วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม.ปชป. ร้อง ป.ป.ช.สอบทุจริต “พืชสวนโลก อุดรฯ” ชี้ พฤติการณ์แก้ทีโออาร์ ส่อเอื้อล็อกสเปก ผลาญงบฯ ดูงาน-ประสานงาน 700 ล้าน จากงบโครงการ 2.5 พันล้านบาท
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนเข้ายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการจ้างออกแบบผังแม่บทและรายละเอียดโครงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ.2569 เพราะได้รับการร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใส มีการกระทำส่อว่าทุจริตต่อหน้าที่ในการจ้างออกแบบผังแม่บท รายละเอียดโครงการสร้างพื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ.2569 โดยมีพฤติการณ์ของผู้มีอำนาจใน จ.อุดรธานี ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้มีหลายอย่างไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 8(2) เช่น มีการส่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาบางรายโดยการพิจารณาผลการเสนอราคาช้าผิดปกติกว่า 3 เดือน จึงมีการร้องเรียน และถูกกรมบัญชีกลางสั่งให้ยกเลิกการประกวดราคาในครั้งแรก
“ต่อมา จ.อุดรธานี ได้มีการประกาศให้เสนอราคาใหม่ มีการแก้ไข TOR โดยกำหนดคุณสมบัติให้ต่ำลง เช่น กำหนดวงเงินของงานลดลง แต่กลับไม่เปิดกว้างในการเสนอราคาโดยเชิญชวนเพียงแค่ 4 บริษัท ขณะที่ครั้งแรกเชิญไป 37 บริษัท หนำซ้ำมี 2 บริษัทใน 4 บริษัทที่เชิญในครั้งที่ 2 กลับเป็นบริษัทที่ขาดคุณสมบัติ คือ ไม่ผ่านเกณฑ์ในการเสนอราคาครั้งแรก แต่มีการเขียน TOR เอื้อเพื่อให้มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่ต่ำลงในการเสนอราคาครั้งที่สอง
...
ที่สำคัญคือ การเขียน TOR บางข้อก็เขียนขึ้นในลักษณะเพื่อกีดกันบางบริษัทที่แข่งขันโดยปราศจากเหตุผลรองรับซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ อาทิ มีการเขียนข้อกำหนดว่า ทุกบริษัทที่จะเข้าร่วม ถ้าเป็นกิจการร่วมค้า จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากสภาสถาปนิค หรือระบุข้อในกำหนดว่า ให้ทุกบริษัทที่เข้าประกวดต้องไม่มีผลประกอบการที่ขาดทุน ในปีที่ผ่านมาจึงเห็นได้ว่าการกำหนด TOR นี้เห็นได้ชัดว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บางกลุ่ม บางบริษัท ขณะเดียวกันก็จำกัดสิทธิบางบริษัท เพราะทั้ง 4 บริษัทที่คณะกรรมการเชิญมานี้ คณะกรรมการร่าง TOR ล้วนมีข้อมูลอยู่แล้ว จึงเห็นได้ว่า เป็นการกำหนดเงื่อนไขเอื้อประโยชน์ให้ได้” นายวิลาศ กล่าว
อดีตประธาน กมธ.ป.ป.ช.สภาฯ กล่าวต่อว่า ยังมีอีกหลายพฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าในการประกวดราคารอบสองมีการทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเสนอราคา เช่น การเพิ่มโปรแกรมความต้องการส่งผลให้ต้องมีการปรับแบบ แต่บังคับต้องยื่นข้อเสนอภายใน 4 วันทำการ ทำให้บางบริษัทไม่สามารถแก้ไขแบบได้ทันเวลาตามข้อกำหนดที่กระชั้นชิดเกินไป ที่น่าตรวจสอบที่สุดคือ การที่ประเทศไทยได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดโครงการมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้มีการตั้งงบประมาณจัดทำโครงการนี้สูงถึง 2,500 ล้านบาท แต่ทราบมาว่าแค่การประสานงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ใช้งบฯ เดินทางไปดูศึกษางานต่างประเทศก็ใช้งบฯ ไปถึง 700 ล้านบาท เหลืองบฯ ในการจัดงานจริงเพียง 1,800 ล้านบาทเท่านั้น จึงขอให้ ป.ป.ช.เร่งตรวจสอบหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามีใครบ้างที่ทุจริต หรือทำผิดกฎหมาย เพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป.