"ทวี" รับ วิกฤติสุดขณะนี้ คือ ส.ส.-สภาต้องโหวตเลือกนายกฯ- "เสรีพิศุทธ์" ชี้ หาเสียง จบแล้วก็จบกันไป ไม่ใช่นโยบายพรรค  ขอเปิดใจให้กว้าง หนุนเพื่อไทย ตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ขอ ประชาชนอย่าสร้างเงื่อนไขขวางตั้งรัฐบาล เพื่อไทย ไม่กังวล มวลชนไม่พอใจ รัฐบาลข้ามขั้ว   

วันที่ 9 ส.ค. ที่รัฐสภา นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แถลงรวบรวมเสียงเพิ่มเติม และได้รับการสนับสนุนจากพรรคเล็ก และรวมเสียงโหวตได้มากกว่ากึ่งหนึ่งแล้วนั้น

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราได้ร่วมกับ 8 พรรคการเมืองเดิม จะจัดตั้งรัฐบาล โดยเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ได้มีการเลื่อนโหวตนายกฯ เพราะศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) รับคำร้องพิจารณาคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เลยทำให้สภาต้องเลื่อน และต้องยอมรับว่าวิกฤตขณะนี้ คือ หน้าที่ของ ส.ส. และสภา ต้องรับภารกิจของรัฐธรรมนูญมาเห็นชอบแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และตกลงกันแล้วว่า 8 พรรคเดิม เราจะเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ

...

ขณะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ตอนนี้มีความเข้าใจผิดว่า ตอนหาเสียงเคยพูดอย่างนี้ อย่างโน้น อย่างนั้น จะผิดคำพูดไม่ได้ ส่วนตัวเห็นว่า การหาเสียงไม่ใช่นโยบายพรรค หากเป็นนโยบายพรรค ไม่ทำก็ถือว่าผิดสัญญากับประชาชน แต่การหาเสียง เมื่อเสร็จแล้วก็จบกันไป ฝากเขาไว้ให้คิด พรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ประกาศอำลาการเมืองไปแล้ว บางคนบอกว่าไม่ได้ แต่ผมว่าควรจะต้องเลี้ยงดูไหม พรรคพลังประชารัฐ ก็เช่นกัน ขอให้เปิดใจให้กว้าง เพื่อสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้จัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จให้ได้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการโหวตนายกฯ ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ และนำเสนอชื่อโดยพรรคเพื่อไทย ประชาชนน่าจะรู้ถึงปัญหาของประเทศ

หากเป็นสถานการณ์ปกติ ไม่มี สว. มายุ่งเกี่ยว ก็จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จไปแล้ว แต่พอมี สว. เข้ามา ก็มีข้อกำจัด ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดของ พรรคก้าวไกล เพื่อไทย และพรรคอื่นๆ หากประชาชนเข้าใจถึงปัญหา และอยากให้มีรัฐบาลมาบริหารประเทศ ก็อย่าสร้างเงื่อนไข เพื่อไม่ให้ประเทศไปต่อ

ส่วนพรรคก้าวไกล ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า จะแก้มาตรา 112 ซึ่งทำให้ สส.และ สว.มองว่า ตรงนี้เป็นข้อกำจัด ที่พรรคก้าวไกลสร้างขึ้นมา โดยพรรคเพื่อไทย ก็พยายามจัดตั้งรัฐบาล จึงขอประชาชนว่า อย่าสร้างเงื่อนไข ให้เพื่อไทยเดินไปต่อไม่ได้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังบอกอีกว่า ในช่วงที่หาเสียง แต่ละพรรคก็ต้องการให้ประชาชนมาลงคะแนนให้ แต่พอได้รัฐบาลแล้ว ประชาชนจะมาบอกว่า แต่ละพรรคไม่ทำตามสัญญาไม่ได้ ไม่อยากให้คิดแบบนั้น มองว่าการหาเสียงเป็นการกำหนดทิศทางของพรรคการเมือง พร้อมยกตัวอย่างการสู้รบในสมัยอดีต หากแม่ทัพตายไปแล้ว เราจะต้องฆ่าลูกทัพ ให้ตายไปด้วยเลยเหรอ

เปรียบเทียบกับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแม่ทัพแล้ว รวมถึงพรรคพลังประชารัฐที่ตอนนี้ก็ยอมแพ้แล้ว และมี สส.อยู่ 40 เสียง พรรคเพื่อไทย ก็สามารถดึงมาร่วมงาน เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าได้

ถึงแม้ว่า วันนี้นายเศรษฐา จะถูกโจมตีเรื่องของที่ดิน แต่มองว่าไม่ใช่ประเด็น วิงวอนประชาชน ให้เข้าใจการทำงานของพรรคเพื่อไทยในเวลานี้ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้อยู่ดีกินดีมีความสุข

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคการเมือง เคยรณรงค์ หาเสียงเอาไว้ แต่ไม่ทำตามนโยบายนั้น จะสร้างความไม่น่าเชื่อถือของรัฐบาลนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า มันไม่ได้เป็นการพูดกลับไปกลับมา แต่เป็นไปตามสภาพการณ์ หากไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่พอมีรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกล ก็แข็งตัว และจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เพราะแข็งตัว

ส่วนพรรคเพื่อไทยหากจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็ต้องดูว่า พรรคภูมิใจไทย หรือพรรคพลังประชารัฐ จะจัดตั้งได้หรือไม่ ถ้าจัดตั้งไม่ได้อีก ก็ต้องเป็นนายกคนนอก แล้วคนนอกที่ว่า คือใคร

ซึ่งการจะเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องผ่าน 500 เสียง แต่ตอนนี้ใช้แค่ 375 เสียง เพราะฉะนั้นหากอยากให้บ้านเมืองขับเคลื่อนไปได้ต้องช่วยกัน ประชาชนต้องลดประเด็นต่างๆ อย่าไปขวางและปิดกั้น จนทำงานกันไม่ได้

เมื่อถามถึงความกังวลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของมวลชน ที่อาจจะไม่พอใจที่มีการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีความกังวล และตนเองก็มีความพยายามให้ความรู้กับประชาชนไปแล้วว่า ทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้งก็ควรออกไปใช้สิทธิ แต่พอเลือกเสร็จแล้ว ขอให้เป็นหน้าที่ของคนที่คุณเลือกมา ได้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถ ในการบริหารประเทศชาติ อย่าไปจูงจมูก หรือชี้นำเขา