"อายุตม์ สินธพพันธุ์" อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยัน "ทักษิณ" ไม่ได้มีอภิสิทธิ์เหนือนักโทษคนอื่น แต่อาจมีการผ่อนปรนในบางเรื่องและอยู่ที่ดุลพินิจของผู้คุมเท่านั้น

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2566 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐ ว่า ขั้นตอนการรับตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีแนวทางในการปฏิบัติตามขั้นตอนอยู่แล้ว คือ นายทักษิณเดินทางเข้ามายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะเป็นหน่วยงานแรกที่จะรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ จากนั้นจะทำบันทึกการจับกุมก่อนนำตัวไปยังศาล เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน จากนั้นศาลจะออกหมายขัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่อยู่ประจำศาลก็จะรับตัวตามหมายขัง เพื่อนำตัวไปควบคุมยังเรือนจำที่ศาลกำหนด 

สถานะนายทักษิณก็จะเป็น “นักโทษเด็ดขาด” ต้องอยู่ภายในเรือนจำ การดำเนินการต่างๆ ก็ต้องเป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ไม่มีอะไรพิเศษเหนือกว่าคนอื่น

แต่ทุกอย่างก็ต้องดูตามนโยบายความปลอดภัยของผู้ต้องขังเป็นหลัก เพราะอาจมีคนอาฆาตมาดร้ายก็ต้องแยกตัวออกมา ส่วนเรื่องระเบียบการเยี่ยม อาจจะมีต้องผ่อนปรน เพราะนอกเหนือจากญาติและครอบครัวอาจมีบุคคลภายนอกที่จะมาเยี่ยมเพิ่มเติม คงต้องพิจารณาให้คนมาเยี่ยมได้มากขึ้น

และอีกเรื่องคือเรื่องสุขภาพเรื่องนี้สำคัญ การเข้ามาใหม่จะต้องมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และกักตัวตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข หรือหากมีโรคประจำตัวทางราชทัณฑ์ก็มีแพทย์ดูแลตามระเบียบ แต่ถ้าเป็นโรคประจำตัวที่จะต้องเข้ารับการรักษาต่อเนื่อง แพทย์จะใช้ดุลพินิจนำตัวส่งไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องซักประวัติการป่วยอีกครั้งเมื่อมาถึง

อย่างไรก็ตาม นายทักษิณถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ ในส่วนเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัยนั้นอาจจะต้องดูพื้นที่คุมขังพิเศษ และการตรวจสอบอาหารอาจจะต้องควบคุมเข้มงวด

...

ยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขเรื่องที่จะให้ใส่กำไล EM แล้วออกมาอยู่ด้านนอก เพราะส่วนนี้กรมราชทัณฑ์ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว การให้ใส่กำไล EM เป็นภาคการลงโทษคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์ไม่ได้ใช้กำไล EM อยู่แล้ว

ขอยืนยันว่านายทักษิณ ไม่ได้มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น แต่อาจมีการผ่อนปรนมาตรการในบางเรื่องและอยู่ที่ดุลพินิจของผู้คุมเท่านั้น