21 ตัวแทนสาขาอีสาน ตอบโต้ “เฉลิมชัย” หลังประณามพฤติกรรมที่ทำให้ประชุมใหญ่ประชาธิปัตย์ล่ม แจง ใช้อารยะขัดขืน อ้าง พรรคกำลังจะถูกกลุ่มบุคคลนำพาไปสู่ทิศทางที่ไม่เห็นด้วย

วันที่ 6 สิงหาคม 2566 ภายหลังการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 ล่มเพราะองค์ประชุมไม่ครบ โดยมีเพียง 223 คน จากข้อบังคับที่ต้องมี 250 คนขึ้นไป ทำให้การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต้องถูกเลื่อนออกไป และจะมีการหารือวันในการประชุมครั้งต่อไป อีกทั้ง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกมาแถลงประณามพฤติกรรมที่ทำให้ไม่สามารถประชุมได้นั้น

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน กลุ่มตัวแทนสาขาพรรคภาคอีสานได้ออกหนังสือตอบโต้ นายเฉลิมชัย ส่งในห้องไลน์ของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มีใจความว่า ตามที่ นายเฉลิมชัย ซึ่งได้ประกาศเลิกเล่นการเมืองไปแล้ว ได้ออกมาแถลงข่าวภายหลังที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดยกล่าวหาว่าผู้ที่ไม่มาประชุมและผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่มีจิตสำนึกรักพรรค ขอชี้แจงว่าพวกเราเป็นกลุ่มที่รักและหวงแหนพรรคประชาธิปัตย์ เพราะต้องการรักษาพรรคนี้ให้เป็นสถาบันหลักของประเทศชาติ ประชาชน และเพื่อชาวประชาธิปัตย์ทุกคน มากกว่าที่จะให้พรรคการเมืองนี้ตกเป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาอำนาจทางการเมืองจากบุคคล หรือกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม 

“เพราะฉะนั้นการที่พวกเราไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ใช่เพราะขาดจิตสำนึก แต่เป็นเพราะพวกเรามีจิตสำนึกที่สูงมากพอที่จะรู้ว่า พรรคกำลังจะถูกกลุ่มบุคคลนำพาไปสู่ทิศทางใด ซึ่งเป็นทิศทางที่เราไม่เห็นด้วย เราจึงใช้วิธีการอารยะขัดขืน ซึ่งเป็นวิธีการสากลที่นานาอารยประเทศ รวมทั้งรัฐสภาของไทยได้ใช้มา เพื่อปฏิเสธวิธีการที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย”

...

นอกจากนี้ ยังมีการระบุด้วยว่า อดีตเลขาฯ พรรคอาจจะผิดหวังที่ไม่สามารถดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามที่ท่านและกลุ่มของท่านต้องการได้ พวกกระผมเองก็ไม่สบายใจที่จะให้สถาบันการเมืองแห่งนี้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มบุคคลเพียงแค่ 20-21 คน ซึ่งมีน้ำหนักการโหวตคะแนนถึง 70% ในขณะที่อดีตหัวพรรค 4 คน และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี 2 คน และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคอีกนับร้อยคน กลับมีคะแนนแค่เพียง 30% ซึ่งเรามองว่าเป็นขบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จึงขอเรียกร้องด้วยเหตุผล 2 ข้อ คือ 

1. ให้มีการแก้ไขข้อบังคับในสัดส่วนการลงคะแนน ซึ่งเคยเสนอมาแล้วในการประชุมครั้งแรก แต่กลุ่มของท่านไม่เห็นด้วย 

2. เราขอแสดงจุดยืนตามที่ นายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่จะไม่นำพาพรรคเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อรักษาเกียรติภูมิของพรรคต่อไป 

ทั้งนี้ พวกเราทุกคนยินดีที่จะเข้าร่วมประชุม หากมีการแก้ไขข้อบังคับที่ให้น้ำหนักคะแนน สส. 70% และให้องค์ประชุมอื่นๆ แค่ 30% หรืออัตราส่วนคือ 30 คน ของโหวตเตอร์ทั้งหมดต่อ สส.เพียงคนเดียว และ สส.ส่วนใหญ่เพิ่งเป็น สส.สมัยแรก เราจึงไม่สามารถฝากอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ไว้กับคนเพียง 20 กว่าคนได้ 

“เรายินดีจะร่วมประชุมทุกครั้งด้วยน้ำหนักของการเป็นโหวตเตอร์ที่เท่าเทียมกัน คือ หนึ่งสิทธิ์ หนึ่งเสียง เพราะเราถือว่าทุกคนที่เป็นองค์ประชุมมีสถานะที่เป็นชาวประชาธิปัตย์ที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่องค์ประชุม 30 คนเทียบเท่ากับ สส.เพียงแค่ 1 คน เราจึงขอแสดงจุดยืนด้วยจิตใจที่สงบ มั่นคง และยึดมั่นที่ต่ออุดมการณ์ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาพรรคประชาธิปัตย์เพื่อประชาชนและชาวประชาธิปัตย์ทุกคน” 

สำหรับตัวแทนสาขาพรรคภาคอีสาน ที่ร่วมกันลงชื่อ 21 คน มีดังนี้ 

1. ชุมพล พวงพิลา                                        

2. โกมล สําแดง                                        

3. ธีระวัช สมสา                                         

4. วิมล มะลิลา                                            

5. ประสิทธิ มูลลาด                                       

6. ราตรี เจริญศรี                                          

7. วิชิต ทองโปรย                                         

8. อัญมณี เหลืองวิเศษ                                    

9. อภิรนันท์ ศรีมันตระ                                    

10. บุญมี เชื้อขาว                                         

11. ภูมิสิทธิ การะเวท  

12. ไพบูลย์ ศิริมา

13. สุรชัย ทิพยมาตร

14. ธงชัย กึ่งมาตย์

15. ทองพูน สีหาบุตร

16. ปรวรรษ หวายฤทธิ์

17. ณภัทธิรา โชติโอฬารกุล

18. ยุภาพร จริยานุวัตร์

19. สมคิด สุทธิพรม

20. พศวีร์ จักร์พันธ์เดโช

21. วินัย ติยะบุตร