้แล้ว นายเศรษฐา กล่าวว่า นอกเหนือจากพรรคที่ได้มีการแถลงข่าวไป ตนเองก็พูดได้แค่นี้ แต่อยากเชิญ สส.ที่มีเอกสิทธิ์ ช่วยร่วมโหวตให้ผ่าน เสร็จแล้วค่อยมาว่ากันว่า จะทำอย่างไรต่อไป
เมื่อถามว่า หากท้ายที่สุดพรรคเพื่อไทยต้องจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ จะมีปัญหาหรือจะมีการแสดงออกอย่างไร หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่มีครับ เรื่องของการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ผลก็เป็นที่ประจักษ์แล้ว วันนี้เราต้องอยู่กับความเป็นจริง เราต้องการมีรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในการที่จะแก้ปัญหาของประชาชน แก้ไขเรื่องรัฐธรรมนูญ แก้ไขเรื่องความขัดแย้ง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเข้ามาเป็นรัฐบาล เรื่องของนโยบายพรรคร่วม ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของประชาชน เมื่อถามว่า กลัวว่าสิ่งที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้จะกลับมาทิ่มแทงตัวเอง หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนคิดว่า การกระทำหรือการพูดต้องมีคำอธิบายทุกอย่าง เมื่อถามว่า ตอนนี้เหมือนทั้งสองพรรคจะมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย แสดงว่า มีคำอธิบายไว้แล้วใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็ต้องมาพูดคุยอีกที
เมื่อถามว่า วัตถุประสงค์หลักของการเป็นรัฐบาล คือ การแก้รัฐธรรมนูญ ปี 60 แต่มีพรรคสองลุงที่เป็นผู้คลอดรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้าร่วม จะยังยืนยันแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า หากเขาจะเข้ามาร่วมเขาจะต้องเข้าใจว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลโดยการนำของพรรคเพื่อไทย ว่า ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่า แม้มีสองพรรคนี้เข้าร่วม เราก็จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ