“ธนกร” รองหัวหน้า รทสช. ขอไม่ก้าวล่วง ขอรอดูศาล รธน. รับตีความคำร้องเสนอชื่อ “พิธา” ซ้ำได้หรือไม่ ลั่น รทสช.ประกาศไม่เอาก้าวไกลนานแล้ว ซัด ยื้อตั้ง รบ. 10 เดือน ทำเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อชาติ ย้ำ “บิ๊กตู่” เป็นห่วงอยากให้ได้รัฐบาลเร็ว

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 25 ก.ค. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึง กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยที่ประชุมรัฐสภา สามารถเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรฐมนตรี ซ้ำได้หรือไม่ ว่า เรื่องนี้เราไม่ก้าวล่วง แต่ต้องดูกลไกของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะรับพิจารณาหรือไม่ หากรับพิจารณาจะมีระยะเวลาในการดำเนินการ แต่ถ้าไม่รับเรื่องก็จบ แต่เท่าที่เห็นมีนักวิชาการอิสระยื่นเรื่องไปก่อนหน้านี้แล้ว และความเห็นประเด็นดังกล่าวมีหลายฝ่าย อย่าง นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มองว่า ไม่สามารถยื่นได้ แต่เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดิน บอกว่า ยื่นได้ จึงต้องไปพิจารณาดู ซึ่งไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะรับหรือไม่ ซึ่งถ้ารับองค์คณะต้องประชุมเพื่อพิจารณา

นายธนกร ยังกล่าวถึงการประชุม สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ วันที่ 26 ก.ค. ว่า คาดว่าจะมีการพูดคุยในหลายประเด็น โดยจะมีการนำผลการหารือกับพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งรัฐบาล มาคุยในที่ประชุมว่าพรรคจะมีทิศทางอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพรรคก้าวไกล ระบุว่า จะไม่ร่วมงานกับ พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ นายธนกร กล่าวว่า “เราพูดตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เลือกตั้ง เราก็ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลเนื่องจากมีนโยบายแก้ไขมาตรา 112”

...

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ปรารภและมีความกังวลเกี่ยวกับการเสนอให้ยืดระยะเวลาการสรรหาตัวนายกรัฐมนตรีออกไปหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้คุยกับตนเรื่องนี้ แต่เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความเป็นห่วง และพูดมาตลอดว่า มีความเป็นห่วงใยสองประเด็นคือ ความขัดแย้งทางการเมือง ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งของคนภายในประเทศ เพราะไม่ต้องการให้หวนกลับไปสู่จุดที่เคยเกิดปัญหาขึ้นมาอีก และในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีความเป็นห่วง อยากให้มีรัฐบาลใหม่โดยเร็ววัน เพื่อเดินหน้าประเทศต่อไป ในสิ่งที่ได้วางรากฐานเอาไว้

นายธนกร กล่าวว่า สำหรับตนเองเคยบอกว่าเลือกตั้งเสร็จควรให้รีบตั้งรัฐบาล แต่พอตั้งไม่ได้ กลับบอกว่ารออีก 10 เดือนดีกว่า ตนมองว่าไม่ใช่เป็นการทำเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง เป็นการทำเพื่อตัวเอง หากเป็นแบบนี้ ประเทศเราไม่ไหว เพราะนักธุรกิจ เอกชน เขารอรัฐบาลอยู่ ดังนั้น กลไกการตั้งรัฐบาลถ้าอันดับ 1 ไม่ได้ อันดับ 2 ก็ต้องจัด ถ้าอันดับ 2 ไม่ได้ ก็ต้องเป็นอันดับ 3 เป็นเรื่องปกติ ฉะนั้น วันนี้เมื่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกำลังดีขึ้น จึงมีสิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่ควรทำต่อในหลายๆ เรื่อง พร้อมย้ำว่าการรอ 10 เดือนไม่ควร ฉะนั้น ขอให้เห็นแก่ประชาชนแล้วกัน