เพื่อไทยนัด 8 พรรคร่วมประชุมต้น ส.ค. “ภูมิธรรม” บีบก้าวไกลตัดสินใจหาทางออก “วิโรจน์” ดักคอคนทรยศเพื่อน อนาคตด่าวดิ้น รทสช.เชื่อ 4 ส.ค.นี้ได้นายกฯ หน้าชื่นพร้อมผสมโรง พท. “ท็อป” ไม่ติดใจ “ประภัตร” บินพบ “นายใหญ่” บอกเรื่องส่วนตัว โฆษก ปชป.ปัดพรรคยังไม่มีมติส่งใครไปเจรจา สว.ขอประเมินก่อนโหวตรอบ 3 “สมชาย” ปล่อยข่าวมีคนขนกล้วย แฉแผนซ่อนเงื่อนตบตา 2 ลุง ดึงก้าวไกลร่วมรัฐบาลหลังได้นายกฯ เลือกตั้งซ่อมระยองเริ่มคึก แม่ค้าแกลงลั่นจะเลือกอีกกี่ครั้งก็ยังเป็นก้าวไกล ตร.แจ้งเตือนหลีกเลี่ยงเส้นทางม็อบ

ตามที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เรียกประชุมรัฐสภา นัด สส. สว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ท่ามกลางกระแสข่าวถนนทุกสาย หลายพรรคการเมืองบินไปเปิดดีลลับกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ฮ่องกง

“ลุงป้อม” ทำนิ่งดีลลับฮ่องกง

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 28 ก.ค. ที่ท้องสนามหลวง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธที่จะตอบคำถามทางการเมือง ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกระแสข่าวแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเดินทางไปพูดคุยกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกง พรรค พปชร.มีการส่งตัวแทนไปพูดคุยด้วยหรือไม่ และท่าทีการโหวตนายกฯในครั้งหน้า รวมถึงเตรียมร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ แต่ พล.อ.ประวิตรไม่ยอมตอบคำถามใดๆ ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย ก็ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองดัง ออกมาเปิดเผยข้อมูลดีลลับเรื่องให้พรรคอันดับที่ 3 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเช่นกัน

...

เพื่อไทยบีบก้าวไกลสละเรือ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการนัดประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล หลังนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา นัดประชุมรัฐสภาเลือกนายกฯ วันที่ 4 ส.ค.ว่า คงนัดประชุมต้นเดือน ส.ค. จะประสานแต่ละพรรคก่อนว่าว่างตรงกันวันไหน ช่วงเวลาใด จากนั้นจะได้ประสานนัดประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งนี้พรรค พท.จะรายงานข้อมูลที่ได้ไปพูดคุยขอเสียงสนับสนุนจากทั้ง สว.สส. และ สส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ทั้ง สส.และ สว.ต่างมีปัญหาตรงกันคือห้ามแก้ไขมาตรา 112 รวมถึงหากพรรคก้าวไกลยังอยู่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล พวกเขาจะไม่ให้เสียงสนับสนุน นี่คือ สิ่งที่เราไปรับฟังมา และจะนำรายงานต่อที่ประชุม 8 พรรคร่วมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะพรรค ก.ก.จะหาทางออกให้เราอย่างไร อยากให้พรรค ก.ก.ตัดสินใจ

คนทรยศเพื่อนอนาคตด่าวดิ้น

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า “ดีลลับ ข่าวลือ ผมไม่สนใจเลย เชื่อใจภาคี 8 พรรคร่วมไม่เคยระแวงลังเล ทุกย่างก้าวอยู่ในลู่ เคารพเชื่อใจเพื่อนร่วมทีมเสมอ ถ้าสุดท้ายภารกิจมันต้องล้มเหลว เพราะถูกหักหลังจริงๆ ก็ยังดีกว่าการที่ล้มเหลวเพราะ ความไม่เชื่อใจกันเองภายในทีม การล้มเหลวเพราะถูกหักหลัง คนที่ทรยศวันข้างหน้ามีแต่จะด่าวดิ้นสิ้นอนาคต ส่วนคนที่ซื่อตรงยังไงก็จะมีมือของผู้คนช่วยดึง ช่วยพยุงให้ลุกขึ้นสู้ต่ออย่างองอาจ เชื่อมั่นในทีมมาโดยตลอด เวลามองตาเพื่อนแววตาผมยังแน่วแน่เชื่อใจกันอยู่เสมอ ขอตอบตรงนี้ว่าดีลลับ ข่าวลือ ผมไม่สนใจเลย เมื่อทำงานกันเป็นทีม ผมก็จะเชื่อใจไม่หวั่นไหว ต่อให้สุดท้ายผมจะถูกหลอก ถูกหักหลัง ถูกมองว่าโง่ จนถูกชิงทุกสิ่งทุกอย่างไป แต่สิ่งที่จะชิงจากผมไปไม่ได้เลย คือ ความซื่อตรง และเกียรติภูมิ เดินไปไหนก็เดินคอตั้งหลังตรง กล้าสู้หน้าทุกคน”

รทสช.เชื่อ 4 ส.ค.นี้ได้นายกฯ

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายก รัฐมนตรีรอบที่ 3 ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ว่า เชื่อว่าจะเลือกนายกฯได้เร็วๆนี้ รอไม่ได้ หลังมีกระบวนการจากศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการโหวตนายกฯ และได้รัฐบาล คิดว่าไม่มีอะไรที่ขรุขระมากแล้ว เข้าใจว่าทุกฝ่ายคงมีการหารือกันก่อนนอกรอบ และคิดว่าทุกอย่างคงเรียบร้อย เมื่อถามว่าพรรค รทสช.ยังจุดยืนเดิมใช่หรือไม่ คือถ้ายังมีพรรคก้าวไกลก็จะไม่โหวตให้ นายธนกรตอบว่า ยืนยันจุดยืนเดิมเพราะยังมีนโยบายแก้ไขมาตรา 112

หน้าชื่นพร้อมร่วมงานเพื่อไทย

เมื่อถามว่า มีสัญญาณจากเพื่อไทยมาหรือไม่หลังพูดคุยไปรอบแรก นายธนกรตอบว่า ตรงนี้ไม่ทราบ เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เมื่อถามว่าลำบากใจหรือไม่ที่พรรคเพื่อไทยและพรรค รทสช. ที่เคยยืนคนละจุดต้องมาร่วมกันทำงาน นายธนกรตอบว่า อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมที่หลายฝ่ายต้องมาช่วยกันพาประเทศเดินหน้าไปอย่างมั่นคง เมื่อถามย้ำว่าวันนี้ทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้ใช่หรือไม่ นายธนกรตอบว่า ไม่น่ามีปัญหาอะไรกัน ถ้ายึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลักมั่นก็ไปด้วยกันได้หมด เมื่อถามว่าปิดประตูรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้เลยใช่หรือไม่ นายธนกรตอบว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยคงไม่มี

ไม่ติดใจ “ประภัตร” พบ “นายใหญ่”

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีปรากฏภาพนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค ชทพ. เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี ที่ฮ่องกงว่า ทราบจากมีภาพไปปรากฏตามสื่อ แต่ถามว่าแปลกใจไหม ต้องเรียนว่านายประภัตรและนายทักษิณเป็นเพื่อนสนิทกันมา 30 กว่าปีแล้ว มีความสนิทชิดเชื้อกัน มั่นใจว่าการไปพบกันครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องการเมือง เพราะถ้าเกิดมีอะไรขึ้นมาตนต้องเป็นคนพิจารณาก่อน และยืนยันว่านายประภัตรไปอวยพรวันเกิดเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้ไปในฐานะเลขาธิการพรรค ชทพ. เมื่อถามว่าได้สอบถามเรื่องนี้กับนายประภัตรแล้วหรือยัง นายวราวุธตอบว่า ถามเพียงแค่ว่าได้ลาราชการไปถูกต้องหรือไม่ ซึ่งนายประภัตรยืนยันลาราชการไปถูกต้อง

ทุกการตัดสินใจต้องคุยในพรรค

เมื่อถามว่า นายประภัตรได้มาเล่าให้ฟังว่าพูดคุยนายทักษิณอย่างไรหรือไม่ นายวราวุธตอบว่า ไม่ได้ถาม ก็ทราบดีอยู่ว่าเป็นเพื่อนกันมาไม่ได้แปลกใจอะไร เมื่อถามว่าหากตัดสินใจอะไรต้องนำกลับเข้ามาในที่ประชุมพรรค ชทพ.ใช่หรือไม่ นายวราวุธตอบว่า ต้องเข้าสู่คณะกรรมการบริหารพรรคก่อน และผู้ใหญ่ภายในพรรคต้องมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ตนและ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ชทพ.ต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เมื่อถามว่าภาพที่ออกมาเหมือนนายประภัตรไปดีลการจัดตั้งรัฐบาล นายวราวุธตอบว่า “ไม่มีหรอกครับ เพราะเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมและนายประภัตรยังไปพรรคเพื่อไทยด้วยกันอยู่เลย พอมาวันอังคารมีภาพปรากฏ อย่างที่ทราบหากมีอะไรคงคุยกันจบที่พรรคเพื่อไทยแล้ว” เมื่อถามย้ำว่าหากเพื่อไทยเสนอชื่อนายกฯ จากคนของพรรคเพื่อไทย จะสนับสนุนหรือไม่ นายวราวุธตอบว่า เงื่อนไขเรายังจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นต้องดูองค์ประกอบด้วยเช่นกัน เมื่อถามย้ำว่าต้องไม่มีพรรคก้าวไกล หรือต้องไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 นายวราวุธตอบว่า ต้องมีทิศทางแนวทางการทำงาน แนวนโยบาย และแนวทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน ถึงจะสามารถทำงานด้วยกันได้

โฆษก ปชป.ปัดไม่มีมติให้เจรจา

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกระแสข่าวนายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป.ภาคใต้ เดินทางไป พบนายทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เพื่อเจรจาเข้าร่วม รัฐบาล ว่า ยืนยันว่าพรรค ปชป.ไม่เคยส่งใครไปเจรจา กับนายทักษิณ ตามหลักการของพรรค โดยเฉพาะเรื่องการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ไม่ได้เป็นอำนาจการ ตัดสินใจของใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง การร่วมรัฐบาลถือเป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีการปรึกษาหารือกันในพรรคอย่างละเอียดรอบคอบ อีกทั้งพรรคมีข้อบังคับที่ระบุไว้ชัดเจนว่า เมื่อมีประเด็นการจะร่วม รัฐบาลหรือไม่ ต้องมีการประชุมร่วมกันระหว่าง กก.บห. และ สส.ของพรรคชุดปัจจุบัน ที่จะต้องร่วมกันพิจารณา แล้วจึงมีมติพรรคออกมาว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

กก.บห.รักษาการมีอำนาจตัดสิน

เมื่อถามว่าจะเลือกหัวหน้าพรรคและคณะ กรรมการบริหารพรรคทันต่อการพิจารณาเรื่องร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายราเมศตอบว่า กก.บห.ชุดปัจจุบันที่ทำหน้าที่รักษาการอยู่ มีอำนาจในการร่วมพิจารณา ไม่ใช่เฉพาะกรณีร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล แต่สามารถร่วมพิจารณาได้ในทุกๆเรื่อง ที่มีกระแสข่าวกรณีของ นายเดชอิศม์นั้น ขอให้ไปสอบถามเจ้าตัวเองดีกว่า

เย้ย “นิพิฏฐ์” ย้าย 3 พรรคใน 2 ด.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง แกนนำพรรค พปชร. ยังคงต่อต้านนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า นายทักษิณเป็นอดีตนายกฯที่สร้างผลงานมากมาย แต่กลับได้รับผลกระทบจากการทำรัฐประหาร ขณะที่มีนักการเมืองจำพวกหนึ่งยอมศิโรราบกับการทำรัฐประหาร ถ้าไม่มีการตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ไม่รู้ป่านนี้จะได้เป็นรัฐมนตรี กับเขาหรือเปล่า คนประเภทไหนย้ายที่อยู่ให้อุดมการณ์ ได้ตลอดเวลา อยู่ 3 พรรคในเวลา 2 เดือน ยังทำไปได้ ถ้าการเลือกตั้งยืดออกไปอาจทำสถิติย้ายไปอยู่พรรคที่ 4-5 หรือไม่ คนนอกคงได้แต่สงสัยและตั้งคำถามว่า ทำไมบุคคลที่เป็นถึงระดับรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ พรรคถึงไม่ส่งลงสมัคร สส. อะไรดลใจให้ย้ายมาอยู่พรรคสืบทอดอำนาจ

สว.ขอประเมินก่อนโหวตรอบ 3

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สว. กล่าวถึงการโหวตนายกรัฐมนตรีรอบ 3 วันที่ 4 ส.ค.ว่า การโหวตของ สว.เป็นความลับที่ไม่สามารถบอกได้ตอนนี้ แต่การพิจารณาโหวตนายกฯต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งสูตรจัดตั้งรัฐบาล พรรคใดจะร่วมเป็นรัฐบาลผสมบ้าง ชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นนายกฯ ขณะนี้สูตรตั้งรัฐบาลที่ออกมามีทั้ง 8 พรรคเดิม บวก 2พรรคคือ พรรคภูมิใจไทย และพรรค ชทพ. หากเป็นแบบนั้นจริงก็ไม่ต้องใช้เสียง สว.โหวตแล้ว เพราะได้เสียงเกิน 375 เสียง หากทำได้ก็จบถือเป็นเรื่องดี หาก สส.ตกลงกันได้ โดยไม่มี สว.ยุ่งเกี่ยว สว.ไม่อยากยุ่งเรื่องนี้ แต่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ สว.ใช้สิทธิพิจารณาด้วย เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกฯที่เตรียมเสนอต่อรัฐสภามีชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เป็นเต็งหนึ่ง พล.อ.เลิศรัตน์ตอบว่า ยังไม่ชัดเจน ต้องรอการตั้งโต๊ะแถลงว่าใครจะร่วมรัฐบาลบ้าง จะทำให้ สว.พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ง่ายขึ้น

ไม่เอาด้วยเสนอแก้มาตรา 272

พล.อ.เลิศรัตน์ยังกล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ปิดสวิตช์ สว.โหวตนายกฯว่า มีความพยายามทำมาหลายครั้ง มองว่าไม่เกิดประโยชน์ เพราะนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เคยให้สัมภาษณ์ว่าต้องเลือกนายกฯให้ได้ก่อน จากนั้นจึงจะแก้รัฐธรรมนูญ และอีก 10 เดือน สว.ก็ไม่มีอำนาจนี้แล้ว การเสนอเรื่องดังกล่าวเพื่อประชดประชัน สว.ที่ไม่ลงมติให้นายพิธาเป็นนายกฯมากกว่า การแก้มาตรา 272 ขณะนี้ไม่ถูกกาลเทศะ ส่วนที่ก่อนหน้านี้เคยลงมติปิดสวิตช์ตัวเอง แต่ต้องพิจารณาอีกมุมว่าในแง่การกระทำนั้นเหมาะสมหรือไม่มีเหตุผลอะไร จุดยืนของตนต้องพิจารณาอีกครั้ง หากทำเพื่อดิสเครดิต สว. เชื่อว่า สว.ส่วนใหญ่ไม่สนับสนุน ควรพูดกันแบบเปิดอกดีๆ แต่ครั้งนี้เป็นการทำให้ สว.รู้สึกไม่ค่อยดี

“สมชาย” ปล่อยข่าวมีขนกล้วย

นายสมชาย แสวงการ สว. ให้สัมภาษณ์ถึงสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำผ่านรายการ “ข่าวค่ำ The Room 44” ว่า มีหลายสูตร ทั้งสูตรที่ 1 ที่มีกระแสว่ามีพรรคเพื่อไทย, ภูมิใจไทย,รวมไทยสร้างชาติ, ชาติไทยพัฒนา, พลังประชารัฐ, เสรีรวมไทย และประชาธิปัตย์ ถือเป็นสูตรหนึ่งที่เรียกว่า “สูตรสลายขั้วเหลือง-แดง” โดยพรรคก้าวไกลจะถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้าน ส่วนแคนดิเดตนายกฯอาจเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน ขณะที่สูตรที่ 2 ก็ยังมีอยู่คือสูตรจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคร่วมเดิม โดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลยังไม่ถอย จะเกาะอยู่บนเอ็มโอยูเดิม ที่สำคัญยังคงรอ สว.หมดวาระในอีก 10 เดือน หากประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 4 ส.ค. และนายเศรษฐาถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ โดยที่ยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ร่วมด้วย เชื่อว่ายังคงโหวตไม่ผ่าน ขณะนี้เริ่มมีข่าวลือเรื่องรถไฟขนกล้วยมาแล้ว ขอให้รอดูกันต่อไป

แฉแผนสูตรตบตาซ่อนเงื่อน

นายสมชายกล่าวว่า ส่วนสูตรที่ 3 คือ เป็นสูตรซ่อนปมซ่อนเงื่อน สูตรนี้เริ่มมีการคุยกันในหมู่นักการเมือง เป็นสูตรที่ไม่เอาพรรคก้าวไกล, พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ไม่เอา 2 ลุง เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ประมาณ 70% สามารถเกิดขึ้นจริงได้ โดยยังมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งร่วมกับทุกพรรคที่มี สส.ในสภาฯ จะมีเสียงราว 260 กว่าเสียง ผลักให้ 3พรรคคือ ก้าวไกล พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ เป็นฝ่ายค้าน โดยพรรคก้าวไกลจะยกมือโหวตให้นายกฯของเพื่อไทย เพื่อเป็นรัฐบาล 260 เสียง รวมกับอีก 151 ของก้าวไกล ก็มี 411 เสียง สูตรนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงสนับสนุนจาก สว. พอโหวตผ่านได้นายกฯและจัดตั้งรัฐบาล ก็จะเชิญพรรคก้าวไกลที่โหวตหนุนให้พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมเป็นรัฐบาลด้วย นี่คือการตบตาประชาชน ทิ้งให้พรรค 2 ลุงเป็นฝ่ายค้านเพียง2พรรค

“นครชัย” ขออย่ารุกล้ำคนใกล้ชิด

วันเดียวกัน นายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง พรรคก้าวไกล ที่ประกาศจะลาออกจาก สส.ในสัปดาห์หน้า โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีมีสื่อมวลชนเข้าไปสอบถามหาข้อมูลกับคนใกล้ชิดว่า “เรียนพี่น้องสื่อมวลชนที่พยายามเข้ามาสอบถามถึงผมผ่านคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดรวมถึงทีมงาน ขออนุญาตแจ้งว่าทางครอบครัวและคนใกล้ชิดไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ต่อกรณีที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ผมจะแถลงต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้ ขอความกรุณาเคารพความเป็นส่วนตัวของคนใกล้ชิดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งเพื่อน ครอบครัว และทีมงานด้วย ถ้าเป็นไปได้อย่าไปรบกวนชีวิตส่วนตัวของเขาด้วยการบุกไปถาม ตามถ่ายภาพ หรือวิดีโอ หลังจากนี้ผมจะมีการสื่อสารออกไปด้วยตัวผมเองโดยจะแจ้งเวลาให้ทราบอีกครั้ง”

“สาธิต” ชี้ในพรรคยังคุยกันอยู่

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง พรรคก้าวไกลประกาศลาออกจาก สส. จะลงสมัครเลือกตั้งซ่อมด้วยตัวเองหรือไม่ว่า “ยังคุยกันอยู่” นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ อดีต สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องรอมติพรรคว่าจะส่งใครลงสมัคร ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคจะส่งนายสาธิต ปิตุเตชะ คงเป็นไปไม่ได้ เพราะนายสาธิตเคยประกาศแล้วว่าจะไม่ลงสมัคร สส.เขตอีก ยอมรับว่าในพื้นที่เขต 3 กระแสพรรคก้าวไกลยังแรงอยู่ แต่ก็พร้อมลงสู้อีกครั้ง ส่วนพรรคก้าวไกลมีกระแสข่าวว่าจะส่งลูกชายอดีต สจ.ในพื้นที่ อ.แกลง ลงแทนนายนครชัย แต่ยังไม่มีการยืนยัน

พปชร.–พท.รอเคาะส่งใครลง

นายพายัพ ผ่องใส ผู้สมัคร สส.ระยอง พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า คงต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันก่อน และต้องรอมติพรรค พปชร.ก่อนว่าจะส่งใครลงสมัคร ส่วนเรื่องความพร้อม มีความพร้อมอยู่แล้ว เช่นเดียวกับนายชัยณรงค์ สันทัสนะโชค ผู้สมัคร สส.ระยอง พรรคเพื่อไทยกล่าวว่าต้องรอมติพรรคก่อนว่าจะส่งใครลงสมัคร

แม่ค้าแกลงลั่นเลือกกี่ครั้งก็ ก.ก.

น.ส.วาสนา พานทอง อายุ 58 ปี แม่ค้าขายไก่สดในพื้นที่ อ.แกลง กล่าวทั้งน้ำตาว่า สงสารนายพิธาและนายนครชัยที่ถูกขัดขวาง ต้องการให้นายพิธาเป็นนายกฯ เพราะชอบนโยบายพรรคก้าวไกล เชื่อว่าหากได้ขึ้นมาบริหารประเทศเจริญแน่ ปัจจุบันแย่ไปหมดทุกอย่าง ส่วนตัวพร้อมเลือกพรรคก้าวไกล จะลงอีกกี่สิบครั้งก็จะเลือกก้าวไกล เลือกตั้งครั้งที่แล้วทั้งบ้าน 10 กว่าเสียง ลงคะแนนให้ก้าวไกลทั้งผู้สมัครสส.และพรรค แถมยังไปบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าหากพรรคก้าวไกลได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 จะนำหัวหมูไปถวาย ผลออกมาตามที่ได้บนบานไว้ จึงไปแก้บนมาเรียบร้อยแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะลงคะแนนให้ทั้งบ้านเหมือนเดิม

น.ส.สมศรี แซ่ย้าง อายุ 43 ปี แม่ค้าขายไก่ทอด กล่าวว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ก็จะเลือกผู้สมัครของพรรคก้าวไกล เพราะชอบนโยบายพรรค ทุกคนในบ้านต่างก็เลือกพรรคก้าวไกล

ตร.เตือนเลี่ยงเส้นทางม็อบ

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษก บช.น. แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง เนื่องจากวันที่ 29 ก.ค. ได้รับข้อมูลทางสื่อโซเชียลมีเดียมีประกาศนัดรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกอโศกมนตรี และจะเคลื่อนขบวนไปแยกราชประสงค์เวลา 17.00 น. เนื่องด้วยบริเวณพื้นที่การนัดหมายชุมนุม และการเคลื่อนขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น อีกทั้งเป็นเส้นทางสายหลักที่ใช้สัญจรอาจส่งผลกระทบการจราจร เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไปจนเสร็จสิ้นการชุมนุม ได้แก่ ถนนรัชดาภิเษก (แยกอโศกเพชร-จุดกลับรถหน้าสวนเบญจกิติ) ถนนสุขุมวิท (ซอยสุขุมวิท 22-ใต้ด่วนเพลินจิต) ถนนเพลินจิต (ตลอดสาย) ถนนพระราม 1 (แยกราชประสงค์-แยกเฉลิมเผ่า) และถนนราชดำริ (แยกประตูน้ำ-แยกราชดำริ)

บก.ลายจุดพร้อมเคลื่อนขบวน

ขณะที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์เชิญชวนแนวร่วมเข้าร่วมกิจกรรมวันที่ 29 ก.ค. ระบุว่า “เสาร์ที่ 29 ก.ค. 5 โมงเย็น เริ่มเดินขบวนจากแยกอโศก มุ่งหน้าราชประสงค์ แปรอักษรตัวต่อไปจะทำกิจกรรมเหยียบรูป บก.ลายจุด ที่อโศกก่อนเดินขบวน #พร้อม 2 เพราะเป็นจุดที่เกิดเหตุ ผมหวังว่าหลังกิจกรรมนี้แล้ว เรื่องที่เคยเกิดขึ้นถือว่าผมได้รับผิดชอบแล้ว สมควรแก่เหตุแล้ว กรุณาให้เกียรติร่วมเหยียบด้วยนะครับ และขอร้องว่าอย่าเอารูปใครมาเหยียบอีก”

ศิษย์เก่า มก.รวมตัวปกป้องสถาบัน

เวลา 17.00 น. ที่หน้าหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ (มก.) บางเขน กลุ่มศิษย์เก่า มก. ประกอบไปด้วยนิสิตเก่าอาวุโสจากหลายรุ่นหลายคณะ ในนามกลุ่มนิสิต มก.ปกป้องสถาบัน นำโดย ศ.ดร.อุทัยรัตน์ ณ นคร ศิษย์เก่า มก.รุ่น 30 นัดรวมตัวใส่เสื้อสีเหลือง แสดงเจตจำนงรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีการร่วมกันร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัย จุดเทียน ร้องเพลงสดุดีจอมราชาถวายพระพร ศ.ดร.อุทัยรัตน์เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืนว่า “พวกเราตั้งมั่นในความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เทิดทูน หวงแหนเกียรติภูมิแห่ง มก.อันเป็นที่รักยิ่ง พวกเราจึงขอแสดงความเสียใจที่มีกลุ่มบุคคลเข้ามากระทำการอันไม่บังควรต่อเสาธงรูป เมล็ดข้าว หน้าหอประชุม และต้นนนทรีทรงปลูก อันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์เชิงจิตวิญญาณของชาว มก.”