ฟ้าฝนไม่เป็นใจเทกระหน่ำม็อบ “#พร้อม” เปียกปอนถ้วนหน้า แต่มวลชนไม่หวั่นปักหลักสู้ลงถนนยืนกางร่มฟังปราศรัย แกนนำเรียกร้องสภาส่งตีความบทบาท สว.ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขณะที่ “กลุ่มทะลุวัง” จัดหนักบุกพรรคเพื่อไทย ทวงถามจุดยืน ลั่นอย่าหักหลังประชาชน เพราะทุกคนไม่ใช่เพื่อนเล่น พร้อมสาดแป้ง เทช็อกมิ้นต์ พังวงแถลงข่าวการหารือระหว่าง “พท.-พปชร.” ก่อนไปต่อที่พรรค พปชร.แล้วหวนกลับมาหา “นพ.ชลน่าน” แต่ไร้เงาแล้ว
หลังจากที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ประกาศผ่านสื่อโซเชียลจัดม็อบ #พร้อม ที่แยกอโศก ในช่วงบ่ายถึงค่ำในวันที่ 23 ก.ค. แต่เมื่อใกล้ถึงเวลานัดฝนฟ้ากลับไม่เป็นใจ
บก.ลายจุดแจงเหตุต้องลงถนน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 15.00 น. ที่สี่แยก อโศกมนตรี นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำผู้จัดชุมนุม เดินทางมาดูสถานที่จัดงานและนำทีมงานติดตั้งเวทีปราศรัยริมถนนรัชดาภิเษก ฝั่งศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 มุ่งหน้าแยกอโศกเพชร ขณะที่มวลชนแนวร่วมทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่ โดยนายสมบัติกล่าวถึงเหตุผลของการออกมาจัดชุมนุมครั้งนี้ว่า แต่ละคนมีความเดือดไม่เท่ากัน ส่วนตัวรู้สึกเหมือนโดน สว.ตบหน้าแล้วรู้สึกโกรธ วิธีการของตนถ้าโกรธคือลงถนน เพราะถ้าไม่แสดงออกอะไรเลย เขาก็จะตบเราอีก ใครทนได้ก็ทน แต่ตนทนไม่ได้ วันที่ 19 ก.ค. โดนไปรอบ วันที่ 27 ก.ค.ก็จะได้ดูฤทธิ์เดชเขาอีก สว.ชุดนี้จริงๆ เหมือนเป็นลูกติดของคสช.พ่อตายแล้ว แต่ลูกยังอยู่ และพ่อเป็นอย่างไรลูกก็เป็นแบบนั้น จึงใช้คำว่า “พร้อม” เป็นนิยามของการชุมนุม ซึ่งหมายความว่า ประชาชนพร้อมหรือยังถ้าพร้อมก็ออกมา และเมื่อเราออกมากันเยอะเมื่อไรเสียงก็จะดังขึ้น ส่วนรูปแบบการชุมนุมจะเป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ไฮไลต์ในเวลา 17.00น.จะมีปฏิบัติการแปรอักษรของมวลชนบนถนน เพื่อสื่อสารให้สังคมได้ทราบ
...
เตือน พท.ทำอะไรต้องรับผิดชอบ
นายสมบัติกล่าวอีกว่าส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยเริ่มเปิดโต๊ะเจรจากับอดีตพรรคร่วมฝั่งรัฐบาลเดิม ตนไม่มีปัญหาที่จะพูดคุยกับพรรคอื่น ความจริงเห็นใจเพื่อไทยที่จะต้องไปพยายามหาเสียงโหวตเลือกนายกฯให้ครบซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก แต่วันที่จะตัดสินใจขอให้คิดดูให้ดีว่าจะคงไว้ซึ่งพรรคร่วม 8 พรรคเดิมได้อย่างไร สัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนตอนเลือกตั้งจะไม่ถูกฉีกทิ้งหรือทำเหมือนไม่มีค่า ไม่สูญเสียหลักการที่เราจะปิดสวิตช์ 2 ป. แต่หากเป็นอื่นแม้พรรคเพื่อไทยจะจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ ก็จะต้องรับผิดชอบกับผู้สนับสนุนพรรคที่จะไม่เหมือนเดิม
ม็อบบ่ยั่นแม้ฝนกระหน่ำหนัก
ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุม #พร้อม ที่สี่แยกอโศก ว่าเริ่มมีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ มวลชนชาวม็อบต่างกางร่มสวมเสื้อกันฝน บ้างวิ่งหาที่หลบจ้าละหวั่น ขณะเดียวกันนายโชคดี ร่มพฤกษ์ หรืออาเล็ก ศิลปินเพลงประจำม็อบมาบรรเลงเพลงปลุกใจมวลชนอยู่ริมฟุตปาท ที่ฮือฮาแนวร่วมคือการเล่นเพลงที่เพิ่งแต่งขึ้นมาใหม่ที่ชื่อ “เพื่อไทยปี้จระเข้” เนื้อหาโจมตีพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะท่อนฮุกของเพลงนี้มีเนื้อหาว่า “เพื่อไทยใยทำแบบนี้ เพื่อไทยอัปรีย์มันอยากลองของ สมสู่กับโจรไอ้จระเข้ขวางคลองหรืออยากจะลองอำนาจประชาชน” ระหว่างนั้นมวลชนที่มีอุปกรณ์กันฝนทยอยลงถนน พร้อมเต้นตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนานกับบทเพลงที่เข้าสถานการณ์ กระทั่งเวลา 17.25 น. “ม็อบ #พร้อม” ถูกฝนถล่มหนักจนเปียกปอนส่งผลให้กิจกรรมต่างๆที่เตรียมไว้ต้องหยุดชะงักลง แต่มวลชนยังปักหลักไม่ยอมถอยสวมเสื้อฝนกางร่มออกมายืนบนถนน เพื่อยืนยันการใช้สิทธิแสดงออกให้ผู้มีอำนาจได้รับทราบ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด สวมเสื้อกันฝนเดินออกมาทักทายแฟนๆที่กรูเข้ามาขอถ่ายภาพกลางฝนชื่นมื่น
แนะ ปธ.สภาส่งตีความบทบาท สว.
จากนั้นเมื่อฝนเริ่มซาเม็ดลงนายสมบัติ ประกาศเรียกมวลชนที่กระจัดกระจายออกมารวมกัน แล้วเริ่มปราศรัยกลางฝนที่ยังตกพรำๆ มีเนื้อหาโจมตี สว.ใจความว่า สว.เป็นลูกชาย คสช.พ่อเป็นต้นไม้พิษ ลูกก็ออกมาเป็นผลไม้พิษ ภายใต้ รธน.ยัดไส้เผด็จการ ให้อำนาจคนที่ตัวเองแต่งตั้งมาเลือกนายกฯเปรียบรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายทางแพ่ง ถือเป็นสัญญาไม่เป็นธรรม ดังนั้น เมื่อ สว.โหวตไม่เห็นชอบนายพิธาเป็นนายกฯเท่ากับขัดรัฐธรรมนูญ ขอเรียกร้องให้ประธานสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าสิ่งที่ สว.ทำขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่มีคนบอกศาลรัฐธรรมนูญก็ “กากี่นั้ง” พวกเดียวกับ สว. ตนไม่รู้จริงหรือไม่ แต่ถ้าเขาตัดสินออกมาไม่ยึดหลักประชาธิปไตย เราจะได้เห็นศาลรัฐธรรมนูญแก้ผ้ามาทีละชิ้น เวลานี้จึงเป็นจังหวะที่เราต้องล้างพวกนี้ออกไปแล้วร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง และเมื่อถึงเวลา 17.40 น. นายสมบัติได้เจรจาขอให้ตำรวจปิดถนนเพื่อแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ระหว่างนั้นเป็นการปราศรัยของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนายวรัญชัย โชคชนะ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อชาติ
แปรขบวนซัด สว.เต็มคำ
จากนั้นเวลาประมาณ 18.30 น. นายสมบัติ หรือ บก.ลายจุด ได้เริ่มประกาศให้ผู้ชุมนุมร่วมกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ตามที่นัดหมายกันมา ด้วยการเดินเป็นขบวนเป็นรูปวงกลม มีเสียงกลองของกลุ่มราษดรัมตีให้จังหวะ ทั้งยังตะโกนคำว่า “สว.” ให้มวลชนตอบกลับว่า “หัว....” ต่อด้วยการแปรอักษรเป็นรูปตัวหนังสือไทย “ค” โดยมีกลุ่ม ฟรีอาร์ตทำหน้าที่จัดระเบียบ ทั้งนี้ บก.ลายจุดกล่าวว่า “นี่คือประจักษ์พยานของการใช้อำนาจที่เกินเลย”
อย่าชินชากับอำนาจที่กดหัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่บนถนนมีการแปรอักษรของประชาชนเป็นรูปตัว “ค” และมวลชนได้นำโทรศัพท์มาเปิดไฟแฟลชขึ้นพร้อมกันเพื่อให้เกิดความสวยงามแล้ว ต่อมานายสมบัติขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวกับมวลชนเพื่อปิดท้ายกิจกรรมชุมนุม ใจความสำคัญว่าพรรคการเมืองใดที่มีประชาชนถือหางมาก ฝ่ายอนุรักษนิยมจะรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย พยายามหาทางทำลาย เท่ากับเป็นการทำลายความหวังของประชาชน เราแค่มีความหวังว่าอนาคตจากนี้จะดีกว่ายุคลุงตู่ ทำไมถึงไม่มีสิทธิ์ฝัน ทำไมต้องมาทำลาย หรือต้องให้ชินชากับการปกครองของผู้มีอำนาจที่คอยกดดันให้เราแตกสลายหรือ วันนี้ถ้ามีคนเต็มทั้งถนนสุขุมวิทอะไรจะเกิดขึ้น มันมีบทเรียนจากทั่วโลกแล้วว่าถ้าประชาชนออกมามากประเทศนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลง ก่อนยุติการชุมนุมเวลา 19.20 น.
มธ.นัดทวงคืนอำนาจ 26 ก.ค.นี้
ด้านองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่ข้อความนัดหมายการชุมนุมทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ผ่านเฟซบุ๊กเพจที่เป็นทางการของทางกลุ่ม พร้อมติดแฮชแท็กธรรมศาสตร์จะไม่ทน ระบุว่า “26 กรกฎาคม ร่วมกันทวงคืนอำนาจประชาชน #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ขอเชิญประชาคมชาวธรรมศาสตร์ทุกท่านร่วมกันทวงคืนอำนาจให้แก่ประชาชน แสดงจุดยืนต่อ 8 พรรคประชาธิปไตย และไม่เอา สว. 26 กรกฎาคม 2566 ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานสัญญาธรรมศักดิ์ (หน้าคณะนิติศาสตร์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต”
ทะลุวังบุกพรรคเพื่อไทย
อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ระหว่างที่แกนนำพรรคเพื่อไทยร่วมหารือกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐกันอย่างชื่นมื่นบนห้องประชุมชั้น 9 ปรากฏว่า ในช่วงเวลา 16.19 น.กลุ่มทะลุวัง นำโดยตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์บุ้ง-เนติพร เสน่ห์สังคม สายน้ำ-นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ และหยกได้เดินทางมายังพรรคเพื่อไทย เพื่อเรียกร้องจุดยืนไม่เอาเผด็จการ พร้อมกับนำบอร์ดลงคะแนนโหวต ระบุข้อความว่า เห็นด้วยหรือไม่ถ้าเพื่อไทยจับมือกับเผด็จการเพื่อให้ประชาชนร่วมกันโหวต และพยายามบุกเข้าภายในที่ทำการพรรค เมื่อมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามกัน เพราะเกรงจะเข้ามาป่วนการหารือ ทางกลุ่มทะลุวังจึงได้ตะโกนว่า พรรคเพื่อไทยไม่ต้อนรับประชาชนหรือและวันนี้จะมาเพื่อกินช็อกมิ้นต์ พร้อมกับแหวกแนวป้องกันของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและสื่อมวลชนเข้าไปยัง Think Lab ซึ่งเป็นร้านกาแฟประจำพรรคเพื่อไทย โดยยังระบุด้วยว่า ช็อกมิ้นต์จะไม่เหมือนเดิมหากร่วมจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ นอกจากนี้ ยังมีมวลชนกลุ่มทะลุวังพยายามเอาเสื้อสกรีนคำว่า กู Kult ไปสวมทับหุ่นโชว์เสื้อพรรคเพื่อไทยสีแดงแทน แต่เจ้าหน้าที่ห้ามปราม และให้ถอดออก
ถาม พท.คุยอะไรกับเผด็จการ
ทั้งนี้ ตะวันระบุว่า วันนี้ต้องการมาถามคำถามพรรคเพื่อไทยว่า คุยอะไรกันกับพรรคเผด็จการ เพราะเราไม่เอาพรรคทหารจำแลง หากต้องการที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเข้ามาให้ถูกต้อง และยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย อย่าหักหลังประชาชน ทุกคนไม่ใช่เพื่อนเล่น ภาษีของประชาชนไม่ใช่ให้พวกคุณเอามาขยำเล่นและทำร้าย วันนี้เราต้องการมาเรียกร้องและต้องการรู้ว่าคุณคุยอะไรกับพรรคทหารจำแลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวานนี้ก็คุยกับนายอนุทิน ถ่ายรูปยินดี กินมิ้นต์ช็อก วันนี้ก็ได้มาชิมแล้วรสชาติไม่ได้แย่ อร่อย เพียงแต่ไม่กินกับไอ้หนูโสโครก กี่ศพที่ต้องตายจากโควิด-19 พรรคเพื่อไทยต้องการที่จะเป็นนายกฯ อย่าทำกับประชาชนอย่างนี้ ประชาชนต้องได้ทางออก ซึ่งต้องฟังเสียงประชาชน อย่าไปฟังเสียงขี้ข้าเผด็จการ หรือเอาเงินของประชาชนไปถลุงเล่น
สาดแป้ง-เทช็อกมิ้นต์พังวงแถลง
ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า เมื่อการหารือระหว่างแกนนำพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐเสร็จสิ้น และกำลังจะเตรียมแถลงข่าว ทางกลุ่มทะลุวังจึงรีบวิ่งออกจาก Think Lab เพื่อไปดักแกนนำทั้งสองพรรค และตะโกนล้อเลียนประเด็น “มันคือแป้ง” และมีการเทช็อกมิ้นต์ทิ้งลงพื้นที่ ซึ่งพอดีกับช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และประธานประสานงาน สส.พปชร. กับแกนนำพรรคลงจากห้องประชุมพอดี มีคนกรูเข้าไปแล้วสาดแป้งใส่เหล่าแกนนำพรรค จนฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เกิดความชุลมุนและมีแป้งกระเซ็นไปถูก ร.อ.ธรรมนัสเล็กน้อย ทำให้การแถลงข่าวของแกนนำทั้งสองพรรคต้องยกเลิก เปลี่ยนเป็นการแยกให้แกนนำแต่ละพรรคแถลงที่พรรคของตัวเองแทน โดยเวลา 16.40 น. ร.อ.ธรรมนัสและแกนนำพรรคพลังประชารัฐได้เดินทางออกจากพรรคเพื่อไทยทางด้านหลัง เมื่อแกนนำม็อบรู้จึงรีบวิ่งไปขวางรถยนต์ เมื่อขวางไม่สำเร็จ ก็รีบเดินทางตามไปยังพรรคพลังประชารัฐต่อ พร้อมประกาศขู่ว่า ถ้ามีการยืนยันว่าจับมือกันตั้งรัฐบาลจะกลับมาอีกทันที ไม่คิดว่าพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนจุดยืนได้เร็วขนาดนี้
ตามล่า “หมอชลน่าน” บี้ลาออก
หลังจากกลุ่มทะลุวังเดินทางออกจากพรรคเพื่อไทยไปยังพรรคพลังประชารัฐ ไม่นานแกนนำพรรคเพื่อไทยจึงได้แถลงผลการหารือกับพรรคพลังประชารัฐ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.มักกะสัน คอยรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบๆพรรค กระทั่งพรรคเพื่อไทยแถลงเสร็จสิ้น ปรากฏว่าจากนั้นไม่นาน ประมาณเวลา 18.15 น. กลุ่มทะลุวังได้เดินทางกลับมาที่พรรคเพื่อไทยอีกครั้ง โดยระบุว่าต้องการมาพบ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อถามถึงความชัดเจนในการจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ ตลอดจนสอบถามว่าจะลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเมื่อไหร่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดประตูไม่ให้เข้าที่ทำการพรรค แต่กลุ่มทะลุวังพยายามผลักและเปิดประตูกระทั่งเข้ามาได้สำเร็จ
ลั่นจะกลับมาทวงคำตอบ
จากนั้นกลุ่มทะลุวังพยายามกดลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นบน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาต และขวางเอาไว้โดยแจ้งกับกลุ่มว่าขณะนี้ไม่มีใครอยู่ เพราะแกนนำพรรคเพื่อไทยได้เดินทางกลับหมดแล้ว แต่กลุ่มทะลุวังไม่ฟังพยายามหาทางขึ้นไปยังชั้นบนที่ทำการพรรคให้ได้ โดยหันไปขึ้นทางบันไดหนีไฟแทน แต่ยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดไว้ทัน เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเจรจาแต่ไม่เป็นผล ก่อนที่กลุ่มทะลุวังจะใช้จังหวะเจ้าหน้าที่เผลอแอบขึ้นไปทางบันไดหนีไฟได้สำเร็จ แต่เมื่อขึ้นไปแล้วไม่เจอใครจึงลงมา พร้อมกับประกาศว่าจะกลับมาอีกหากมีการจับมือกัน ก่อนจะ เดินทางด้วยรถยนต์ออกไปเพื่อร่วมชุมนุมต่อที่แยกอโศก