"จตุพร พรหมพันธุ์" ฟันธง ยังไงก็มีนายกฯ ที่ชื่อ พล.อ.ประวิตร อยู่ที่ว่า เพื่อไทย จะยอมเสี่ยงแค่ไหน ชี้ชัดขอขมาก้าวไกล เป็นเพียงละคร เพื่อทางผ่านดึงพรรค 2 ลุง เข้าร่วมรัฐบาล
วันที่ 10 ส.ค. นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ให้สัมภาษณ์หลังจากพรรคเพื่อไทยเดินทางไปขอขมาพรรคก้าวไกล เมื่อวานนี้ เพื่อให้โหวตนายกรัฐมนตรีให้นั้น ตนมองว่านี่คือเพียงละคร วันที่พรรคเพื่อไทยประกาศตัดขาดกับก้าวไกล เหตุผลวันนั้นแจ้งฝ่ายเดียว อ้างผู้มีอำนาจไม่เอา และข่าวปรากฏว่าก้าวไกลไม่ต้องตามมาโหวตให้ กลัว สว. เข้าใจผิด และพรรคใหม่เข้าใจผิด ตอนนี้บอกว่า เสียงได้เกิน แต่ตอนนี้ได้ แค่ 238 เสียง หวังได้พรรคประชาธิปัตย์มาเพิ่ม แต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็เล่นเกมการเมือง ยังไม่มีแม้การเลือกหัวหน้าพรรค
ในฝั่งคนเสื้อแดงก็หนักหนา เพราะก่อนเลือกตั้งใช้ยุทธการตามคนเสื้อแดงกลับบ้าน รื้อฟื้นคนเสื้อแดง เขามีบาดแผลกับประชาธิปัตย์ แค่จับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ก็เหนื่อย ต้องถามกลับจะมาจับในฐานะอะไร มาก็ในฐานะงูเห่า ซึ่งประชาธิปัตย์ เขาก็ต้องระวังตัว และทำให้เพื่อไทยก็ยังไม่ถึง 251 เสียง
การเดินทางไปพบพรรคก้าวไกล ถือว่าสำคัญ ขนาด คุณภูมิธรรม ที่พูดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด ไม่น่าต้องมาอยู่ในบริบทนี้ ยังใช้ถึงขั้นคำว่า ขมา ให้คุณอิ๊งค์ไปขอขมาเจรจา นี่คือทางผ่านไปยังพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ เหมือนคนติดยาที่มาโทษสิ่งแวดล้อม โทษสังคมไม่มีคนให้โอกาส เหตุเพราะว่าจะไปจับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ เพราะว่าพรรคก้าวไกลไม่โหวตให้
ตราบใดที่พรรคก้าวไกล ยังกินข้าว จะไปโหวตให้ได้ยังไง ถ้าโหวตแล้วเป็นฝ่ายค้าน ต้องมายื่นตีความกันวุ่นวายไปหมด โหวตเสร็จแล้วเป็นฝ่ายค้าน การเมืองสารบบนี้ไม่เคยมี แต่พรรคเพื่อไทยรู้คำตอบอยู่แล้ว ว่าก้าวไกลถ้าโหวตให้เพื่อไทยก็เสียคน เสียโง่รุนแรง กินข้าวต่อไปไม่ได้ก็ต้องกินหญ้า เมื่อรู้คำตอบแล้ว พรรคเพื่อไทยจะบอกว่าใช้ความพยายามแล้วไง พยายามยังไงก้าวไกลก็ไม่มา ไม่มีทางเลือก ต่อสู้คำว่าข้ามขั้ว เขามาเอง สลายขั้ว ใช้วลี “ประเทศไทยต้องไปต่อ” ของพลเอกประยุทธ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ คำว่าประเทศไทยต้องไปต่อที่ปรากฏในเพจของเพื่อไทย การพูดจาของแกนนำเพื่อไทย มันคือคำขวัญรวมไทยสร้างชาติ แต่ลืมไปว่าคำขวัญตัวเอง “หัวใจคือประชาชน” ปัญหาวันนี้คือยังมีหัวใจอยู่รึเปล่า
...
เป้าหมายเพื่อไทย แค่เสียงเกิน 251 คือเขานับประชาธิปัตย์ แต่การไปพบพรรคก้าวไกลคือการแต่งตัว ว่าขอก้าวไกลแล้วไม่ได้ เลยต้องไปหารวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐ โดยที่อ้างตัวเองไม่มีทางเลือก แต่ตัวเองก็เล่นเกมมาโดยตลอด แต่หากก้าวไกลโหวตให้ก็ฆ่าตัวตาย
คนที่จะเป็นนายกฯ ในสถานการณ์ยากลำบาก บ้านเมืองฉุกเฉิน ต้องเป็นคนไม่ตระบัดสัตย์และมีความชอบธรรม ถ้าคุณยังเปลี่ยนคำพูดตลอด ประชาชนจะเชื่อคุณได้ยังไง
เมื่อให้ คุณจตุพร จัดสูตรรัฐบาล บอกว่าไม่ว่าจะจัดแบบไหน มันขัดกับหลักความชอบธรรมทั้งสิ้น ทางออกที่แนะนำคือ มานั่งคุยกันใหม่ ทุกฝ่ายทั้ง สส. สว. และนายกรัฐมนตรีรักษาการ มาหาทางออกที่ประชาชนไม่เสียความรู้สึก พรรคการเมืองไม่เสียคำพูดกับประชาชน พลเอกประยุทธ์ ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน แต่เราไม่เคยเจอวิกฤติแบบนี้ อย่าดันทุรัง ก็อาจจะต้องคืนอำนาจให้ทหาร การคืนอำนาจให้ประชาชนคือทางออกที่ดีที่สุด เพราะไม่ว่าจะสูตรไหนก็หลอกกันทั้งนั้น
ส่วนที่ นายสมชัย บอกว่านายกรัฐมนตรีจะมาจากราศีสิงห์ มีความเป็นไปได้ไหม นายจตุพร บอกว่า
1. แบบเป็นไปไม่ได้ คือการเสนอชื่อ นายเศรษฐา หาพรรคมาร่วมไม่ได้ มีเรื่องเฉพาะตัวที่ดิน เรื่องแก้ไข 112 ก็ถูกตีตก
2. ผ้าป่าสามัคคี รอฌาปนกิจวัดเดียวกัน แต่มี 3 พรรคมารวมด้วย คือ ประชาธิปัตย์ รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ แน่นอนมีแรงค้านจากคนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย และยังไม่รวมคนจากก้าวไกลอีก จะมีคนออกมามากมาย ยื่นตรวจสอบมากมาย จะได้เป็นกี่วัน จะตามพ่อตามอาไปไหม คนในครอบครัวชินวิตรน่าจะรู้สภาพนี้ถ้าเพื่อไทยเสนอ "อิ๊งค์" และมี 3 พรรค คุณอิ๊งค์จะได้เป็น แต่จะเป็นได้กี่วัน วิกฤติเต็มบ้านเต็มเมือง
3. พรรคอันดับ 2 คือ เพื่อไทย ส่งไปยังอันดับ 3 ภูมิใจไทย นายอนุทิน ถ้าเห็นสถานการณ์ไม่เล่นเกมเสี่ยง ก็อาจจะส่งไปที่ 4 คือ พรรคพลังประชารัฐ พลเอกประวิตร
4. พลเอกประวิตร ไม่ใช่แค่ 40 เสียง แต่คือ วุฒิสภา 250 เสียง และจะขายเหล้าพ่วงเบียร์กับรวมไทยสร้างชาติ
ฉะนั้นอยู่ที่ว่าคุณอิ๊งค์จะเอาก่อน ก็เป็นนายกฯ คนที่ 30 ส่วนพลเอกประวิตร ก็นายกฯ คนที่ 31
แต่ถ้าคนในชินวัตร เอามานั่งคิดว่านายกฯ คนที่ 30 ของคุณอิ๊งค์ มันคือทุกขลาภ พลเอกประวิตรก็จะเป็นคนที่ 30 นี่คือกระดานการเมือง นายกฯ คนนอกยังยาก ขาดการยอมรับ และถูกต่อต้าน กระดานสุดท้ายคือการยึดอำนาจ วิกฤติใหญ่ ไม่ว่าใครเข้ามาไม่เป็นผลดีทั้งสิ้น อยู่ที่แค่ใครจะคิดได้ คุณอิ๊งค์โฉบผ่านเท่านั้น แต่คนที่นั่งรอ คือ พลเอกประวิตร ต้องถามครอบครัวชินวัตร พร้อมเสี่ยงไหม เพราะอิ๊งค์ก็ถือหุ้นลักษณะคล้ายกันในบริษัท พร้อมเสี่ยงเหรอ อิ๊งค์ถ้าเอาก็ปิดฉาก ถึงมือพลเอกประวิตร แต่เชื่อว่า นายอนุทินไม่เอา ส่วน นายชัยเกษม ท้ายที่สุดแล้วจะลงมาได้อย่างไรยังไม่เห็น แต่ถ้านายเศรษฐายากมาก
"อยากย้ำว่า จงเห็นแก่ประเทศชาติ จงอย่าเอาประเทศชาติมาอ้างประโยชน์แห่งตน" นายจตุพร กล่าว...