พท.โอ่ลุยตั้งรัฐบาลพิเศษฝ่าวิกฤติชาติ “ภูมิธรรม” แบะท่าร่วมได้หมดถ้ายึดวาระประเทศชาติ-ประชาชนเป็นหลัก พลิ้วไม่การันตีใครโหวตได้ตั๋วร่วมรัฐบาล “อนุสรณ์” ยันไม่จูบปากพรรคสองลุง “ฐิติมา” ระเบิดความอึดอัดใจ นอนไม่หลับถ้ามีลุง โอดชาวบ้านรุมถล่มพรรคหลอกลวง สส.เขตลงพื้นที่ยาก กลับบ้านไม่ได้ “ทักษิณ” โผล่เซอร์ไพรส์ควง “ปู” ร่วมฉลองเบิร์ธเดย์ 71 ปี “ฮุน เซน” ปชป. องค์ประชุมล่มซ้ำสอง “เฉลิมชัย” ฉะไอ้โม่งเลวร้ายกดปุ่มจัดทริปพาทัวร์ลาว-ยกพวกเดินออกกับไม่ลงชื่อแสดงตน ลั่น 21 สส.เดินตาม “ชวน” ลั่นร่วมรัฐบาลต้องยึดมติพรรค แนะผู้ใหญ่จับเข่าคุย “เสี่ยต่อ” นัดกินข้าว เคลียร์ใจ “มาร์ค” 21 สาขาพรรคอีสานอารยะขัดขืน จี้แก้กฎโหวตเตอร์ 1 สิทธิ 1 เสียง “ก้าวไกล” สู้คดียุบพรรคปม ม.112 เตรียมบ้านสำรอง 2 พรรค

พรรคเพื่อไทย (พท.) ยังคงใช้ความพยายามในการรวบรวมเสียงสนับสนุนจาก สส.และ สว. เพื่อโหวตสนับสนุนในการเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาล โดยปฏิเสธว่าการเลื่อนเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกอีก 2 สัปดาห์ ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาล

“เสี่ยอ้วน” โอ่ พท.ตั้ง รบ.พิเศษฝ่าวิกฤติ

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า ถือเป็นการตั้งรัฐบาลที่พิเศษ เพราะขณะนี้อยู่ในสถานการณ์พิเศษ ประเทศกำลังเจอปัญหารุนแรงทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ ความขัดแย้งในสังคม ประกอบกับเราอยู่ภายใต้กติการัฐธรรมนูญที่ยากลำบากมา ฉะนั้นต้องได้ความเห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์ เราถึงฝ่าวิกฤติตรงนี้ไปได้ ถ้ายังไม่มีความเป็นเอกฉันท์ ไม่มีเอกภาพทางความคิดของพวกเรา มันยากที่จะฝ่าไปได้ พรรค พท.บอกแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเราจะนำเข้าเป็นวาระแรกของการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะผ่านเพื่อให้ไปทำประชามติให้ได้ ส.ส.ร. และมีอีกหลายอย่าง 2-3 ปีจะได้เริ่มหรือเปล่ายังไม่รู้เลย อีกหลายขั้นตอน รัฐบาลพรรค พท.เข้ามาจะแก้ประเด็นนี้เร็วที่สุด พรรครัฐบาลเป็นเอกภาพอยู่แล้ว และหากพรรคที่แตกต่างกับรัฐบาลถ้ายินดีช่วย นี่เป็นวาระของประเทศ เมื่อถามว่ามี 3 เรื่องใหญ่ทั้งรัฐธรรมนูญ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และก้าวข้ามความจัดแย้ง มั่นใจเอาอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่มีปัญหา พรรค พท.มีบุคลากรทุกด้านมากเพียงพอ เราไม่ได้คิดว่าเป็นเจ้าของประเทศเพียงคนเดียว จะร่วมมือกับบุคลากรนอกพรรคไม่ว่าองค์กรอิสระ ครูบาอาจารย์ นักวิชาการ ระดมทุกคนเข้ามา

แบะท่าร่วมได้หมดถ้ายึดวาระ ปท.

เมื่อถามว่า เมื่อถึงเวลาโหวตนายกฯถ้าพรรค 2 ลุงโหวตให้แคนดิเดตนายกฯพรรค พท.จะชี้แจงสังคมอย่างไร นายภูมิธรรมบอกว่า วันนี้ไม่รังเกียจเลย ก็ดีที่คะแนนโหวตของพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ไม่รังเกียจเลย เป็นนิมิตหมายที่ดี แม้แต่ความคิดเห็นทางการเมืองอาจแตกต่างกันบ้าง แต่การจัดตั้ง รัฐบาลเราเห็นปัญหาชาติมาร่วมกันโหวตนายกฯ เป็นเรื่องน่าดีใจ บอกอนาคตว่าจะแก้ปัญหาของประเทศ ได้ง่ายขึ้น ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลต้องมาดูภารกิจเป็นเรื่องหลักว่าภารกิจของชาติต้องการอะไร ใครจะมาร่วม รัฐบาลกันได้บ้าง มีนโยบายสอดรับกันไหม มีบุคลากร ที่ใช่มาร่วมกันได้ เราไม่ได้กังวลใจว่าถ้าพรรค รทสช. พปชร.มาโหวตให้แล้วมีปัญหา ชอบ อยากให้มาโหวต พรรค ก.ก.ก็ไม่กดดัน จะหาว่าไปทวงบุญคุณ เราไม่ได้ ทวงบุญคุณ โหวตให้ก็ดีใจ ไม่โหวตก็เคารพ

มาโหวตให้ไม่การันตีได้ร่วมรัฐบาล

เมื่อถามว่าทุกเสียงที่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. การันตีการเข้าร่วมรัฐบาลในอนาคตหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่การันตี เพราะต้องพูดคุยกันอีก อย่างน้อยเป็นบันไดขั้นแรก ประตูบานแรกที่เปิดว่าแนวโน้มเขาสนับสนุน เห็นพรรค พท.เป็นแกนนำได้ ถ้าชัดเจนแล้วร่วมกันได้ มีเหตุผลอธิบายต่อสังคมได้ ร่วมกันได้หมดเลยโดยเอาวาระประเทศ เอาวาระประชาชนเป็นหลัก ที่พูดไม่ได้รับประกันเอาอะไร พูดถึงหลักคิดว่าถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี ร่วมกันหาทางออกประเทศ ต้องให้สังคม ประชาชนเห็น แต่ทุกอย่างตัดสินใจทำไปมีฐานความคิดยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก อะไรจะเกิดต้องยอมรับมัน ถึงเวลาผลที่ออกมาจะพิสูจน์การกระทำตัวเราเอง ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการจัดรัฐบาลไม่ได้ง่าย แต่ไม่ได้มีปัจจัยที่วิกฤติซับซ้อนอย่างปัจจุบัน ส่วนใหญ่รวมเสียงข้างมากได้ก็จัดตั้งรัฐบาลได้ วันนี้พิสูจน์แล้วว่าแม้เป็นเสียงข้างมาก ไม่แน่ใจว่าจะผ่านได้ เพราะมีกลไกตามรัฐธรรมนูญและกลไกอีกหลายอย่าง เรารับรู้ความยากลำบากนี้ แต่ไม่กังวลใจ รู้ว่า ความเป็นจริงทางการเมืองเป็นอย่างนี้ ถ้างอมืองอเท้า ก็เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ วิกฤตการณ์ของประเทศไม่ได้คลี่คลาย พยายามฝ่าวิกฤตการณ์ต่างๆทั้งการดึงดัน ต่อสู้ พูดคุย ชักชวน การแสดงความเห็นและความจำเป็น

ได้ รธน.เป็นธรรม คืนอำนาจ ปชช.

เมื่อถามว่าหากมองถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรค พท.ต้องต่อสู้กับพรรค ก.ก. นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่คิดว่าเป็นการต่อสู้ อย่างน้อยที่สุดต้องดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่เอาชนะใจประชาชนในเขตเลือกตั้งให้ได้ ใครทำความเข้าใจกับประชาชนได้ดีกว่า หรือมีนโยบายเป็นรูปธรรมจับต้องได้มากกว่า ก็ได้ใจประชาชนไป ไม่ได้มองเป็นศัตรู เมื่อถามว่าเมื่อได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องยุบสภาหรืออย่างไรต่อ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ถ้ารัฐธรรมนูญออกมาเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เรายินดียุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน

นั่งยันนอนยันไม่จับมือกับสองลุง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งรัฐบาลกลัวว่าเกมการเมืองจะบีบให้พรรค พท.ต้องรวมเสียงกับพรรค 2 ลุงหรือไม่ว่า เท่าที่คณะเจรจาแจ้งให้ทราบ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสถานการณ์ใดที่จะนำไปสู่การถูกกดดัน หรือต้องไปรับข้อเสนอหรือเงื่อนไขของพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลลักษณะที่ถูกกดดันหรือบีบบังคับ ต้องยอมรับว่าพรรค พท.มี 141 เสียง พรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลหากเอาพี่น้องประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรจะมากดดัน แต่การตั้งรัฐบาลไม่ง่าย การจะไปจับมือกับ 2 ลุงหรือไม่ เมื่อสถานการณ์การเมืองเดินมาถึงการเรียกร้องความชัดเจนจากพรรค พท.ว่าจะจับมือกับพรรคสองลุงหรือไม่ เรายืนยันได้ว่าเราไม่ร่วมรัฐบาลกับสองลุง ยังยืนยันว่าไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แน่นอน เมื่อถามย้ำว่า พรรค พท.จะไม่จับมือแน่ๆ หากมี พล.อ.ประวิตรอยู่ด้วยใช่หรือไม่ นายอนุสรณ์กล่าวว่า “การประกาศของแคนดิเดตนายกฯหรือการประกาศของหัวหน้าพรรค พท. ประกาศชัดแล้วว่าถ้ามีสองลุง หัวหน้าพรรคพร้อมจะลาออกโอกาสที่จะมีสองลุงแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะลุงหนึ่งวางมือไปแล้ว ส่วนอีกลุงหนึ่งไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะมาเป็นนายกฯหรือสร้างอำนาจต่อรอง คงเป็นไปไม่ได้และ พท.คงไม่จับมือกับสองลุงแน่”

“ฐิติมา” อึดอัดนอนไม่หลับถ้ามีลุง

นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา พรรค พท. ให้สัมภาษณ์ถึงสมการการตั้งรัฐบาลกลัวว่าเกมการเมืองจะบีบให้พรรค พท.ต้องรวมเสียงกับพรรค 2 ลุงว่า ตอนนี้โดนบีบอยู่ แต่พรรคยังไม่ได้พูดคุยกันว่าจะจับมือหรือไม่ มีแต่คณะเจรจาทั้ง 3 คนที่ไปพูดคุย คนอื่นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ยังเครียดอยู่เลยว่าทำไมไม่ให้ สส.รู้เรื่องบ้าง ทั้งนี้จะประชุม สส.พรรควันที่ 8 สส. คาดว่าอาจพูดคุยถึงเรื่องนี้ หากอนาคตต้องจับมือกับพรรคสองลุง “โห ปวดหัวเลย เพราะเราหาเสียงไว้เยอะว่าเราไม่เอาสองลุง เราไม่เอาสองพรรคนั้น หากต้องไปร่วมแย่เลย” เมื่อถามว่าจะนำเสนอเรื่องนี้ในการประชุม สส.พรรคหรือไม่ นางฐิติมากล่าวว่า คงมีคนพูด เพราะมีคนอึดอัดอยู่ ไม่เห็นด้วยที่จะร่วมกับพรรค รทสช.และพรรค พปชร.แน่นอน ตอนหาเสียงทำทั้งใบปลิว แผ่นพับว่าต้องปิดสวิตช์ สว. ต้องไม่เอา 3 ป. ตอนนี้ถึงขั้นนอนไม่หลับแล้ว เข้าใจว่าเขาหาทางตั้งรัฐบาลไม่ได้เพราะ สว.ไม่เอาด้วยสักที แม้จะเป็นพรรค พท.ก็ ไม่เอาด้วย จะบีบเราไปจนกระทั่งนายกฯจะชื่อประวิตรและประยุทธ์ด้วยซ้ำ ตนอยู่ฝั่งประชาธิปไตยอยู่แล้ว อยากให้เป็นประชาธิปไตยแท้จริง ยอม 10 เดือนเลยให้ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยไปและอยู่ไม่รอด ดีกว่าให้สังคมลุกเป็นไฟ ตอนนี้คนเดือดร้อนจริง แต่หากพวกนั้นได้เป็นรัฐบาล จะเดือดร้อนไม่จบไม่สิ้นเพราะบริหารไม่เป็น พิสูจน์มาแล้ว

โอด สส.เขตกลับบ้านไม่ได้ ลงพื้นที่ยาก

เมื่อถามว่าหาก พล.อ.ประวิตรลาออกจากพรรค พปชร. จะร่วมงานด้วยได้หรือไม่ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศวางมือทางการเมืองแล้ว นางฐิติมากล่าวว่า ไม่ เพราะยังมีรากเหง้าเดียวกัน แต่ตนตัวเล็กๆไม่สามารถไปมีอิทธิพลบอกใครในความอึดอัดได้ ได้แต่โพสต์ในโซเชียลมีเดียไปว่าคิดแบบนี้ เผื่อเขาจะเห็น จะได้ยิน และในการประชุมพรรคได้ร่วมกับคนที่ไม่เห็นด้วยที่ไปฉีกเอ็มโอยู คนอึดอัดมีเยอะ ได้ยินมาว่ามีคนบอกว่าหากประชุมพรรคจะพูดแล้ว ไม่ไหวแล้ว กลับบ้านไม่ได้ สส.ในพื้นที่ลำบากใจกันเยอะมาก มีประชาชนสะท้อนปัญหากันมาเยอะมาก เหมารวมไปหมดแล้ว บอกว่าหากไปจับมือกับพรรค พปชร. หลอกประชาชน ถามไปว่า “ฐิติมา ฉายแสง” ไปหลอกแล้วเหรอ เขาบอกว่าไม่ใช่ แต่หมายถึงพรรค พท. เขาเหมารวมไปแล้ว

“เศรษฐา” เสียใจทำให้คนรู้สึกไม่ดี

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคพท. ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวระบุว่า “เรื่องความผิดปกติที่ทวิตเตอร์ของผมโดนแฮ็กเมื่อ 2-3 วันก่อน กำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนข้อความในอดีตทุกข้อความที่ผมเขียนเอง ทุกเรื่องมีที่มาที่ไป ต่างวาระต่างอารมณ์ความรู้สึก ที่มีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้น รู้สึกเสียใจต่อข้อความในอดีตที่ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้อ่านมาจนถึงปัจจุบัน ผมจะไม่ลบข้อความเหล่านั้น เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าในอดีตผมมีความคิด และทัศนคติอย่างไร และควรปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นครับ”

มอบทนายฯฟ้องหมิ่น “ชูวิทย์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐาได้มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้องเอาผิดนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีออกมาเปิดเผยข้อมูลว่านายเศรษฐามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงภาษีการซื้อขายที่ดินของบริษัทแสนสิริ โดยจะให้ทนายความไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันที่ 7 ส.ค. เวลา 10.00 น.

“ทักษิณ-ปู” บินเบิร์ธเดย์ 71 ปี “ฮุนเซน”

วันเดียวกัน สื่อพนมเปญโพสต์ของกัมพูชารายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำเซอร์ไพรส์ร่วมงานวันเกิดอายุครบ 71 ปีของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่บ้านพักส่วนตัวของสมเด็จฮุน เซน ในเมืองตาเขมา จังหวัดกันดาล พื้นที่ปริมณฑลของกรุงพนมเปญ ขณะที่สมเด็จฮุน เซน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชาว่า นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร่วมงานวันเกิดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. นอนพักค้างคืนที่บ้านของสมเด็จฮุน เซน และวันที่ 6 ส.ค.ได้รับประทานอาหารเช้าร่วมกันก่อนบินออกจากประเทศกัมพูชา แต่ไม่ได้ระบุว่าเดินทางไปที่ใด ส่วนสำนักข่าวเอพีระบุว่า การพบปะดังกล่าวมีขึ้นหลังจากนายทักษิณประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่าขอเลื่อนเวลากลับไทยปรับแผนกลับไทยหลังได้นายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณมีกำหนดการพบแพทย์ตรวจสุขภาพที่ประเทศสิงคโปร์สัปดาห์หน้า ส่วนไทม์ไลน์การเดินทางกลับไทย จากเดิมวันที่ 10 ส.ค. ต้องเลื่อนออกไปก่อนไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพราะ ต้องรอให้ได้นายกฯคนที่ 30 และมีการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรค พท.เป็นแกนนำเรียบร้อยเสียก่อน

“หมิว” ซัดปิดสภาฯหนีสูญภาษี 8 ล้าน

น.ส.สิริลภัส กองตระการ สส.กทม. พรรค ก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา สั่งปิดประชุมกะทันหัน ระหว่าง พิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่พรรค ก.ก.เสนอว่า เราคิดถึงงบประมาณที่ต้องใช้ในวันนั้น ตามที่ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรค ก.ก. ได้โพสต์เรื่องต้นทุนการประชุมในวันนั้น ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดทั้งปวง รวมๆแล้ว 8 ล้านกว่าบาท ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง รู้สึกว่าเงิน 8 ล้านบาท ซื้อบ้านดีๆได้หนึ่งหลังเลย และรู้สึกมันไม่คุ้มค่ากับภาษีที่ประชาชนจ่าย อีกทั้งจะประชุมแต่ละครั้ง ต้องเตรียมข้อมูลมาอภิปราย ยังมีความตั้งใจของเพื่อน สส.ก้าวไกล หลายคน บางคนเตรียมงานมาอภิปรายถึงขั้นแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่สุดท้ายการประชุมต้องเลื่อนไป ตนเป็น สส.สมัยแรก ไม่ได้มองหรือคิดจะแก้เกมทำนองนี้อย่างไร แต่เราโฟกัสกับการทำงาน ครั้งหน้ามีประชุม เราแค่เตรียมข้อมูลของเรา อยากให้ประชาชนติดตามการทำหน้าที่ของเพื่อน สส.ก้าวไกล เพราะเราตั้งใจทำงานในหน้าที่ผู้แทนฯกันเต็มที่จริงๆ

เหน็บแคนดิเดตถูกขุดเว้น “บิ๊กป้อม”

น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน อดีต สส.กทม. พรรค ก.ก. ที่เคยประกาศยุติบทบาททางการเมือง เมื่อปี 2565 และไม่ลงสมัคร สส.ต่อในการเลือกตั้งปี 2566 เพื่อไปทำหน้าที่คุณแม่ลูกสองเป็นหลัก แต่ยังช่วยงานพรรค ก.ก.อยู่เบื้องหลัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ประเทศนี้นี่แปลก แคนดิเดตนายก รัฐมนตรีต้องโดนคุ้ยอดีต “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. อาจเป็นคนเดียวที่ประวัติใสกิ๊ก บริสุทธิ์ผุดผ่อง

ก.ก.ถกสู้คดียุบพรรคปมแก้ ม.112

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรค ก.ก.ด้านการเมืองและกิจการพิเศษ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคก.ก.ขอขยายเวลา 1 เดือน ส่งคำให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญ นับจากวันสุดท้ายที่ศาลให้ส่งหนังสือชี้แจงกรณีศาลรับคำร้องนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร อดีตทนายความพุทธะอิสระขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก.และพรรคก.ก.ที่เสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งและยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่ว่า ถ้ามีการขอขยายเวลาจริง แนวโน้มคาดว่าน่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม กก.บห.พรรค ก.ก.ในวันที่ 8 ส.ค.อยู่ที่การตีความและในพรรคต้องหารือการต่อสู้ จะชี้เเจงข้อกล่าวหาต่อไป การแก้กฎหมายต้องพูดกันในสภาฯ ถ้า สส.ไม่แก้กฎหมายเเล้วจะเข้าไปทำงานทำไม มองว่าเป็นนโยบายที่ชอบด้วยกฎหมาย เราได้เเจ้ง กกต.แล้วว่าเป็นนโยบายที่จะใช้หาเสียง ถ้าในสภาฯบอกว่าไม่ชอบก็จบเเค่นั้น กกต.บอกว่ารับทราบตามกฎหมายตามหน้าที่ของเขา

มีสำรองไว้ 2 พรรค โอ่ยิ่งยุบยิ่งโต

เมื่อถามว่า เกรงว่ากรณีนี้จะลุกลามถึงขั้น ทำให้พรรค ก.ก.ถูกยุบหรือไม่ พล.ต.ต.สุพิศาล ตอบว่า ยุบพรรคไม่กลัวหรอกเพราะว่ายิ่งยุบยิ่งดี คราวนี้ตนอยากให้เกิดปรากฏการณ์แบบนั้น เพราะว่า คราวหน้าจะได้บริสุทธิ์เพียวๆไม่ต้องอาศัยใคร ซึ่งแบบเขตพรรค ก.ก.กวาดมา 112 ที่นั่ง และยังมีคะเเนนเป็นอันดับ 2 อีก ใน 98 เขต รวมเป็น 220 เเล้วไปบวกกับบัญชีรายชื่ออีก 40 ลำดับ ที่พรรคเราได้ คราวหน้าเราอาจจะได้มากกว่านี้ คราวหน้า 250 ที่นั่งเเน่นอน นี่คือเรื่องคณิตศาสตร์การเมืองง่ายๆ ยุบพรรคเราก็รวมใหม่ จะสังเกตบุคลากร สส.ของเราใช้คนทั่วไปที่ตั้งใจเดินทางร่วมกับเรา จะมีการผลัดใบเรื่อยๆ จะยุบก็ไม่เป็นไร ตอนนี้เห็นเลขาธิการพรรคบอกว่ามีเเล้ว 2 พรรค เตรียมไว้เเล้ว เมื่อถามว่าพรรคที่เตรียมไว้ชื่อว่าพรรคอนาคตไกล ใช่หรือไม่ พล.ต.ต.สุพิศาลหัวเราะพร้อมตอบสั้นๆเพียงว่าไม่รู้ๆ

“เสี่ยต่อ” โวยประชุมล่มอยู่ที่จิตสำนึก

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ เขตหลักสี่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯในฐานะรักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ก่อน ประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 2/2566 เลือกหัวหน้าพรรคและ กก.บห.พรรคชุดใหม่ว่า เป็นเพียงองค์ประชุมคนหนึ่ง ส่วนองค์ประชุมจะราบรื่นหรือไม่ ต้องแล้วแต่สมาชิกพรรค ถ้ามีสำนึกมันจบทุกอย่าง เมื่อถามว่าแนวโน้มองค์ประชุมจะล่มหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องรอดู เมื่อถามถึงกรณีสมาชิกพรรคภาคอีสาน รวมถึงหลายส่วนเรียกร้องให้ทบทวนการร่วมรัฐบาล นายเฉลิมชัย กล่าวว่าตอนนี้อยากรู้ว่าใครเป็นคนพูดว่าจะร่วมรัฐบาล เพราะยังไม่มีใครแถลง การร่วมรัฐบาลของพรรค ปชป.ต้องเป็นการประชุม กก.บห.พรรคร่วมกับ สส. อย่าไปคิดเลยเถิด อย่าทะลึ่งส่งเดช แค่นั้นแหละ จะได้เลือกหัวหน้าพรรคและ กก.บห.พรรคชุดใหม่หรือไม่ ไม่ทราบ ขอให้รักพรรคกันให้เยอะๆ ถ้าทุกคนรักพรรคเยอะทุกอย่างจะจบได้ ส่วนที่หลายคนบอกว่าให้รอการเมืองใหญ่ก่อนค่อยเลือก กก.บห.พรรคชุดใหม่ ไม่เกี่ยวกัน

ท้าเปิดชื่อคนพูดร่วมรัฐบาล พท.

เมื่อถามอีกว่าหลายคนมองอุดมการณ์ของพรรค ปชป.หากจะไปร่วมรัฐบาลพรรค พท. นายเฉลิมชัยกล่าวว่า “ขอถามว่าวันนี้คนที่อยู่พรรค พูดให้ชัดว่าใครไม่มีอุดมการณ์บ้าง ไม่ใช่พูดเอามัน พูดเอาสนุก พูดเข้าข้างตัวเอง มีใครที่ไม่รัก ปชป.บ้าง มีใครไม่มีอุดมการณ์ ปชป.บ้าง ขอให้บอกตัวคนมา ถ้าคุณแน่จริงออกมาประกาศเลยว่ารักพรรค ปชป.มากกว่าผม คุณประกาศมาเลย ไม่เป็นอะไรสังคมจะได้รู้ว่าการรักพรรคของคุณมันมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง หลักการข้อบังคับของพรรคมีอยู่แล้วเดินไปตามนี้ แน่นอนว่าผมไม่ได้เข้ามามีผลประโยชน์ ผมถามสักคำว่าการที่ผมอยู่ในพรรค ปชป.แล้ว สส.หรือสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ให้เกียรติรักและเคารพนับถือ มันเป็นความผิดหรือ ต้องย้อนไปว่าคุณต้องไปทำตัวให้ สส. รักและเคารพเหมือนที่ผมทำ มันจะจบมันไม่มีอะไร”

“ชัยชนะ” บ่นไม่มีเหตุผลต้องเลื่อน

ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการพรรค ปชป. กล่าวถึงกระแสว่าจะมีการล่มองค์ประชุม ไม่ให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่และ กก.บห.พรรคชุดใหม่ว่า ในเมื่อทุกคนบอกว่าพรรค ปชป.เป็นสถาบันการเมือง ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องมาทำหน้าที่ในฐานะสมาชิก เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และ กก.บห.พรรคชุดใหม่ เราเคยประชุมครั้งที่ 1 มาแล้ว วันนี้เป็นครั้งที่ 2 จึงไม่มีเหตุผลต้องเลื่อนการประชุม แคนดิเดตหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่มีชื่อนายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป.ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ เป็นตัวเต็งตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ยังยืนยันเสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรค

ยันไม่เคยประกาศร่วมมือ พท.

เมื่อถามถึงกรณีนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.ระบุใครในพรรค ปชป.ต้องการไปร่วมรัฐบาล ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่มติพรรค นายชัยชนะกล่าวว่ายังไม่มีใครบอกว่าจะไปร่วมรัฐบาล ไม่เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไปร่วม ไม่มีใครยืนยันว่าจะไปร่วม แต่การจะไปร่วมรัฐบาลกับใครต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรคที่เกิดจากสมาชิกพรรคและ กก.บห.พรรคประชุมร่วมกันมีมติออกมาว่าอย่างไร ที่เป็นข่าวออกมาก็เป็นเพียงข่าว การร่วมรัฐบาลยังไม่ไปถึงขั้นตอนนั้น เมื่อถามว่าอุดมการณ์พรรค ปชป.จะร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้จริงหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า ต้องไปดูว่าสิ่งที่พรรค พท.นำเสนอ ตรงกับอุดมการณ์ของเราหรือไม่ ถ้าไม่ขัดจุดยืนพรรค เราบอกชัดเจนว่า เรายึดมั่นในสถาบันพระมหากษัตริย์ 1.เราต่อต้านพรรคการเมืองที่แก้ไขมาตรา 112 2.ต้องไม่มีพรรคก.ก. 3.เราไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย 4.เราต้องหาทางออกให้ประเทศ ที่สำคัญพรรค ปชป.พร้อมเป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่บอกว่าพรรคอยู่คนละขั้วกับพรรค พท. เรื่องยังไม่เกิดขึ้นว่าจะร่วมหรือไม่ร่วม ยังไม่สามารถตอบได้ แต่อุดมการณ์พรรค 10 ข้อต้องดูว่าพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนำเสนอมา ขัดต่อหลักการเราหรือไม่”

ออกตัวยังไม่ได้มีเทียบเชิญ

เมื่อถามว่า จะขจัดการไม่เอานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้อย่างไร นายชัยชนะกล่าวว่า เรื่องนั้นยังมาไม่ถึง จะพูดไปก่อนไม่ได้ เพราะพรรคพท.ยังไม่ได้มีการเทียบเชิญพรรค ปชป. ฉะนั้นจะไปบอกว่าไม่เอาคนโน้นคนนี้ มันไม่ใช่ แต่เรามีหลักการอยู่แล้วว่าคืออะไร เมื่อถามว่า มีการก่อกลุ่มขึ้นมาของพรรคประชาธิปัตย์ที่อยากไปร่วมรัฐบาล นายชัยชนะกล่าวว่า ไม่มี ตนเป็น สส. หลายคนเป็น สส.ก็ไม่มี ข่าวคือข่าว แต่ข้อเท็จจริงยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ในที่ประชุมพรรค เพราะการโหวตนายกฯของรัฐสภาต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวันที่ 16 ส.ค.นี้ หลังจากนั้นพรรค ปชป.จะประชุมร่วมกันว่าจะเป็นอย่างไร

โรคเลื่อนลามประชุมใหญ่ล่มซ้ำ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 มีนัดหมายสมาชิกพรรคให้มาร่วมประชุมตั้งแต่เวลา 08.30 น. แต่ปรากฏว่าสมาชิกเดินทางมาร่วมประชุมอย่างบางตา และเริ่มคึกคักเมื่อใกล้เวลาเปิดประชุมเวลา 09.30 น. มีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุม อาทิ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค และรวมทั้งแกนนำพรรค สส. อดีต สส. และตัวแทนสาขาพรรคที่เป็นองค์ประชุมผู้มีสิทธิลงคะแนน แต่ละคนได้กล่าวทักทายและพูดคุยกันอย่างปกติ และยังเชื่อว่าการประชุมน่าจะดำเนินไปได้อย่างปกติ แต่เมื่อถึงกำหนดเริ่มประชุม น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผอ.พรรคแจ้งว่า มีองค์ประชุม 210 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ตามข้อบังคับพรรคจะต้องมีองค์ประชุม 250 คนขึ้นไป ขอให้รอสมาชิกก่อน

“เฉลิมชัย” เครียดองค์ประชุมไม่ครบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเฉลิมชัยมีสีหน้า เคร่งเครียด เดินเข้าออกห้องประชุมตลอดเวลา พร้อมแจ้งสื่อมวลชนอย่าไปไหน จะมีแถลงข่าวใหญ่เร็วๆนี้ หลังรอให้สมาชิกครบองค์ประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 10.36 น. น.ต.สุธรรมแจ้งที่ประชุมว่ารอสมาชิกมา 1 ชั่วโมงแล้ว แต่มีสมาชิกมาร่วมประชุม 223 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ไม่สามารถครบองค์ประชุมได้ จึงขออนุญาตนำเรื่องนี้ไปหารือกับ รักษาการกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาวันเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ต้องขออภัยสมาชิกทุกท่านด้วย ทำให้สมาชิกพรรคส่วนหนึ่งแยกย้ายเดินทางกลับ ขณะที่บางส่วนยังคงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงการประชุมล่มกันอย่างเคร่งเครียด

12 โหวตเตอร์ทัวร์ลาว อีกส่วนไม่ลงชื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์ประชุมที่ขาดไปรวม 27 คน ทำให้ไม่ครบตามที่ข้อบังคับพรรคกำหนดไว้อย่างน้อย 250 คน แบ่งเป็นตัวแทนสาขาพรรคพื้นที่ภาคอีสาน ที่มีข่าวว่ามีคนสนิทของผู้บริหารพรรค ระดับรองหัวหน้าพรรคคนหนึ่ง จัดทัวร์นำตัวแทนสาขาพรรคสายอีสานผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปเที่ยวประเทศลาว ตามที่นายเฉลิมชัยออกมาแฉมีรวม 12 คน ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นองค์ประชุมที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ในกลุ่มสมาชิกพรรคที่เป็นอดีต สส. และเป็นอดีตรัฐมนตรีของพรรค มีบางส่วนที่มาประชุมแต่ไม่ได้ลงชื่อแสดงตัวเพื่อเข้าประชุม และอีกบางส่วนที่ไม่ได้เดินทางมาประชุมรวมแล้ว 15 คน เป็นเหตุทำให้ไม่ครบองค์ประชุม 250 คนตามที่กำหนดในข้อบังคับการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค เพื่อการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและ กก.บห.พรรค ปชป. ต้องล่มไปเป็นครั้งที่ 2

ฉะ “ไอ้โม่ง” เลวร้ายล่มประชุมรอบ 2

ต่อมาเวลา 10.40 น. นายเฉลิมชัยแถลงภายหลังการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคล่ม องค์ประชุมไม่ครบว่า เป็นพฤติกรรมเลวร้ายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำประกาศอุดมการณ์ของพรรค ข้อที่ 1.ที่ว่าพรรคจะดำเนินการโดยวิถีทางอันบริสุทธิ์ แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้พรรคอย่างมาก การที่องค์ประชุมไม่ครบทั้ง 2 ครั้งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดโดยธรรมชาติ แต่เกิดจากพฤติกรรมกลุ่มคนบางกลุ่ม ขอโทษสมาชิกพรรคด้วย เพราะมีการให้องค์ประชุมออกจากห้องประชุม ไม่ให้ลงชื่อเป็นองค์ประชุม มีการให้องค์ประชุมไปเที่ยวประเทศลาวเพื่อไม่ให้มาประชุม ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่เลวทราม ไม่น่าเกิดขึ้นในพรรคที่เป็นสถาบันทางการเมือง

เฉ่งให้มีจิตสำนึก อย่าเผา 4 ล้านทิ้ง

“เชื่อว่ากลุ่มคนดังกล่าวรู้ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ แต่ขอให้มีจิตสำนึก ถ้าจิตสำนึกกลับคืนมาพรรคจะเดินหน้าได้ พรรคมีระเบียบ มีข้อบังคับ ไม่สามารถทำอะไรโดยลำพัง ทำอะไรโดยมีความคิดส่วนตัวได้ ปชป.มีกฎข้อบังคับ แต่ทุกวันนี้หลายคนฉีกกฎข้อบังคับเอง ซึ่งจะทำให้ ปชป.เสื่อมถอย สมาชิกส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมส่วนนี้ วันนี้ผมขอประณาม ถ้ามีจิตสำนึกที่เพียงพอขอให้กลับมาช่วยทำให้พรรค ปชป.เดินหน้าต่อไปได้ ไม่ใช่เล่นเกมการเมืองเพื่อหวังตอบสนองความต้องการของใครบางคน” นายเฉลิมชัยกล่าวและว่า ตนพร้อมจะวางมือทางการเมือง เคยยื่นข้อเสนอไปว่าถ้าเป็นอุปสรรคต่อพรรคขอให้ที่ประชุมดำเนินการตามข้อบังคับพรรค ใครที่ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคขอความกรุณาไม่ต้องแสดงความคิดเห็น ทราบหรือไม่ว่าการประชุมใหญ่พรรคแต่ละครั้งใช้งบฯ 3-4 ล้านบาท เป็นเงินที่ประชาชนตั้งใจให้ พรรคมาทำกิจกรรมทางการเมือง ไม่ใช่นำเงินมาผลาญเล่นกันเช่นนี้ ขอเป็นครั้งสุดท้ายและให้ทุกคนตรึกตรอง ดูว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาถูกต้องหรือไม่” นายเฉลิมชัยกล่าว

คำรามลั่นมี 21 สส.ในมือเดินตาม

เมื่อถามว่าจะนัดประชุมใหม่อีกครั้งเมื่อใด นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ต้องนัดประชุมคณะ กก.บห.พรรคเพื่อนัดประชุมอีกครั้ง การประชุมล่มแต่ละครั้งทราบก่อนล่วงหน้า 1 วัน สิ้นเดือน ส.ค.จะได้หัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่หรือไม่ พูดอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีจิตสำนึกก็จะได้ เมื่อถามว่าการประชุมครั้งหน้าต้องเปลี่ยนสถานที่หรือไม่ นายเฉลิมชัยตอบว่า น่าจะต้องกางเต็นท์ เพราะพรรคจะไม่มีเงินแล้ว เมื่อถามว่าขณะที่แถลงข่าวอยู่นี้มี สส.มาร่วมแถลงด้วยกี่คน นายเฉลิมชัยกล่าวว่า “ต่ำๆมี 21 คน ฝากบอกกับสื่อด้วยว่าคนที่คิดว่าพรรคจะต้องเดินตามแนวทางนี้มีไม่ต่ำกว่า 21 คน”

“นราพัฒน์” ซัด ปชต.ในพรรคคืออะไร

นายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป.ดูแลภาคเหนือ กล่าวว่า เป็นความรับผิดชอบของสมาชิก ขอเรียกร้องให้สมาชิกคิดถึงพรรคและรักพรรคให้มากๆ การทำลายองค์ประชุม โดยไม่มาร่วมประชุมทำให้การประชุมล่ม สังคมมองว่าพวกเรามีปัญหา จะทำให้พรรคแย่ลงไปอีก ขอให้มาใช้สิทธิตามหน้าที่ ท่านรักใครชอบใคร สนับสนุนใคร เป็นสิทธิหน้าที่ของท่าน การจัดประชุมใหญ่ไม่ใช่จัดกันง่ายๆ ทุกครั้งมีค่าใช้จ่าย เพื่อให้สมาชิกมาประชุมร่วมกันให้ครบ ส่วนที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ระบุว่ามีการเล่นการเมืองภายในพรรค ทำให้องค์ประชุมล่ม ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของสมาชิก อดีตหัวหน้าพรรคหลายคนออกมาระบุว่าสาเหตุที่ทำให้พรรคตกต่ำเป็นเพราะพรรคไม่มีเอกภาพ ไม่สามัคคีกลมเกลียวกัน และยึดมติพรรค ถ้าหากแพ้โหวตแล้วบอกว่าไม่ให้ความร่วมมือ ไม่เดินตามมติ ไม่มีวินัย ต้องถามกลับว่าประชาธิปไตยในพรรคคืออะไร

ปชป.แพ้ภัยตัวเองไม่ส่งไม้ต่อรุ่นหลัง

“ผมอยากให้คิดถึงพรรค ไม่ว่าจะเป็นคนเก่าหรือคนใหม่ คิดถึงพรรคให้มากกว่าตัวบุคคลว่าสิ่งที่ทำกันอยู่ตอนนี้ ท่านคิดว่าท่านชนะ คนชนะคือใคร คนแพ้คือใคร พรรค ปชป.ที่แพ้ วันนี้แพ้ภัยตัวเอง เพราะเราขาดความสามัคคี หวงพรรคไม่ยอมส่งไม้ต่อ ให้คนรุ่นถัดไป แล้วเราจะตามพรรคอื่นได้อย่างไร เขาไปถึงไหนแล้ว พรรคอื่นเช้าลาออกบ่ายได้หัวหน้าพรรคแล้ว ส่วนพรรค ปชป. 2 ครั้งแล้วยังไม่ได้หัวหน้าพรรคเลยแล้วประชาชนจะฝากความหวังกับพรรค ปชป.ได้อย่างไร ยืนยันว่าผมรักพรรค วันนี้เรายังไม่ได้หัวหน้าพรรค และ กก.บห.พรรคเลยแล้วพรรคจะเดินต่อกันได้อย่างไร ส่วนการร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วมคนละเรื่องกัน” นายนราพัฒน์กล่าว

“ชวน” ชี้ กก.บห.รักษาการอำนาจเต็มร้อย

ขณะที่นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมใหญ่ล่มซ้ำสองว่า ไม่ได้ เป็น กก.บห.พรรค แต่ทางปฏิบัติต้องนัดประชุมต่อ แล้วแต่จะนัดประชุมกันเมื่อไหร่ แม้จะยังไม่มีการเลือก กก.บห.ชุดใหม่ แต่ กก.บห.พรรคชุดเดิมยังรักษาการอยู่ ยังทำหน้าที่เต็ม ตัดสินใจได้อยู่ทุกอย่าง เช่น ตัดสินใจว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ กก.บห.ชุดปัจจุบันทำได้โดยต้องหารือกัน ถ้าต่างคนต่างอยู่ ไม่หารือกันก็เลื่อนลอย อย่าไปปล่อยให้คนใดคนหนึ่งไปทำอะไรด้วยตัวเอง มันเสียหายต่อภาพพจน์พรรค ที่พรรคเป็นสถาบันมาได้ไม่ใช่เพราะอยู่นานอย่างเดียว แต่ต้องรักษาหลักการด้วย ฉะนั้นการตัดสินใจจะทำอะไรต้องประกอบไปด้วย กก.บห.ให้ความเห็นชอบ เป็นมติว่าอะไรเป็นอย่างไร ถึงจะเลื่อนประชุมออกไปก็ตาม แต่ กก.บห.ชุดปัจจุบันต้องทำงาน

ต้องยึดหลักการร่วม รบ.โดยมติพรรค

เมื่อถามว่า ถ้าจะตัดสินใจร่วมรัฐบาล กก.บห.พรรคชุดปัจจุบันตัดสินใจได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า พิจารณาได้ ต้องเตือนว่าอะไรที่สมาชิกไปทำส่วนตัวต้องไม่กระทบต่อพรรค อะไรที่เป็นนโยบายที่ต้องทำเพื่อมติพรรค ต้องให้พรรคให้ความเห็นชอบ ไม่ใช่ไปหารือส่วนตัวอย่างนี้ไม่ได้ เมื่อถามย้ำว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นดูเหมือนเป็นความขัดแย้งสองขั้วในการเลือกหัวหน้าพรรค ควรมีผู้ใหญ่เข้ามาพูดคุยให้เดินหน้าไปได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เห็นว่า กก.บห.ชุดรักษาการควรจะคุยกัน ส่วนที่สมาชิกพรรคเห็นอย่างหนึ่ง สส.ปัจจุบันเห็นอย่างหนึ่ง นายชวนกล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะมติพรรคออกมาแล้วก็จบ มติเป็นอย่างไร กก.บห. ต้องรับผิดชอบ

แนะผู้ใหญ่ในพรรคจับเข่าคุย

เมื่อถามถึงข่าวพรรค ปชป.จะเข้าร่วมรัฐบาลพรรค พท. นายชวนกล่าวว่า เรื่องนี้ยังมาไม่ถึงเพราะยังไม่มีรัฐบาลและนายกฯ แต่ที่พูดกันไปเพราะมีข่าวว่ามีคนไปพบคนนั้นคนนี้ แบ่งเอากระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ตนถามในที่ประชุม สส.สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจริงหรือไม่ มีหรือไม่ที่แบ่งกระทรวงกันแล้ว เขาปฏิเสธกัน ฉะนั้นหลักมันมีอยู่ สิ่งที่หัวหน้าพรรคและโฆษกพรรคชี้แจงคือหลักจริงๆ และคนใดคนหนึ่งที่ไปทำด้วยตัวเอง ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของคนนั้น แต่อะไรที่จะผูกพันพรรคต้องเป็นมติพรรค คนใดคนหนึ่งไม่ควรจะไปทำอะไรนอกเหนือจากมติพรรค เมื่อถามอีกว่านายเฉลิมชัยค่อนข้างไม่พอใจที่องค์ประชุมล่ม นายชวนกล่าวว่า เราไม่รู้เพราะเรามาประชุมตามปกติ แต่ถึงอย่างไรการประชุมต้องมี ไม่สามารถบอกว่าประชุมล่มแล้วต้องเลิกประชุมไปเลย เพราะต้องนัดประชุมต่อไป ผู้ใหญ่ต้องพูดคุยกันเพื่อให้ได้ผลออกมาว่าพรรคอยู่ได้ด้วยความรับผิดชอบของ กก.บห.พรรค ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ ทุกคนต้องคุยกัน

“เสี่ยต่อ” นัดกินข้าว “มาร์ค” เคลียร์ใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างช่วงการรอสมาชิกพรรคให้ครบองค์ประชุม นายเฉลิมชัย รักษาการเลขาธิการพรรคได้เดินมาคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคสั้นๆว่า จะนัดทานข้าวและดื่มไวน์เพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจกัน แต่ยังไม่ได้ระบุวันเวลาที่ชัดเจน

“จุรินทร์” เตรียมหารือ กก.บห.รอบ 3

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปต้องประชุมคณะ กก.บห.พรรคและหารือกับเลขาธิการพรรค เพื่อกำหนดวันประชุมใหม่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของพรรค เพราะแม้จะอยู่ในช่วงรักษาการ แต่ กก.บห.พรรคยังมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ การโหวตมติต่างๆในสภา ยังเชื่อว่าการประชุมใหญ่ของพรรคครั้งหน้าคงไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรค และเป็นไปตามกฎหมาย ถ้าไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามนี้จะกลายเป็นว่าการประชุมเป็นไปโดยไม่ชอบ และที่การประชุมครั้งนี้จำเป็นต้องล่มไป ต้องนัดประชุมใหม่ ส่วนจะส่งผลต่อการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตราบใดยังไม่มี กก.บห.พรรคชุดใหม่ กก.บห.พรรคชุดรักษาการต้องทำหน้าที่ไปก่อน ร่วมกับที่ประชุม สส. ย้ำว่าทุกอย่างเดินหน้าไปได้ ไม่ใช่เดินหน้าไปไม่ได้

21 สาขาอีสานโต้อารยะขัดขืน

ช่วงบ่าย กลุ่มตัวแทนสาขาพรรคภาคอีสาน ได้ออกหนังสือตอบโต้เลขาฯ พรรค ปชป.ส่งในห้องไลน์สมาชิกพรรค ปชป.มีใจความว่า ตามที่นายเฉลิมชัยแถลงข่าวหลังที่ประชุมพรรค ปชป.ว่า ไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ กล่าวหาว่าผู้ไม่มาประชุมและผู้อยู่เบื้องหลังไม่มีจิตสำนึกรักพรรค พวกเราขอชี้แจงว่าพวกเราเป็นกลุ่มที่รักและหวงแหนพรรค ปชป. ต้องการรักษาพรรคนี้ให้เป็นสถาบันหลักของประเทศชาติ ประชาชนและเพื่อชาว ปชป.ทุกคน มากกว่าที่จะให้พรรคตกเป็นเครื่องมือ เพื่อแสวงหาอำนาจทางการเมืองจากบุคคล หรือกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม การที่ไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ใช่เพราะขาดจิตสำนึก แต่เพราะมีจิตสำนึกที่สูงมากพอที่จะรู้ว่า พรรคกำลังจะถูกกลุ่มบุคคลนำพาไปสู่ทิศทางใด เป็นทิศทางที่เราไม่เห็นด้วย จึงใช้วิธีการ อารยะขัดขืน เป็นวิธีการสากลที่นานาอารยประเทศ รวมทั้งรัฐสภาไทยได้ใช้มา เพื่อปฏิเสธวิธีการที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย

ขวางเกมยึดพรรคบี้แก้กฎ 70:30

“อดีตเลขาฯพรรคอาจผิดหวังที่ไม่สามารถดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามที่ท่านและกลุ่มต้องการได้ พวกกระผมเองไม่สบายใจที่จะให้สถาบันการเมืองแห่งนี้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มบุคคลเพียงแค่ 20-21 คน ที่มีน้ำหนักการโหวตคะแนนถึง 70% ขณะที่ อดีตหัวหน้าพรรค 4 คน และเป็นอดีตนายกฯ 2 คน และอดีต สส.ของพรรคอีกนับร้อยคน กลับมีคะแนนแค่เพียง 30% เป็นขบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จึงขอเรียกร้อง 1.ให้มีการแก้ไขข้อบังคับสัดส่วนการลงคะแนน ที่กลุ่มท่านไม่เห็นด้วย 2.ขอแสดงจุดยืนตามที่นายชวน หลีกภัยและนายบัญญัติ บรรทัดฐาน จะไม่นำพาพรรคเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อรักษาเกียรติภูมิพรรคต่อไป พวกเราทุกคนยินดีที่จะเข้าร่วมประชุม หากมีการแก้ไขข้อบังคับที่ให้น้ำหนักคะแนน สส. 70% และให้องค์ประชุมอื่นแค่ 30% หรืออัตราส่วนคือ 30 คน ของโหวตเตอร์ทั้งหมดต่อ สส.เพียงคนเดียว และ สส.ส่วนใหญ่เพิ่งเป็น สส.สมัยแรก จึงไม่สามารถฝากอนาคตของพรรค ปชป.ไว้กับคนเพียง 20 กว่าคนได้ แต่ยินดีจะร่วมประชุมทุกครั้งด้วยน้ำหนักโหวตเตอร์ที่เท่าเทียมกัน 1 สิทธิ 1 เสียง ถือว่าทุกคนที่เป็นองค์ประชุมมีสถานะเป็นชาว ปชป.เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ 30 คนเทียบเท่ากับ สส.แค่ 1 คน” ทั้งนี้ เอกสารระบุพร้อมลงชื่อตัวแทนสาขาพรรคภาคอีสาน รวม 21 คน อาทิ นายชุมพล พวงพิลา นายโกมล สําแดง นายธีรวัช สมสา นายประสิทธิ มูลลาด เป็นต้น

78 ปี “ลุงป้อม” เอฟซีอวย “มีลุง มีเรา”

วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก FC “ลุงป้อม” เผยแพร่คลิปและบรรยากาศเมื่อวันที่ 5 ส.ค.2566 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ร่วมพบปะสังสรรค์นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6 (ปี 2508) และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 17 “รุ่นฝนแรก” (จากการที่ถูกลงโทษช่วงหน้าฝน) บนเวทีมีป้ายข้อความ “สุขสันต์ วันเพื่อน ฝนแรก” มีเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่นที่ 6 นักเรียน จปร.รุ่นที่ 17 และคนใกล้ชิดของ พล.อ.ประวิตรร่วมงานคับคั่ง ในงานนอกจากเลี้ยงสังสรรค์แล้ว ยังถือโอกาสจัดงานวันเกิดล่วงหน้าให้ พล.อ.ประวิตร ที่มีวันเกิดในวันที่ 11 ส.ค. อายุครบ 78 ปี พร้อมมีเค้กเขียนข้อความว่า “สุขสันต์วันเกิดรุ่นฝนแรก เดือนสิงหาคม 66” ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้ตัดเค้กและรับมอบดอกกุหลาบกำลังใจและอวยพรวันเกิดล่วงหน้าอย่างอบอุ่น

พล.อ.ประวิตรระบุว่า ปีนี้อายุ 78 ปีเต็มย่าง 79 ปีแล้ว กิจกรรมบางอย่างของผู้สูงอายุ “นอนอาจจะไม่ตื่นก็ได้ในวันพรุ่งนี้ใครจะไปรู้” ฉะนั้นขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพและรักใคร่กันไว้อย่างนี้ ขอบคุณ เพื่อนๆและหลานๆทุกคนที่มาอวยพรวันเกิด ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไป ทั้งนี้ ระหว่างการตัดเค้กมีการเปิดเพลงรักกันไว้เถิด โดย พล.อ.ประวิตรร้องเพลงด้วยท่าทางอารมณ์ดี อีกทั้งภายในงานมีการทำป้ายเป็นภาพ พล.อ.ประวิตรพร้อมข้อความ “มีลุง มีเรา” จากสมาคมคนรักลุงป้อมด้วย

“ทะลุวัง” บุก ก.วัฒนธรรมขับไล่ สว.

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่หน้ากระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ถนนเทียนร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กลุ่มทะลุวัง กลุ่มทะลุแก๊ส กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ฯลฯ นำโดย น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือสายน้ำ น.ส.ธนลภย์ ผลัญชัย หรือ หยก ฯลฯ นัดแนวร่วมสวมเสื้อดำใส่หน้ากากแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ “ระบายอารมณ์ใส่ สว.เห็นหัวกูบ้าง” ต่อต้าน สว.ที่ไม่ยอมโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกพรรค ก.ก. ประเดิมขับไล่นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ในฐานะ สว.โดยใช้สีสเปรย์พ่นข้อความด่าทอบนฟุตปาทหน้ากระทรวง วธ.นำใบปลิวโปรยข้ามรั้วเข้าไปรั้วกระทรวง วธ. โดย น.ส.เนติพรกล่าวว่า ขับไล่ สว. รายนี้เป็นรายแรก เนื่องจากเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน เก่งมากในการเป่าขลุ่ยแต่งกลอนอวยคนนั้นคนนี้ ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่พาดพิง น.ส.หยก ถึงกับมาขู่ฆ่า=เป็นถ้อยคำรุนแรง อย่าให้ได้เจอ จะเอาขี้ไปป้ายหน้า

อ่านบทกวีอัด “เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์”

ต่อมาแนวร่วมกลุ่มทะลุวังปีนรั้วเข้าไปในพื้นที่กระทรวง วธ.นำสีขาวไปสาดใส่ป้ายกระทรวงจนเลอะเทอะ จุดพลุควันสีลอยคละคลุ้งไปทั่วและยังพ่นไฟเผาผืนผ้าสีฟ้าขาวประดับหน้ากระทรวง พร้อมอ่านบทกวีของศิลปินชื่อ “รอนฝันตะวันเศร้า” โดยนายชาติชาย แกดำ หรือบอย โจมตีนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อย่างรุนแรง กระทั่งเวลา 18.07 น. ได้ปิดถนนหน้ากระทรวง วธ.จุดพลุควันและพลุเสียงกลางถนน 10 นัด จากนั้นนายนภสินธุ์นำพลุไปจุดหน้ารั้วกระทรวง จะปาเข้าไปในกระทรวงส่งท้าย แต่พลุด้านจึงยุติกิจกรรมเดินทางกลับ