ม็อบราชประสงค์ชุมนุมปราศรัยต่อเนื่อง แสดงเพอร์ฟอร์แมนซ์ อาร์ต แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ จี้ สว. กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ ลาออกเพื่อประชาธิปไตย
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์ หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชดำริฝั่งขาออก เวทีปราศรัยของม็อบในวันนี้ เริ่มขึ้นโดยมี น.ส.ธนพร วิจันทร์ และ นายธัชพงศ์ แกดำ ขึ้นปราศรัยเปิดเวที เนื้อหามีการส่อเสียดพาดพิงสถาบัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจมีการบันทึกข้อความการปราศรัยทั้งหมดเพื่อพิจารณาเนื้อหาภายหลัง
ขณะเดียวกันมีมวลชนกลุ่มหนึ่งขึ้นไปบนสะพานลอยเพื่อติดป้ายผ้าข้อความว่า เอาประชาธิปไตย ไม่ใช่ราชาธิปไตย ส่วนบนพื้นผิวถนนก็มีมวลชนนำสีชอล์กไปขีดเขียนข้อความโจมตีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากนั้นเป็นการปราศรัยของ น.ส.แทนฤทัย แท่นรัตน์ หรือ พิมพ์ กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก ที่กล่าวถึงกลุ่มทุนใหญ่ในประเทศมีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศ
...
ต่อมาเวลา 19.00 น. มีการแสดงเพอร์ฟอร์แมนซ์ อาร์ต เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชุมนุม โดยให้แนวร่วมหญิง 2 คน คือ น.ส.อันนา อันนานนท์ และ น.ส.แทนฤทัย แท่นรัตน์ ผูกตัวเองด้วยเชือก ราดด้วยสีแดงคล้ายเลือด แล้วให้ทีมงานหย่อนตัวลงมาจากสะพานลอยเหนือเวทีปราศรัย โดยสื่อคล้ายกับศพถูกแขวนคอ ซึ่ง นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมบรรยายเพื่อสื่อสารการแสดงนี้ ว่า ตั้งแต่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 การสลายชุมนุมมวลชนเสื้อแดงปี 2553 จนถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยุติการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย นั่นคือการที่ผู้มีอำนาจทำลายประชาธิปไตยและอนาคตของประเทศแห่งนี้
จากนั้น นายสมยศ ขอให้ทุกคนร่วมกันยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้กับประชาธิปไตยในประเทศที่ถูกกระทำมาตลอด และประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยซึ่งถูกยิงตายบนถนนราชดำเนินและราชประสงค์แห่งนี้ ขอให้ สว. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลรัฐธรรมนูญ ได้เห็นภาพความเจ็บปวดของประชาชน ขอเรียกร้องให้พวกท่านออกไปเพื่อให้ประชาธิปไตยเดินต่อไป
ก่อนที่ น.ส.พัชนีย์ คำหนัก แกนนำเครือข่ายสังคมนิยมแรงงาน จึงขึ้นปราศรัยว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นการต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดี ประชาชนคนทำงาน 38 ล้านคน ขับเคลื่อนสังคมและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่มีคนเพียงน้อยนิดที่รอกัดกินผลประโยชน์อยู่ที่รัฐสภา เรายังมีอีกพลังหนึ่งที่ไม่ใช่แค่การชุมนุมเรียกร้อง เป็นพลังที่เรายังไม่ได้งัดออกมา นั่นคือพลังของการนัดหยุดงานทั่วไป เรายังไม่ได้เอาเครื่องมือหรืออาวุธนี้ออกมาใช้ อยากจะให้กรุงเทพฯ เป็นอัมพาตหรือไม่ เพื่อให้คนชั้นปกครองรู้ ถ้าเรารวมกลุ่มกันเหนียวแน่นในวันนี้จะได้เห็นศักยภาพของพวกเรา
น.ส.พัชนีย์ กล่าวต่อไปว่า มีข้อเสนอหนึ่งที่จะเสนอทุกคนในวันนี้ ว่า หากเราเรียนรู้การต่อสู้ที่ผ่านมาในปี 2563-2564 ถึงเหตุผลที่เรายังไม่ชนะเด็ดขาด แล้วเราจะทำอย่างไรที่จะเอาอาวุธทางความคิดและพลังกรรมาชีพที่ยังหลับใหลให้ออกมาสู้บนท้องถนน ด้วยการช่วยกันนัดหยุดงานทั่วไป เราต้องการให้เห็นภาพแบบนั้นดูว่าการเมืองไทยจะเปลี่ยนหรือไม่ สิ่งที่ไม่เคยเห็นมันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เราต้องสร้างสภาประชาชนด้วย เหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศศรีลังกา ที่ชาวศรีลังกาออกไปบุกยึดคฤหาสน์ของประธานาธิบดี เราจะเกิดภาพแบบนั้นในอีกไม่ช้าถ้าทางการเมืองขยี้เราถึงทางตัน เราจะทำแบบนั้นได้ และจะถือว่าเรามีความชอบธรรม ที่ประเทศเกาหลีใต้ก็เคยขับไล่ประธานาธิบดี มีคนมาลงถนนนับล้านคนและนัดหยุดงานนับแสนคน.