ศาล รธน.เลื่อนสั่งคำร้องขอยื่นตีความญัตติห้ามรัฐสภาชงชื่อนายกฯซ้ำ “วันนอร์” พับโหวตนายกฯ ดันวาระร้อนแก้ รธน.ปิดสวิตช์ สว.เสียบทันควัน “ภูมิธรรม” เลื่อนวงถกตั้งรัฐบาล โวเสียงหนุน “เศรษฐา” เยอะแล้ว กั๊กยังไม่ปิดประตูใส่พรรค 2 ลุง ภท.-ปชป.แบไต๋จับมือเพื่อไทย “อนุทิน” เผยนัดคุยกันแล้วแต่พักไว้ก่อนศาล รธน.ชี้ขาด ออกอาการเร่าร้อนลั่นเลือกตั้งจวน 3 เดือนต้องมีรัฐบาลชุดใหม่โดยเร็ว “จุรินทร์” แบะท่าจับมือเพื่อไทยขึ้นอยู่กับมติ กก.บห. “เดชอิศม์” ยอมรับบินฮ่องกงไม่ได้คุย “ทักษิณ” แค่ไปแก้บน รทสช.ฉลองครบ 1 ปี “ตุ๋ย” ชี้ให้ดูประตูพรรคเปิดอยู่ตลอด “เสรีพิศุทธ์” ชี้ทางก้าวไกลหมดเปลือก แนะยกมือตอบแทนบุญคุณ ให้แต่งตัวรอ 3-4 เดือนค่อยปรับ ครม. “โรม” สวนเป็นหนี้ประชาชนเท่านั้น ก.ก.ให้สิทธิเป็นไม้ 2 ตั้งรัฐบาลบุญคุณล้นกว่า ขณะที่ “ชูวิทย์” ตั้งโต๊ะสกัด “เสี่ยนิด” แฉเลี่ยงภาษี 521 ล้าน “แสนสิริ” ออกโรงแจงแค่เซ็นไม่มีเอี่ยวขั้นตอนซื้อที่ดิน

การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเพื่อเปิดประตูจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่คนไทยตั้งตารอต้องยืดเยื้อต่อไป หลังพรรคเพื่อไทยประกาศหย่าขาดทิ้งพรรคก้าวไกล ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนพิจารณารับ-ไม่รับคำร้องตีความมติรัฐสภาห้ามชงญัตติเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯซ้ำ จนประธานรัฐสภาต้องถอนวาระโหวตนายกฯออกไปอีกรอบ

ศาล รธน. เลื่อนสั่งคำร้องชงญัตติซ้ำ

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 3 ส.ค.สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาเรื่องพิจารณาที่ ต. 24/2566 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ว่า กรณีรัฐสภา (ผู้ถูกร้อง) มีมติตีความว่าการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในรอบที่ 2 เป็นญัตติทั่วไป ต้องห้ามนำเสนอญัตติซ้ำอีกตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้อง ทั้ง 3 ได้แก่ นายพรชัย เทพปัญญา ผู้ร้องเรียนที่ 1 นายบุญส่ง ชเลธร ผู้ร้องเรียนที่ 2 และนางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สส.นนทบุรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และคณะผู้ร้องที่ 3 โดยผู้ร้องที่ 1-2 กล่าวอ้างว่าไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ และเขตของพรรค ก.ก.และผู้ร้องเรียนที่ 3 เป็น สส.พรรค ก.ก.โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า มีประเด็นสำคัญต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และมีประเด็นเชิงหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมให้เลื่อนการพิจารณาสั่งคำร้อง และให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป นัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 16 ส.ค.เวลา 09.30 น. ทั้งนี้ให้ผู้ร้องระบุสถานะของคณะผู้ร้องเรียนที่ 3 ทุกรายว่าเป็นประชาชนหรือสมาชิกรัฐสภาต่อศาลภายในวันที่ 15 ส.ค.

...

“วันนอร์” พับโหวตฯขยับถกแก้ ม.272

ต่อมาเวลา 12.15 น.ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมรัฐสภาในวันที่ 4 ส.ค.คงต้องเลื่อนวาระโหวตนายกฯออกไป และนำระเบียบวาระที่ 2 เรื่องการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรกแทน การเลือกนายกฯคงต้องรอหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า จะมีคำสั่งอย่างไรในวันที่ 16 ส.ค.อีกครั้ง คงต้องรอหน้างานก่อน เพราะเหลือเวลาอีกหลายวัน อาจจะมีวาระอื่นของการประชุมรัฐสภาขึ้นมาคั่นก่อนถึงวันที่ 16 ส.ค.เราไม่สามารถที่จะพิจารณาก่อนได้ เพราะคำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณา 2 เรื่องคือ เรื่องโหวตนายกฯวันที่ 13 ก.ค.และเรื่องการชะลอพิจารณาคำร้องในวันที่ 16 ส.ค.เมื่อถามว่าจะสามารถนัดโหวตนายกฯเร็วสุดคือวันที่ 17 ส.ค.หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ตอบว่า คงเหมือนคราวนี้ เพราะครั้งนี้ศาลนัดจะวินิจฉัยวันนี้ เราก็นัดประชุมวันพรุ่งนี้ ต้องรอดู เมื่อถามย้ำว่า แต่วันนี้ขั้วการจัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนแล้ว นายวันมูหะมัดนอร์ตอบว่า ทั้งหมดต้องรอ สิ่งสำคัญตอนนี้คือศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน และ สส.จำนวนหนึ่งไปแล้ว

“ภูมิธรรม” โวเสียงหนุน พท.พอแล้ว

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีการเลื่อนแถลงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ออกไปว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน และจะมีคำวินิจฉัยรับ-ไม่รับวันที่ 16 ส.ค. ทุกๆอย่างไม่ควรจะทำอะไรให้มาก จริงๆวันนี้เราเรียกประชุมพรรคร่วม ทั้งหัวหน้าและเลขาธิการพรรคมาหารือก่อนแถลงข่าว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นเราจึงเลื่อนไป แต่ยืนยันว่าขณะนี้เสียงที่เราได้เพียงพอจะจัดตั้งรัฐบาล เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว และประธานรัฐสภาบรรจุวาระแล้ว เราจะแถลง ข่าวเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่าเสียงที่บอกว่าครบแล้วเปิดเผยได้หรือไม่ว่ามีพรรคใดบ้าง นายภูมิธรรมตอบว่า “รออีกสักหน่อยก็ดี ตอนนี้เรารวบรวมเสียงทั้งจากขั้ว 8 พรรคเดิมจำนวนหนึ่ง และมีเสียงจากขั้ว 188 เสียงอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงต้องมีเสียงของ สว.อีก เราอยู่ใต้วิกฤติการณ์ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เงื่อนไขต้องได้เสียงเกิน 375 เสียง เราอยากได้เสียงของ สส.ให้มั่นคงที่สุดเพราะจะทำให้เกิดรัฐบาลที่มั่นคง บวกกับเสียง สว.อีกส่วนหนึ่งเรายิ่งอยากได้ให้มากขึ้นเพื่อทำให้เห็นว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากภาวะที่สามารถกู้วิกฤติได้โดยความร่วมมือของทุกฝ่าย และทำให้การคลี่คลายความขัดแย้งลดลงได้

แค่หาเสียงไม่ปิดตาย รบ.ไร้พรรคลุง

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า จะไม่มีพรรคของ 2 ลุงเข้ามาร่วมรัฐบาล นายภูมิธรรมตอบว่า รอให้การตัดสินใจชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไร วันนี้เราพยายามที่แสวงหาความร่วมมือต่างๆ รู้ว่ามีข้อจำกัดต่างๆและมีข้อที่เป็นปัญหาประชาชนอยู่ ต้องคำนึงสิ่งเหล่านี้ด้วย อย่างไรก็ตาม วันนี้เราแค่แสวงหาเสียงสนับสนุน คนละเรื่องกับการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวว่าพรรค พท.ไม่ง้อมือจากพรรค ก.ก.นายภูมิธรรมตอบว่า เรื่องนี้จริงๆไม่ใช่ ได้บอกไปแล้วว่า การแยกตัวกับพรรค ก.ก.ยุติเอ็มโอยูแล้วถือว่าทุกฝ่ายเป็นอิสระต่อกัน ส่วนจะโหวตให้หรือไม่เป็นเอกสิทธิ์ สิ่งที่สำคัญเราอยากสร้างการเมืองมิติใหม่ เรากับพรรค ก.ก.สามารถทำงานที่เป็นประโยชน์กับประชาชนได้ แต่ประเด็นที่เราไม่เอาแน่นอนคือการแก้ไข ป.อาญามาตรา 112 หากพรรค ก.ก.โหวตให้ก็ยินดี ดีใจ ไม่โหวตให้ไม่ถือโทษโกรธอะไร

ยืนกรานท่าทีไม่แก้ ม.112 ให้เห็นแล้ว

เมื่อถามว่า มีกระแสว่าพรรค พท.ไม่บอกให้พรรค ก.ก.ถอยเรื่องแก้ไขเรื่องมาตรา 112 แต่ฉีกเอ็มโอยูเลย นายภูมิธรรมตอบว่า “อันนี้ก็ไม่จริง” อาจจะเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะเอ็มโอยูครั้งแรกเราบอกไว้อย่างชัดเจนเลยว่า หากมีการแก้ไขมาตรา 112 เราไม่เซ็น แล้วมีความพยายามพูดให้ใกล้เคียงกับเรื่องดังกล่าว เราจึงบอกว่าขอสงวนสิทธิ์ว่า เราจะไม่ร่วมในข้อนั้นมีการถอนเรื่องดังกล่าวต่อไป ส่วนครั้งที่ 2 ที่มีการทำเอ็มโอยู เฉพาะพรรค ก.ก.กับพรรค พท.ยังนำเรื่อง มาตรา 112 ใส่เข้ามาอีก เราก็บอกว่าเราไม่เซ็น เพราะฉะนั้นเราแสดงท่าทีชัดเจนกับพรรค ก.ก.มาโดยตลอด ส่วนจะไปดำเนินการเป็นเอกสิทธิ์บุคคลของพรรค ก.ก. เมื่อถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสามารถเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค ก.ก.ซ้ำได้จะทำอย่างไร นายภูมิธรรมตอบว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการข้อบังคับและข้อกฎหมาย เมื่อถามว่า จะมีการพลิกขั้วอีกหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า อยู่ที่ข้อเท็จจริง หากเป็นอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เพราะต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ย้ำ “นายใหญ่” ไม่เลื่อนกลับประเทศ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหว ออกมาแฉข้อมูลของนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรค พท.จะส่งผลต่อการพิจารณาเสนอชื่อนายกฯหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า คงเป็นเรื่องของนายเศรษฐากับบริษัทที่นายเศรษฐาเกี่ยวข้องอยู่ เป็นเรื่องที่ต้องมการชี้แจงกับความเข้าใจ ไม่คิดว่าจะปัญหาอะไรทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายที่กำหนด เมื่อถามถึงการเดินทางกลับบ้านของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯยังเหมือนเดิมหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ถือว่ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่เกี่ยวข้องกับทางการเมือง นายทักษิณและครอบครัวจะตัดสินใจอย่างไรเป็นเรื่องส่วนตัว ให้รอครอบครัวแถลงความชัดเจน

“อนุทิน” เผย พท.นัดถกตั้งรัฐบาล

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีประธานรัฐสภาเลื่อนการโหวตนายกฯออกไปก่อนเพื่อรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่า ประธานรัฐสภาคงอยากให้ทุกอย่างมีความชัดเจนจะได้ไม่ต้องมีปัญหาในภายหน้า ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรค ภท.ถูกทาบทามร่วมรัฐบาลจากพรรค พท.อย่างเป็นทางการหรือยัง นายอนุทินตอบว่า เรานัดพูดคุยกัน แต่ยังไม่ได้ทราบว่าจะคุยแล้วผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างไร แต่เมื่อเลื่อนโหวตนายกฯยกเลิกนัดแล้วเลื่อนออกไปก่อน โดยทางแกนนำพรรค พท.โทรศัพท์แจ้งว่าที่นัดกันไว้นั้นขอเลื่อนออกไปก่อน เมื่อถามว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการโหวตนายกฯจะเกิดความไม่ราบรื่นอีกหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ทุกคนอยากให้มีความชัดเจน พอมีการยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความในเรื่องต่างๆ เพื่อความชัดเจนอยากให้ชี้ขาดออกมาก่อนที่จะดำเนินการใดๆ แต่จะถือว่าดีไม่ได้ เพราะรัฐบาลใหม่ควรจัดตั้งโดยเร็ว เลือกตั้งมาจะครบ 3 เดือนอยู่แล้ว

อ้อมแอ้มไม่ตั้งแง่ “พี่นิด” นั่งนายกฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค ภท.ยังมีข้อสงสัยในตัวนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ อยู่หรือไม่ เพราะนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาแฉข้อมูลเรื่องต่างๆ นายอนุทินตอบว่า พรรค ภท.แจ้งไปแล้วคือต้องไม่แตะต้องไม่แก้ไขมาตรา 112 ไม่จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย และไม่สามารถทำงานร่วมกับพรรคก.ก.ได้ ส่วนเรื่องของพรรคอื่นไปยุ่งหรือไปก้าวล่วงอะไรไม่ได้ ถ้ายังอยู่ในกรอบต้องเป็นเรื่องของพรรคใครพรรคมัน เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้มีการเผยแพร่คลิปที่นายเศรษฐาเคยระบุตอนหาเสียงว่าจะแก้ไขมาตรา 112 ออกมาเช่นกัน นายอนุทินตอบว่า คงต้องฟังนายเศรษฐาและพรรค พท.ชี้แจง สิ่งนี้ไม่อยากให้ผู้สื่อข่าวไปจี้อะไรมากนัก เวลาหาเสียงบางทีการพูดไปตามสถานการณ์ในห้วงเวลานั้น เมื่อถามว่าพรรค ภท.มีเงื่อนไขหรือไม่ว่า ก่อนตกลงเข้าร่วมรัฐบาลกับใคร แคนดิเดตนายกฯของพรรคนั้นๆต้องมีหลักประกันว่าได้เสียงถึง 375 เสียงนายอนุทินตอบว่า ตรงนั้นเป็นหลักประกันไม่ได้ ใครจะมาประกันได้ ทุกคนต้องช่วยๆกัน

“บิ๊กตู่” ส่งดอกไม้ฉลอง 1 ปี รทสช.

 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซอยอารีย์ 5 พรรค รทสช.จัดทำบุญครบรอบ 1 ปี การก่อตั้งพรรค มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ผู้บริหาร แกนนำ สส.ร่วมงานและแฟนคลับพรรคมาแสดงความยินดี รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม อดีตแคนดิเดตนายกฯพรรค มอบให้นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกฯ เป็นตัวแทนนำแจกันดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดี ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้าพรรค รทสช. ไม่ได้มาร่วมงาน โดยนายสุชาติ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า เนื่องจากตนเพิ่งเดินทางกลับจากการพักผ่อนที่ต่างประเทศไม่ได้เข้าร่วมงาน แต่จะเข้าร่วมประชุมสภาฯและคงอยู่ได้ไม่นานเนื่องจากมีอาการปวดท้องต้องไปพบแพทย์ ขณะที่นายพีระพันธุ์ให้สัมภาษณ์ว่า การทำบุญครบรอบ 1 ปี ของพรรคเป็นปีแรกเราไม่ได้บอกใคร และมีการประชุมสภาฯใครที่มีหน้าที่ประชุมถ้าติดขัดมาร่วมไม่ได้ไม่เป็นไร ส่วนนายกฯแม้จะลาออกจากพรรคแล้วก็ตาม ด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัวได้ส่งดอกไม้มาให้แต่ยังไม่ได้คุยกัน

“ตุ๋ย” ปล่อยมุกประตู รทสช.เปิดอยู่

นายพีระพันธุ์กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรค พท.ว่า ขณะนี้พรรค รทสช.ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรค พท. เมื่อถามว่า พรรค ก.ก.เป็นฝ่ายค้านแล้วพรรค รทสช.สามารถทำงานร่วมกับพรรค พท.ได้ใช่หรือไม่ นายพีระพันธ์ุตอบว่า พรรคยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้เลย หากมีแนวทางเดียวกันสามารถทำงานร่วมกันได้ ถ้าคนละทางทำด้วยกันไม่ได้ต้องรอพูดคุยกันก่อน เมื่อถามย้ำว่าไม่ปิดประตูกับพรรค พท.ใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ตอบว่า ตอนนี้ประตูเปิดอยู่ก่อนชี้ไปที่ประตูทางเข้าพรรค จุดยืนพรรค รทสช.ยังเหมือนเดิมอยากให้ประเทศเดินหน้าได้ และต้องดูตัวบุคคลที่จะมานำประเทศด้วย รวมถึงนโยบายพรรคต่างๆจะทำให้บ้านเมืองสงบสุขเดินหน้า และสถาบัน 3 เสาหลักมีความมั่นคงจริงหรือไม่ เราตั้งพรรคมาเพื่อชาติบ้านเมืองจริงๆไม่ใช่เพื่อหวังตำแหน่งหรือประโยชน์ ถ้าคิดว่านโยบายของพรรคที่จะเป็นแกนนำไปด้วยกันกับเราได้ร่วมมือกันได้ แต่อยากให้พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว เป็นสิทธิของพรรค พท.จะดึงใครไปร่วม ถ้าเขาคิดว่าเรามีความเหมาะสมช่วยกันทำงานได้ก็ติดต่อมาเอง ที่ผ่านมายืนยันตลอดว่า เราไม่สนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่วนการโหวตนายกฯต้องเป็นไปตามมติพรรค

ปชป.ให้ กก.บห.ชี้ขาดร่วม รบ.

ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวถึงกระแสพรรค ปชป.จะไปร่วมรัฐบาลกับพรรค พท.ว่า ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว พรรคจะไปตั้งรัฐบาลกับพรรคใดต้องผ่านมติที่ประชุม สส.กับคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ขณะนี้ยังไม่มีการประชุม และพรรคยังไม่เคยมอบหมายใครไปเจรจาเรื่องการตั้งรัฐบาล ส่วนที่มี สส.บางส่วนอยากไปร่วมยังไม่เคยได้ยินจะเกิดเหตุนี้ขึ้น ขอให้มติที่ประชุมพรรค ขณะนี้ยังไม่มี กก.บห.ชุดใหม่ ชุดปัจจุบันต้องทำหน้าที่ไปก่อน ไม่ได้แปลว่า จะไปร่วมหรือไม่ร่วม เชื่อว่า สส.พรรค ปชป.ทุกคนมีศักดิ์ศรี และต้องเป็นความเห็นร่วมกันของพรรคไม่ขอตัดสินใจคนเดียว หัวใจสำคัญคือเรื่องมาตรา 112

แบะท่าเงื่อนไข พท.คุยกันได้

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.กล่าวว่า จุดยืนพรรคคือ 1.ไม่สนับสนุนพรรคที่แก้ไขมาตรา 112 2.ต้องไม่มีพรรค ก.ก. 3.ไม่มีรัฐบาลเสียงข้างน้อย 4.พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีแนวทางอย่างไรเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงการหาทางออกให้ประเทศชาติ เพราะผ่านมา 80 กว่าวันแล้ว ยังไม่มีนายกฯหากพรรคแกนนำตั้งรัฐบาลมีจุดยืนเช่นเดียวกับพรรค ปชป.การพูดคุยอาจเกิดขึ้นได้ เท่าที่ดูการแถลงข่าวของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พท.ก็เป็นเงื่อนไขที่พอคุยกันได้ ยืนยันพรรค ปชป.จะเดินไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนกระแสข่าวนายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค ไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ฮ่องกงเพื่อร่วมรัฐบาลนั้น ต้องไปถามนายเดชอิศม์ เท่าที่ทราบนายเดชอิศม์ไม่ได้เดินทางไป

“เดชอิศม์” รับบินไปฮ่องกงแก้บน

ขณะที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป.ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ฮ่องกงว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาเดินทางไปแก้บนหลายประเทศ เช่น เวียดนาม ฮ่องกง เนื่องจากบนให้ภรรยาชนะการเลือกตั้ง จึงเดินทางไปทั่วได้เจอคนมากมาย ส่วนได้ไปพบนายทักษิณหรือไม่ ไม่ขอพูดดีกว่า ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปได้เจอนายทักษิณหรือไม่ นายเดชอิศม์ตอบว่า ไม่ขอพูดเรื่องนี้ ตนมีพรรคพวกทุกพรรคเจอคนเยอะมาก ส่วนกระแสข่าว สส.กลุ่มของตนจะไปร่วมรัฐบาลพรรค พท.ให้ขึ้นอยู่กับมติพรรค ถ้าไปก็ไปทั้งพรรค ยืนยันไม่มีใครฉีกมติพรรคและไม่มีงูเห่าแน่นอน ภายใต้มติคณะกรรมการบริหารพรรค  เมื่อถามว่าได้ฟังการแถลงข่าวของพรรคเพื่อไทยแล้ว รับเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ นายเดชอิศม์ตอบว่า หลักของเราคือ ต้องไม่แตะมาตรา 112 และไม่ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแน่นอน จะทำให้ประเทศวุ่นวาย ส่วนการร่วมกับพรรคการเมืองอื่นที่ไม่แตะมาตรา 112 ให้เป็นเรื่องกรรมการบริหารพรรคและมติ สส. หากถาม มีความเป็นไปได้หรือไม่ ก็เป็นไปได้

“เสรีพิศุทธ์” แนะ ก.ก.สำนึกบุญคุณ

ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า แม้พรรค ก.ก.ไปเป็นฝ่ายค้านก็ยังเห็นเป็นน้อง ด้วยความหวังดีและปรารถนาดีกับทุกคน อยากให้จัดตั้งรัฐบาลได้ เพื่อให้บริหารประเทศได้ เมื่อถามถึงกรณีหากมีพรรค 2 ลุงร่วมรัฐบาลกับพรรค พท. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า พูดหลายครั้งแล้วว่า ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่เป็นคนปฏิวัติ ส่วน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รับได้ เพราะไม่ใช่คนปฏิวัติ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกไปแล้ว พรรค รทสช.จึงไม่มีลุง พรรคไม่ใช่คนปฏิวัติ ทำไมจะร่วมรัฐบาลไม่ได้ ส่วนกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคพท.เคยพูดจะแก้มาตรา 112 นั้น ขอย้ำรอบที่ 100 ว่าสามารถแก้ได้ เพื่อให้ดีขึ้นกับสถาบัน อย่าไปมองว่านายเศรษฐาเคยพูดถึง เพราะไม่ใช่ประเด็น ส่วนที่พรรค ก.ก.จะไม่โหวตนายกฯให้พรรค พท.นั้น ขอฝากนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก.ก.ควรตอบแทนบุญคุณที่พรรค พท.เคยลงคะแนนโหวตนายกฯให้ อีก 3-4 เดือน รัฐบาลต้องปรับ ครม.เอาพรรคอื่นออก เอาพรรค ก.ก.เข้าไปได้ ขอชี้ทางสว่างให้พรรค ก.ก.เพื่อให้พรรค พท.ตั้งรัฐบาลเรียบร้อย

“สมชาย” โดดขวางปิดสวิตช์ สว.

นายสมชาย แสวงการ สว.กรรมการประสานงาน วุฒิสภา กล่าวว่า แม้จะเลื่อนโหวตนายกฯเพราะรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ควรพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ที่พรรค ก.ก.เสนอด้วยเช่นกัน เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และมีปัญหาข้อกฎหมาย ที่สำคัญ สว.อาจไม่ร่วมพิจารณาด้วย เพราะอาจถูกร้องเรื่องจริยธรรมได้ตนได้ศึกษาข้อมูลแล้วพบว่ามาตรา 272 เกิดมาจากคำถามประชามติ เทียบเท่ากับเป็นมาตราที่ผ่านการเห็นชอบจากการทำประชามติ ดังนั้นหากจะแก้ไขควรต้องนำไปทำประชามติก่อน อาจต้องใช้งบหลายพันล้านบาท และไม่จำเป็นต้องพิจารณาแล้ว อีก 9-10 เดือน มาตรา 272 จะไม่สามารถใช้บังคับได้ต่อไป และจะหมดเวลาแล้ว

แนะนัดโหวตนายกฯหลัง 20 ส.ค.

นายสมชายกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นัดประชุมรัฐสภาครั้งต่อไปเพื่อโหวตนายกฯ ควรนัดหลังจากที่ทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วในวันที่ 16 ส.ค. และไม่ควรรีบนัดในวันที่ 17 ส.ค. เพราะหากเกิดเหตุการณ์เหมือนอย่างการเลื่อนโหวตวันที่ 4 ส.ค.อีกจะดูไม่งาม และมีความสุ่มเสี่ยง หากนัดหลังวันที่ 20 ส.ค.ไม่เป็นไร เพราะการโหวตนายกฯไม่เป็นอุปสรรคที่ สว.จะไม่เข้าร่วม แต่ไม่ควรทำแล้วเจอปัญหา ดังนั้นควรเลื่อนให้มีระยะเวลาเพียงพอต่อการรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หากรัฐสภาโหวตนายกฯก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตนจะไม่ร่วมโหวตเพราะอาจถูกยื่นเรื่องร้องเรียนได้หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคืนสิทธิให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก.

“โรม” ตอก “เสรีฯ” ให้แทนบุญคุณ

ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่ตกไปเป็นว่าที่พรรคฝ่ายค้าน เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อโฆษกพรรค ก.ก.เปิดเผยผลการประชุมพรรค ก.ก. เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ถึงการโหวตลงมติเลือกนายกฯว่าเมื่อการโหวตเลือกนายกฯถูกเลื่อนออกไป พรรคยังไม่มีข้อสรุป แต่พรรค ก.ก.จะไม่ลงมติสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ รทสช.และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. แน่นอน ส่วนกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค สร.ขอให้ ก.ก.สนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ พท. เพื่อตอบแทนบุญคุณว่า ในการทำงานทางการเมืองขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ไม่เกี่ยวข้องกับบุญคุณ พรรค ก.ก.จะเป็นหนี้บุญคุณก็เป็นหนี้บุญคุณประชาชนเท่านั้น พรรค ก.ก.ยอมตั้งแต่ประธานสภาฯและให้สิทธิ์ พท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อรักษา 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเอาไว้นั้น ถือว่ามีบุญคุณมากกว่าและถือว่าเป็นการยอมแล้ว ยอมอีกและยอมต่อ

ดักทาง สว.อย่าเล่นเกมสภาฯล่ม

นายรังสิมันต์กล่าวถึงการประชุมรัฐสภา 4 ส.ค. เพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ว่า หวังว่า สส.ทุกพรรคและ สว.ทั้งที่เคยสนับสนุนการปิดสวิตช์ สว.และต้องการปิดสวิตช์ตนเองเพิ่มเติมจะให้การสนับสนุนและไม่ใช้ข้ออ้างเรื่องการลงมติเลือกนายกฯที่ยังจะต้องอาศัยเสียงของ สว.อยู่ มาขัดขวางการแก้ไขในครั้งนี้ รวมถึงไม่ใช้วิชามารทำให้องค์ประชุมรัฐสภาล่ม เพราะอำนาจการลงมติเลือกนายกฯของ สว. เหลือระยะเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนไม่จำเป็นต้องคงไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อยื้อระยะเวลาประชาธิปไตยของประเทศ หากไม่มีมาตราดังกล่าว การตั้งรัฐบาลเลือกนายกฯตามความต้องการของประชาชนน่าจะเสร็จสิ้นไปแล้ว และยังทำให้การจัดตั้งรัฐบาลแปลกพิสดารผสมข้ามสายพันธุ์ไร้อุดมการณ์ และเปิดโอกาสให้ สว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งตั้งเงื่อนไขกับพรรคที่มาจากการเลือกตั้งร่วมรัฐบาลได้

ส.ส.บ่นเน็ตอืดสั่ง จนท.ทำรายงาน

ขณะที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงเช้าวันเดียวกัน มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้เปิดให้ สส.หารือปัญหาความเดือดร้อนประชาชน ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ แต่กลับเกิดปัญหาขึ้น สส.หลายคน ที่ลุกขึ้นหารือได้ตำหนิการทำหน้าที่ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ เนื่องจากภาพที่ สส.ขอเปิดสไลด์ภายในห้องประชุมไม่เสถียร สะดุดตะกุกตะกัก ระหว่าง สส.อภิปรายช่วงการหารือแก้ปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ อาทิ นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร พรรค พท.บ่นว่าฝ่ายโสตฯมีปัญหาอินเตอร์เน็ตช้ามาก ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ กำชับให้ฝ่ายโสตฯช่วยดูแลให้เรียบร้อยด้วย นายวันมูหะมัดนอร์แจ้งว่า ตอนนี้ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าห้องโสตฯมีปัญหาเรื่องไฟฟ้า และอินเตอร์เน็ต ต้องขออภัยในเบื้องต้น เดี๋ยวทางฝ่ายโสตฯคงจะชี้แจงและก็ต้องให้มีการแก้ไขเป็นการด่วน

แจ้ง สส.ก้าวไกลลาออกเหลือ 498 คน

ต่อมา ที่ประชุมสภาฯที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุมได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า นายนครชัย ขุนณรงค์ ได้ทำหนังสือขอลาออกจาก สส.ระยอง พรรค ก.ก. เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ทำให้ขณะนี้มี สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 498 คน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีของนายนครชัย ที่ลาออกนั้น เนื่องจากมีประวัติเคยต้องโทษจำคุกข้อหาลักทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อ 6 ต.ค.42 ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไว้ชัดเจนว่า ต้องไม่เป็นบุคคลที่เคยถูกลงโทษด้วยการจำคุกมาก่อน

เล็งเลือกตั้งซ่อมระยอง 10 ก.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ในการประชุม กกต. วันที่ 3 ส.ค.ได้รับทราบกรณีนายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง พรรค ก.ก.ยื่นลาออกการเป็น สส.กรณีเคยต้องคำพิพากษาคดีลักทรัพย์ ปี 2542 ทำให้ขาดคุณสมบัติ สส. โดยที่ประชุม กกต.ให้สำนักงาน กกต.ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องและศึกษาการเรียกค่าเสียหายเลือกตั้งซ่อม สำนักงาน กกต.กำลังเร่งทำหนังสือแจ้งไปยัง ครม.ให้ทูลเกล้าฯตราพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง สส.แทนตำแหน่งที่ว่าง จะพยายามให้ทันการประชุม ครม.วันที่ 8 ส.ค. เนื่องจากระยะเวลา 45 วัน ที่ต้องจัดการเลือกตั้งนับแต่ตำแหน่งว่างลง เริ่มนับหนึ่งแล้วในวันที่ 3 ส.ค. หากมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเมื่อใด กกต.จะประชุมกำหนดวันเลือกตั้ง และวันสมัครรับเลือกตั้งคาดว่าวันเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง แทนตำแหน่งที่ว่างจะเป็นวันที่ 10 ก.ย.

“ชูวิทย์” แฉ “เศรษฐา” เลี่ยงภาษี

อีกด้านเมื่อเวลา 12.30 น. ที่โรงแรมเดอะเดวิส สุขุมวิท 24 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงอภิปรายคุณสมบัตินายกฯคนใหม่ว่า ขอตั้งข้อสังเกตนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรค พท.ไม่มีคุณสมบัตินายกฯตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ที่ต้องเป็นบุคคลซื่อสัตย์ มีหลักฐานเป็นวาระประชุม คำวินิจฉัยกรมสรรพากร และใบเสร็จซื้อขายที่ดินถนนสารสิน โฉนดเลขที่ 16515 จำนวน 399.7 ตารางวา ที่เป็นนิติกรรมอำพราง ทำให้รัฐสูญเสียรายได้การเก็บภาษี 521,130,789 บาท ยืนยันไม่มีความบาดหมางกับนายเศรษฐา แต่ที่ออกมาพูดเนื่องจากเป็นนักบัญชีเคยค้าที่ดิน เห็นความไม่ชอบ มาพากลการซื้อขายที่ดินระหว่างผู้ซื้อคือ บมจ. แสนสิริ กับผู้ขายคือ บจก.ประไพทรัพย์ เมื่อเดือน ส.ค.62 นายเศรษฐาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ ตกลงซื้อที่ดินแปลงนี้ ในราคาประเมิน 1,570 ล้านบาท ด้วยวิธีแบ่งโอนแยกรายบุคคล 12 คน ทั้งที่เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่แบ่งที่ดินตามส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทผู้ขาย ใช้วิธีเดินทางไปโอน 12 วัน วันละ 1 คน จ่ายเฉพาะค่าใช้จ่าย ณ วันโอน รวม 12 คน แค่ 59.2 ล้านบาท หลีกเลี่ยงการเข้าเกณฑ์คณะบุคคลต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 35% รัฐเสียรายได้กว่า 521 ล้านบาท มีหลักฐานสมรู้ร่วมคิดทำความผิดทั้งหมด มีลายเซ็นรับรองการประชุมที่นายเศรษฐาลงนาม 12 ฉบับ เป็น 12 กรรม 12 วาระ

ฟันธง “ทักษิณ” เลื่อนวันกลับไทย

นายชูวิทย์กล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษี เป็นไปได้อย่างไรที่ บมจ.แสนสิริ ที่เชี่ยวชาญซื้อขายที่ดินทั่วประเทศจะไม่รู้เรื่อง หากนายเศรษฐาเป็นนายกฯจะได้นายกฯหลบเลี่ยงภาษี ที่กระทำความผิดในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ มีลายเซ็นรับรองการประชุม ทั้ง 12 ฉบับรวดในวันที่ 14 ส.ค.62 ยืนยันไม่ได้ต้องการกลั่นแกล้งนายเศรษฐา แต่ถ้าได้มาเป็นนายกฯ ประเทศจะพัง หลังจากนี้จะนำหลักฐานไปยื่นกรมสรรพากร ประธานรัฐสภา และ กกต.ก่อนจะโหวตนายกฯ ตนไม่ได้มีเรื่องกับนายเศรษฐาตามที่มีคนอ้างว่าตนขายที่ดินให้ บมจ.แสนสิริไม่ได้ราคา เพราะขายที่ดินไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ให้ บมจ.ไรมอน แลนด์ มีสัญญาผูกพันกันอยู่ เมื่อปี 65 มีคน บมจ.แสนสิริมาติดต่อขอซื้อจึงขายให้ไม่ได้ ส่วนแคนดิเดตนายกฯพรรค พท.ที่มีคุณสมบัติคือนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นผู้มีความรู้กฎหมาย ทีแรกนายทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ต้องการคนนี้ ส่วน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณยังไม่เหมาะสมเพราะเป็นทายาทตรง แต่ท้ายสุดมีชื่อนายเศรษฐา เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯผลักดัน ทั้งที่มีนิติกรรมอำพรางทำให้รัฐเสียหาย ต่างจากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก.แม้ถือหุ้นสื่อ แต่ไม่ได้ทำความเสียหายให้รัฐแม้แต่บาทเดียว ส่วนการเลื่อนวันโหวตนายกฯเชื่อว่านายทักษิณจะเลื่อนการเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย ยืนยันเป็นการแฉเพื่อชาติ ไม่ต้องการอะไรเพราะอยู่ได้อีกไม่นานแล้วเมื่อเช้าเพิ่งไปพบแพทย์ทำคีโมจากโรคมะเร็ง

“แสนสิริ” แจง “เสี่ยนิด” แค่เซ็นซื้อที่ดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีการนำเสนอข่าวพาดพิงนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.ขณะเป็นผู้บริหารสูงสุดและกรรมการของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มีส่วนร่วมหลีกเลี่ยงภาษีซื้อขายที่ดินของบริษัทแสนสิริ ได้ออกหนังสือชี้แจงว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินแปลงดังกล่าวระหว่างแสนสิริกับผู้ขาย กำหนดให้ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ประกอบกับเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ขายในการเสียภาษีอากร แสนสิริมีหน้าที่ชำระราคาให้ครบถ้วนตามที่ตกลงกันและรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเท่านั้น และนายเศรษฐา ขณะเป็นผู้บริหารสูงสูดและกรรมการของแสนสิริ มีส่วนร่วมเฉพาะขั้นตอนการอนุมัติจัดซื้อที่ดินโดยพิจารณาจากตัวเลข และข้อมูลที่ทีมสรรหาที่ดินจัดทำและนำเสนอให้ที่ประชุมผู้บริหารพิจารณา การทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ชำระราคา และโอนกรรมสิทธิ์เป็นหน้าที่ของทีมสรรหาที่ดินรับผิดชอบจัดการและประสานงานทั้งหมด นายเศรษฐาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและรับรู้ขั้นตอนวิธีการข้างต้น เพราะเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายหลังการทำสัญญาของทีมสรรหาที่ดิน เป็นการซื้อขายที่ดินตามปกติในธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป บริษัทฯขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล ถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใสและตรวจสอบได้

ภาค ปชช.จี้ พท.อย่าทิ้งฝ่าย ปชต.

ที่อาคารซีซั่นมอลล์ เครือข่ายภาคประชาสังคมสนับสนุนการกระจายอำนาจ 32 องค์กร นำโดยนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมลงชื่อเรียกร้องสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย พร้อมอ่านแถลงการณ์ว่า 1.เรียกร้อง สว.และ สส.ทุกพรรครักษาหลักการและวิถีทางประชาธิปไตย ให้พรรคลำดับที่ 1 และ 2 เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เคารพผลการเลือกตั้ง 2.พรรคอันดับ 2 ที่ถือครองโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้ ขอให้ยุติการผลักไสพรรคอันดับ 1 และพรรคฝ่ายประชาธิปไตยออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 3.ขอให้ชนชั้นนำของประเทศเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวมประชาชน รักษาความศักดิ์สิทธิ์ระบอบประชาธิปไตยควบคู่ไปกับหลักนิติรัฐ นิติธรรม 4.ขอเรียกร้องประชาชนเชื่อมั่นต่อการจัดการตนเองในระดับภูมิภาค จังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ยกระดับความเข้มแข็งองค์กรหรือเครือข่ายตนเองควบคู่ไปกับการรักษาความเชื่อมโยงสนับสนุนกันและกัน

เลื่อนฟังคำพิพากษาคดี กปปส.

ที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายนัสเซอร์ ยีหมะ นายอุทัย ยอดมณี นายนิติธร ล้ำเหลือ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร นายพานสุวรรณ ณ แก้ว นายประกอบกิจ อินทร์ทอง นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์สอนวิชากฎหมายในหลายมหาวิทยาลัย เป็นจำเลย 1-7 ฐานร่วมกันเป็นกบฏก่อการร้าย สร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ ที่จำเลยทั้งหมดเป็นกลุ่ม กปปส. ร่วมกันมั่วสุม เป็นกบฏ ใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯให้พ้นจากตำแหน่ง โดยจำเลยเข้าร่วมการชุมนุมในนามกลุ่ม กปปส. ใช้กำลังนักรบศรีวิชัย นักรบตะนาวศรี กลุ่มกระเบนธง บุกสถานที่ราชการ ขัดขวางไม่ให้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ได้ ประกาศปิด กทม. ตั้งเวทีปราศรัยปิดการจราจรทั่ว กทม. 7 แห่ง และขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง สส. ระหว่างวันที่ 23-27 ธ.ค.2556 และการใช้สิทธิลงคะแนนล่วงหน้า วันที่ 26 ม.ค.2557 ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามความผิด แต่จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยนายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความ กล่าวว่า คดีนี้มีเอกสารหลักฐานมากกว่า 4 หมื่นแผ่น จำเป็นที่ศาลต้องตรวจสอบให้รอบคอบ ศาลจึงเลื่อนอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 1 ธ.ค.2566