พท.สร้างฉากพันธมิตร “ช็อกมิ้นต์” เชิญ “ภท.-ชพก.-รทสช.” หารือรวมเสียงตั้งรัฐบาล “ชลน่าน” พลิ้วพูดโชว์หล่อเทียบเชิญมาช่วยกันหาทางออกให้ประเทศ ยังไม่ได้เชิญร่วมรัฐบาล ปัดจัดฉากบอกเลิกแยกทางก้าวไกล พรรคร่วมฯขั้วเก่าประสานเสียงทางเดียวกัน ไม่ร่วมงาน ก.ก.-ไม่เอาแก้ ม.112 “อนุทิน” ย้ำชัดเงื่อนไขไม่เอา ก.ก. ต่างกันมากทั้งวิธีทำงานและวิธีคิด เสียงแข็งถ้าไม่ได้ร่วมรัฐบาลโหวตให้ไม่ได้ “สุวัจน์” พร้อมร่วม แต่ห้ามแตะ ม.112 “พีระพันธุ์” ชัดเจนอุดมการณ์ ก.ก.ต่างกันมากไปกันไม่ได้ “ก้าวไกล” เฉ่งเหตุผลแกนนำตีจากไม่เอาพรรค ก.ก. ม.112 แค่ข้ออ้าง “สุพิศาล” แฉเงื่อนไขของจริงคือใครบางคนอยากกลับบ้าน “วิโรจน์” ทวีตรัวๆ ไม่ออก สู้กับคนหน้าด้าน ต้องหน้าด้านกว่า “พิธา” ลั่นไม่มีวันยอมแพ้ โวยเรือรั่วต้องช่วยกันอุด ไม่ยอมถูกถีบตกเรือ กระตุก 8 พรรคร่วมฯรักษาสัจจะ ยุติเผด็จการสืบทอดอำนาจ บก.ลายจุด นัด “ม็อบพร้อม” ปลุกมวลชนทวงคืนอธิปไตย
พรรคเพื่อไทย (พท.) เร่งเจรจาขอเสียงสนับสนุนในการจัดและตั้งรัฐบาลและโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยลอตแรกหารือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)โดยทุกพรรคระบุเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่สามารถร่วมงานกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้ และมีเงื่อนไขห้ามแก้ไขมาตรา 112
...
พท.เจรจา ภท.ร่วมหอลงโรง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ก.ค.ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ว่า ไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรมาก การพูดคุยเป็นการทำงานต่อเนื่องหลังจากที่ประชุม 8 พรรคซึ่งมีทางเลือกให้ไปพูดคุยกับ สว.และพรรคการเมืองเพื่อหาเสียงเพิ่มเติม แต่ไม่ใช่การตกลงกัน กติกาคือแค่พูดคุยมีแนวโน้มจะได้เสียงจาก สว. หรือพรรคการเมืองเพิ่มเติมหรือไม่ จากนั้นค่อยเอามาพูดคุยกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะที่ประชุมให้แนวทางเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ให้การบ้านไว้แบบนั้น การติดต่อไปที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เกิดขึ้นหลังจากคุยกับ 8 พรรคร่วมแล้ว โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค พท. และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. เป็นผู้ติดต่อไป
ยังไม่ถึงเวลาต่อสาย พปชร.
นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า เดิมทีพรรคเพื่อไทยจะไปหาที่พรรคเอง ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ดี ในฐานะแกนนำมักจะไปส่งเทียบเชิญ เพื่อให้มาร่วมงาน แต่พรรค ภท.ประกาศว่า เมื่อพรรค พท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรค ภท.ยินดีเดินทางมาหาเอง ต้องขอบคุณพรรค ภท.ด้วย นอกจากนี้ยังได้ติดต่อไปทางพรรคชาติไทยพัฒนาด้วย แต่ติดต่อไม่ได้ คาดว่าอยู่ต่างประเทศ จึงยังไม่ได้พูดคุย ส่วนพรรคอื่นยังไม่ได้พูดคุย เลือกติดต่อพรรคที่เป็นไปได้ก่อน ไม่ติดต่อทั้งหมดพร้อมกัน การที่จะเพิ่มพรรคที่ 9 และ 10 มีเงื่อนไขในการพูดคุยระหว่าง 8 พรรคร่วม ต้องดูพรรคที่เราไปส่งเทียบเชิญด้วยว่าเขารับเราได้หรือไม่ เพราะฟังจากแถลงการณ์แล้วเขาไม่เอา ต้องไปพูดคุยเหตุผลอีกที เชื่อว่าถ้าเอาประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้งคงมีความหวัง เมื่อถามว่าได้ติดต่อพรรค พปชร.ด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น
“อนุทิน” ยิ้มร่าถกเพื่อนเก่าตั้ง รบ.
ต่อมาเวลา 13.49 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองหัวหน้าพรรค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ ลูกชายนายเนวิน ชิดชอบ เดินทางมาที่พรรค พท. มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค พท. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. ต้อนรับเพื่อร่วมพูดคุยแนวทางเข้าร่วมรัฐบาลที่พรรค พท.จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ผู้สื่อข่าวถามว่า การเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลได้ข้อยุติเลยหรือไม่ นายอนุทิน ยิ้มแย้มก่อนกล่าวว่า “วันนี้มาเยี่ยมและรู้สึกดี เพราะไม่ได้มาตึกนี้ (โอเอไอ ทาวเวอร์) หลายปี” เมื่อถามว่าจะมีข่าวดีหรือไม่ นายอนุทินไม่ตอบคำถาม เมื่อถามว่า การที่พรรค ภท.ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แต่หากพรรค ก.ก.ลดเงื่อนไข มาตรา 112 จะพิจารณาอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่มีคำว่าถ้า ไม่เช่นนั้นก็ไม่จบ”
ปัดจัดฉากเพื่อบอกเลิกก้าวไกล
จากนั้นเวลา 14.35 น. แกนนำพรรค พท.และพรรค ภท.ร่วมแถลงข่าว โดย นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขอบคุณนายอนุทินและคณะที่ให้เกียรติมาหารือถึงแนวทางร่วมมือ เพื่อหาทางออกให้ประเทศในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เพราะติดเงื่อนกรณีพรรคก.ก.เป็นแกนนำ ไม่ได้รับโอกาสจากที่ประชุมรัฐสภา ส่วนที่พรรค ภท.ตอบชัดเจนถึงข้อจำกัด ถ้ามีพรรคก.ก. หมายถึง 8 พรรค 312 บวก 71 เป็นไปไม่ได้ เป็นสิทธิของพรรค พท.ที่จะไปพูดคุย จากนี้นำเข้าที่ประชุม 8 พรรคร่วมเพื่อพิจารณา เราจะพยายามแสวงหาคำตอบจากทุกพรรค เพื่อนำไปตอบคำถาม 8 พรรคร่วมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เมื่อถามว่าการเชิญพรรคที่ไม่เอาพรรค ก.ก.มา ทางการเมือง ถือว่าบอกเลิกพรรค ก.ก.ทางอ้อมหรือไม่ นพ.ชลน่าน ตอบว่า ก็เป็นสมมติฐาน ไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะ 8 พรรคร่วมบอกให้เราดำเนินการ เราก็พยายามประสานกับทุกพรรค ถ้าจะไปตั้งสมมติฐานว่าเตรียมการเพื่อบอกเลิกคงเป็นการคิดเอง เพราะพรรค พท.ไม่ได้คิดอย่างนั้น
ไม่ทาบ ปชป.เสียงพอแล้ว พปชร.ดูก่อน
นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า เราตั้งใจจะเชิญทุกพรรค ยกเว้นบางพรรคที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่ว่ามีเสียงพอเพียงแล้ว เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตอนนี้ยังครับ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กำลังดูว่ามีแนวทางที่จะพูดคุยกันได้หรือไม่ เมื่อถามว่าเชิญพรรค ภท.มาเป็น การปิดตำนานความขัดแย้งในอดีตหรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า เป็นสมมติฐาน เป็นคำถาม เชื่อว่าไม่มีความขัดแย้งใดๆเกี่ยวกับพรรค เมื่อถามว่าคำว่า “มันจบแล้วครับนาย” มาเริ่มต้นกันใหม่ได้ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เป็นเรื่องส่วนบุคคล เมื่อถามว่าเป็นการฉีกเอ็มโอยู 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราทำตาม 8 พรรคร่วมมอบหมายภารกิจให้มาทำ แล้วไปแจ้ง 8 พรรค ต้องดูภายใต้เงื่อนไขตรงนั้นก่อน ยังตอบไม่ได้ว่าจะฉีกหรือไม่ฉีก
ไม่เอาด้วย รบ.รักษาการ 10 เดือน
เมื่อถามว่ามีการเสนอว่าให้รัฐบาลรักษาการอยู่ไปอีก 10 เดือนจน สว.พ้นวาระ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ขอบคุณในข้อเสนอ ถ้าเราเอาประเทศชาติและประชาชนมาเป็นตัวตั้ง ต้องถามว่าประเทศชาติและประชาชนว่าเขายอมหรือไม่ 10 เดือน ที่จะมีรัฐบาลรักษาการยาวไปขนาดนั้น ด้านนายอนุทินกล่าวเสริมว่า บทบาทของรัฐบาลรักษาการ มีข้อจำกัดในการปฏิบัติหน้าที่เยอะมาก รอ 2-3 เดือนเพื่อให้สถานการณ์หลังเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อยได้ แต่ถ้าจะเป็น 10 เดือน ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อจำกัดมากมาย และไม่เป็นผลดีกับบ้านเมือง
“เสี่ยหนู” ย้ำชัดเงื่อนไขไม่ร่วม ก.ก.
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ขอบคุณพรรค พท.ที่เชิญมาพบ เพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง มีบรรยากาศที่ดี พวกเราเคยอาศัยในอาคารนี้มาก่อน ดีใจคิดถึงบรรยากาศเก่าๆกับมีความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอด มารับทราบเจตนารมณ์และจุดประสงค์ของพรรค พท. ตรงกับพรรค ภท.ในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง และประเทศไทยมีรัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินให้เร็วที่สุด เราไม่ได้อยู่ในเอ็มโอยู 8 พรรค และบอกเจตนารมณ์ไปแล้วตามที่แถลงการณ์ว่าถ้าเราเข้ามามีส่วนร่วม คงไม่สามารถทำงานได้กับพรรค ก.ก. ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง แต่เป็นเรื่องวิธีการทำงานและความคิด เชื่อว่าพรรค พท.จะพิจารณาข้อจำกัดของเรา ถ้ามีอะไรที่ผ่านจุดที่เป็นอุปสรรคไปได้ พรรค ภท.พร้อมให้ความร่วมมือกับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่า เงื่อนไขพรรค ภท.ที่ไม่เอาพรรค ก.ก. แต่ถ้าพรรค ก.ก.ลดเพดาน มาตรา 112 จะพิจารณาอีกครั้งหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ได้เรียนไปแล้วมันเกี่ยวกับวิธีการทำงานและ แนวความคิด อยู่ในสภาฯทำงานด้วยกันมาตลอด แตกต่างกันเยอะ
ถ้าไม่ได้ร่วม รบ.โหวตให้ไม่ได้
เมื่อถามว่าพรรค ภท.พร้อมโหวตให้แคนดิเดตนายกฯพรรค พท.แล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ในสภาฯต่างคนต่างมีบทบาท ถ้าเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ก็จำเป็นต้องโหวตคนละฟากกัน อย่างไร ก็ตามยังต้องมีการพูดคุยกันอีกหลายรอบหลายประเด็น แต่ถ้ามีความจำเป็นว่าทำแล้วประเทศเดินหน้า ไม่ให้ประเทศติด ไม่ให้ประเทศมีอุปสรรค เราก็จะพิจารณา
หวานหยดยก “ช็อกมิ้นต์” 11 เต็ม 10
จากนั้น นพ.ชลน่านได้พานายอนุทินและแกนนำพรรค ภท. เข้าไปใน Thinklab creative space and cafe นั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ก่อนร่วมทาน “ช็อกโกแลตมิ้นต์” เครื่องดื่มยอดฮิตประจำพรรค พท. โดยนายอนุทินชมเปาะว่ารสชาติอร่อยดี ให้คะแนน 11 เต็ม 10 นพ.ชลน่านพูดเสริมว่า 71 หมายถึงจำนวนเสียงของพรรค ภท. เมื่อถามว่า รับหลักการมิ้นต์ช็อกหรือไม่ นายอนุทินย้อนถามสื่อว่า “คืออะไร” ผู้สื่อข่าวอธิบายว่า แปลว่าอร่อยหรือไม่ ก่อนที่นายอนุทินจะระบุว่า “ตามหัวหน้าชลน่าน อร่อย กินแล้วชื่นใจ” เมื่อถามว่ามีโอกาสจะได้กลับมากินอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “แล้วแต่ว่าหัวหน้าชลน่านจะเชิญมาอีกหรือไม่” จากนั้นแกนนำของทั้งสองพรรคชนแก้วร่วมกัน โดยช่วงหนึ่งนายอนุทินได้ชูแก้วที่มีโลโก้ของ Thinklab ก่อนเอานิ้วโป้งทั้งสองข้างปิดข้อความหัวและท้าย จนเหลือแค่คําว่า “ink” โชว์ให้ผู้สื่อข่าว และ นพ.ชลน่านดู พร้อมให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพ
“สุวัจน์” ยกทีมร่วมวงเจรจา
ต่อมาเวลา 15.40 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค ชพก. เดินทางมาเข้าร่วมหารือกับพรรค พท. จากนั้นเวลา 16.30 น. นพ.ชลน่าน แถลงว่า ขอบคุณพรรค ชพก.ที่ตอบรับคำเชิญมาหารือการแก้ปัญหาประเทศ กรณียังไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ พรรค พท.นำแนวทาง 8 พรรคร่วมรัฐบาลมาหาเสียงจัดตั้งรัฐบาล เป็นสิ่งที่รอไม่ได้ อย่างไรก็ตามพรรค ชพก.ติดเงื่อนไขเรื่องแก้มาตรา 112 พรรค พท. จะนำเรื่องนี้ไปสู่ที่ประชุมร่วม 8 พรรค ส่วนพรรค ก.ก. จะพิจารณาตัวเองหรือไม่ ที่หลายพรรคยื่นเงื่อนไขไม่ให้แก้มาตรา 112 ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของพรรค ก.ก.
พร้อมร่วม รบ.แต่ห้ามแก้ ม.112
ขณะที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ก่อนมาหารือกับพรรค พท. พรรคประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ กำหนดท่าทีการเข้าร่วมรัฐบาลชัดเจน มีมติจุดยืนเข้าร่วมรัฐบาลว่ายินดีให้การสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลให้ลุล่วงโดยเร็ว ไม่ให้เกิดสุญญากาศบริหารบ้านเมือง แต่มีจุดยืนการเมืองตามที่หาเสียงไว้ 4 เรื่องคือ 1.สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างมาก ไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อย 2.สนับสนุนพรรคอันดับ 1 ริเริ่มจัดตั้งรัฐบาล ถ้าตั้งไม่ได้ให้พรรคอันดับ 2 ตั้ง 3.เร่งรัดการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 4.พรรคมีจุดยืนให้คงมาตรา 112 ไม่ให้แก้ไข ทั้ง 4 เรื่องเป็นเงื่อนไขการร่วมตั้งรัฐบาล เชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของพรรค พท.จะนำไปสู่การบริหารประเทศที่ลุล่วงเกือบทุกข้อ ยกเว้นมาตรา 112 ที่พรรค ก.ก.ยังมีแนวทางแก้ไขเรื่องนี้ เราพร้อมร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรค พท.เป็นแกนนำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.ให้ได้รับความเห็นชอบ ส่วนการแก้ไขมาตรา 112 ถ้ายังคงอยู่ไม่สอดคล้องกับพรรค ชพก. ทำให้ไม่สามารถร่วมการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค พท.ได้ เพราะไม่ตรงกับมติพรรคและที่สัญญากับประชาชน ถ้ายังมีการแก้ไขมาตรา 112 ไม่ตรงนโยบายพรรคก็ไม่สามารถร่วมรัฐบาลได้ จากนั้นแกนนำพรรค พท.นำนายสุวัจน์และคณะเข้าไปยัง Thinklab creative space and cafe ร่วมดื่ม “ช็อกโกแลตมิ้นต์” ร่วมกัน
“พีระพันธุ์” นำคณะ รทสช.ถึง พท.
ต่อมาเวลา 16.59 น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐ วิภาค หัวหน้าพรรค นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ในฐานะ ส.ส.บัญชี รายชื่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อในฐานะเลขาธิการพรรค และ น.ส.พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรค เดินทางถึงพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคที่ 3 โดยแกนนำพรรครอต้อนรับ ทั้งนี้นายพีระพันธุ์ให้สัมภาษณ์ ก่อนการหารือว่า พรรครวมไทยสร้างชาติยืนยันจุดเหมือนเดิมไม่เอาพรรคก้าวไกล ไม่เอาการแก้ไขมาตรา 112 และการหารือครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องบอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคแล้ว
“ชลน่าน” ออกตัวยังไม่ได้เชิญร่วม รบ.
จากนั้นเวลา 17.45 น. นพ.ชลน่าน พร้อมแกนนำพรรค พท. นายพีระพันธุ์และแกนนำพรรค รทสช.ร่วมกันแถลงข่าว โดย นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขอบคุณนายพีระพันธุ์ มาพูดคุยหาทางออกให้ประเทศ แต่ยืนยันยังไม่ใช่การเชิญเข้าร่วมรัฐบาล แค่เป็นการพบปะเพื่อหาทางออกให้ประเทศเท่านั้น เมื่อถามว่า 3 พรรค ที่มาร่วมพูดคุยในวันนี้จะมาร่วมงานด้วยในอนาคตหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต เราจะนำข้อหารือที่ได้วันนี้ไปพูดคุยกับ 8 พรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง จะรู้ผลก่อนวันโหวตนายกฯแน่นอน
“เสี่ยตุ๋ย” พลิ้วไม่ได้ดีลร่วมรัฐบาล
ด้านนายพีระพันธุ์กล่าวว่า เราได้อธิบายเหตุผลและแนวทางของพรรค รทสช.ว่าเหตุใดไม่สามารถรับพรรคการเมืองบางพรรคได้ ไม่มีการคุยกันเรื่องอื่น เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าจะทำงานร่วมกับพรรค พท. ถ้าไม่มีพรรค ก.ก. และไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 ใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ตอบว่า ไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ คุยกันแค่เหตุผลที่ไม่สามารถรับบางพรรคได้ เมื่อถามว่าหากพรรค ก.ก.ยอมลดเงื่อนไข 112 จะสามารถ ทำงานร่วมกับพรรค ก.ก.ได้หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่ได้มาคุยเรื่องร่วมรัฐบาล เราไม่ได้ติดขัดแค่เรื่องมาตรา 112 แต่แนวทางอุดมการณ์ต่างกันเยอะมาก ไม่สามารถให้เขามีอำนาจการเมืองเยอะไปกว่านี้ได้
แจ้งอุดมการณ์ต่าง ก.ก.มากไปกันไม่ได้
เมื่อถามอีกว่า จะใช้หลักเกณฑ์ข้อใดตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรค พท. นายพีระพันธุ์กล่าวย้ำว่า ไม่ได้มาคุยเรื่องการร่วมรัฐบาล และไม่ได้คุยเรื่องเงื่อนไขร่วมรัฐบาลมีอะไรบ้าง แต่เหตุผลของพรรค รทสช.คือมองว่าอุดมการณ์ของพรรค ก.ก.กับของเราไปด้วยกันไม่ได้ เมื่อถามอีกว่าการตัดสินใจวันนี้ จะนำไปสู่เหตุผลโหวตพรรค พท.เป็นนายกฯหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า อยู่ที่ใครร่วมรัฐบาลบ้าง ถ้ามีบางพรรคที่เรารับไม่ได้อยู่ เราก็ไม่ให้ และไม่ว่าใครเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ตาม แต่ถ้าไม่มีพรรค ก.ก.จะพิจารณายกมือให้ได้
ยัน รทสช.ไม่มีอดีต มีแต่ปัจจุบัน
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาพรรค รทสช.กับพรรค พท. เป็นคู่ขัดแย้งกันมาก่อน แต่วันนี้มาพูดคุยกันแสดงว่าพร้อมทำงานร่วมกันแล้วใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ยืนยันไม่ได้มาคุยเรื่องการร่วมงานหรือตั้งรัฐบาล พรรค รทสช.เป็นห่วงบ้านเมือง พรรคเราประกอบไปด้วยผู้คนที่หลากหลาย มีแนวคิดในอดีตที่ต่างกัน แต่วันนี้เป็นรวมไทยสร้างชาติ จึงไม่มีเรื่องของอดีตเข้ามาเกี่ยวข้องอีก เป็นเรื่องของปัจจุบันแล้วเท่านั้น เมื่อถามย้ำว่า ถ้าพรรค รทสช.จับมือกับพรรค พท.จะอธิบายกับมวลชน กปปส.อย่างไร
นายพีระพันธุ์ตอบว่า ยังไม่ได้บอกว่าจะสนับสนุนพรรค พท. แค่บอกว่าทำไมถึงรับบางพรรคไม่ได้ จากนั้นแกนนำพรรค พท.ได้นำแกนนำพรรค รทสช. ไปดื่มช็อกมิ้นต์ตามธรรมเนียมเป็นพรรคที่ 3 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าแกนนำ พท.เปลี่ยนไปดื่มชาดำเย็น เนื่องจากดื่มช็อกมิ้นต์ไป 2 รอบแล้ว
รอ “พปชร.” เคาะกำหนดวันเข้าหารือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวันที่ 23 ก.ค.จะมีพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นำโดยนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ชทพ. เดินทางเข้าหารือที่พรรคเพื่อไทยถึงแนวทางจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อยู่ระหว่างการประสานงานกำหนดเข้ามายังพรรคเพื่อไทยวันใด โดยแกนนำพรรคพลังประชารัฐที่จะเข้ามาหารือกับพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค พปชร. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานประสานงาน สส.พรรค พปชร. และนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร แกนนำพรรค พปชร.
“อี้” เกาะขบวนมี ก.ก.ไม่มี ปชป.
นายแทนคุณ จิตต์อิสระ รักษาการประธานคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และความเสมอภาค ระหว่างเพศ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า หลังประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ปชป.มีข้อสรุปไม่ร่วมกับรัฐบาล หากพรรค ก.ก.ยังมีแนวความคิดแก้ไขมาตรา 112 เชื่อว่าพรรค ก.ก.ยังมีแนวคิดนี้เพื่อหล่อเลี้ยง มวลชน สร้างความขัดแย้งและสร้างจุดขายให้ตัวเอง ปรากฏการณ์ที่พรรคการเมืองต่างพร้อมใจแสดงจุดยืนไม่ร่วมกับพรรค ก.ก.ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นเหมือนแกะดำทางการเมือง หรืออาจกลายเป็นตัวถ่วงประชา ธิปไตย ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาเอาแต่ใจ สุดท้ายไม่มีใครอยากคบหรืออยู่ใกล้ด้วย จนกลายเป็นปัญหาของระบบ เกิดจากพฤติกรรมก้าวร้าวก้าวล่วงที่สะสมมาตลอดหลายปี
เตือนม็อบด้อมส้มระวังโดนคดี
นายแทนคุณกล่าวอีกว่า นอกจากจุดยืนอยากแก้มาตรา 112 แล้วยังมีประชาชนเริ่มตาสว่างหลังแกนนำพรรคทยอยยอมรับว่านโยบายที่เคยหาเสียงไว้ทำไม่ได้ เพราะมีหลายเงื่อนไข อย่างเช่น รัฐสวัสดิการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยคนพิการเดือนละ 3,000 บาท ต้องไปปรับลดงบประมาณให้ได้ก่อน ค่าแรง ขั้นต่ำ วันละ 450 ที่ต้องไปออกกฎหมาย ลดภาษีเพื่อชดเชยผลกระทบของผู้ประกอบการที่ต้องจ่ายเพิ่ม รวมถึงแนวคิดอาจเข้าข่ายแบ่งแยกดินแดน เป็นต้น จึงอยากให้ กกต.ได้ตรวจสอบวิธีการหาเสียงแบบพรรค ก้าวไกลที่เน้นโฆษณา ชวนเชื่อ แบบหมกเม็ดซ่อน เงื่อนไข แล้วมาเฉลยหลังได้คะแนนเสียงแล้วว่าเข้าข่าย หลอกลวงประชาชนหรือไม่ กกต.ไม่ควรปล่อยผ่านไปแบบนี้ จากนี้เป็นห่วงม็อบที่เคลื่อนไหวแสดงออกลักษณะหมิ่นเหม่ เช่น การเปลี่ยนธงชาติ เป็นธงดำ ทำลายสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหรือการใช้ความรุนแรงทั้งทางกายภาพและในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะผู้ชุมนุมที่ปราศรัยพาดพิงสถาบันฯหลายครั้ง ขอให้เข้าใจเวลาอยู่ต่อหน้ามวลชนที่เห็นพ้อง กันไปในทางเดียวกัน ทำให้ฮึกเหิม อยากพูดอะไร ก็ได้ให้เกิดการเสริมพลังหมู่ แต่หากผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี ปัจจุบันมีการถ่ายทอดผ่านสื่อออนไลน์ จะเป็นหลักฐานชั้นดีในการดำเนินคดี ทำให้คนจดจำ พฤติกรรม เวรกรรมเล่านี้จะย้อนกลับไปแน่นอน
“วิโรจน์” ชี้สู้กับคนหน้าด้านต้องด้านกว่า
เมื่อเวลา 10.00 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @wirojlak รวม 2 ข้อความ เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่กำลังมีข่าวพรรค พท.เทียบเชิญ 4 พรรค ได้แก่ พรรค ภท. พรรค ชพก. พรรค รทสช. และพรรค ชทพ. หารือเพื่อหาทางออกของ ประเทศ โดยนายวิโรจน์ทวีตข้อความแรงกว่า “กูไม่ออก ออกแล้วประชาชนจะเอาอะไรแxก” ส่วน ข้อความที่ 2 ทวีตว่า “สู้กับคนหน้าด้าน ต้องหน้าด้านกว่าเท่านั้น” พร้อมกับอีโมติคอน “ยิ้ม”
ฉะเหตุผลตีจากไม่เอา ก.ก.ไม่ใช่ ม.112
ช่วงเย็น พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ก.ก.ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีพรรค พท.ที่กำลังทอดสะพานข้ามขั้วไปหารัฐบาลเดิม รวมถึงพรรคลุง เป็นการฉีกเอ็มโอยู 8 พรรคหรือไม่ และพรรค ก.ก.จะเอาอย่างไรว่า ก่อนอื่นต้องย้ำว่ากำลังนอนดูข่าวอยู่ที่บ้าน ขอพูดในฐานะความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่พูดในนามพรรคก.ก.ว่า สิ่งที่พรรค พท.กำลังทำคือใช้อำนาจจากการที่ได้รับมอบฉันทะจากพรรค ก.ก.ไป การกระทำควรอยู่ในบริบทของฝั่งประชาธิปไตย ถึงจะเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์ เพราะว่าสิ่งสำคัญคือ 8 พรรคเดิมคือ 8 พรรคที่เป็นฝั่งประชาธิปไตยโดยแท้ ไม่ใช่สืบทอด ไม่ใช่มรดก จะเห็นว่าผลพวงของกับดักสุดท้ายและเฮือกสุดท้ายของรัฐธรรมนูญ 2560 ถูกใช้โดยคนกลุ่มหนึ่งหักรัฐธรรมนูญยังกล้าทำเอาง่ายๆ มันกล้าทำตั้งแต่ใช้มาตรา 272 บีบรัด จนกระทั่งการทุบด้วยข้อบังคับที่ 41 ของรัฐสภา มาตรา 112 เป็นข้ออ้างแต่ที่จริงคือกูไม่เอาก้าวไกล มีอยู่แค่นั้น
ซัดเงื่อนไขบางคนอยากกลับบ้าน
เมื่อถามถึงกระแสโซเชียลเสียงแตก ทั้งยุให้ ก.ก.ขี่คอตามติดพรรค พท.อยู่อย่างนี้ และมีความเห็นอยากให้ ก.ก.ถอยไปเป็นฝ่ายค้าน พล.ต.ต.สุพิศาลตอบว่า ต้องยืนอยู่บนหลักประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ ใครจะออกก็ออกไป แสดงว่าการออกไปนั้น เขาไม่ได้อยู่ในวงกลมที่เขาอยากอยู่ ต้องการกลับไปผูกติดกับอำนาจเดิม ทุนเดิม แต่จะอ้างว่าทำเพื่อประเทศชาติ คือกลืนเลือด เพื่อทำให้ชาติไปได้ แต่จริงๆมันมีหนทางอื่นตั้งเยอะแยะ อย่างมากที่สุดรอ 1 ปีให้ สว.หมดวาระยังทำได้ ทำไมไม่ทำ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นกฎหมายอยู่ด้วย เมื่อถามว่า ที่ไม่ยอมทำ เพราะว่ากลัวใครบางคนไม่ได้กลับบ้านใช่หรือไม่ พล.ต.ต.สุพิศาลตอบว่า “อืม เป็นเงื่อนไขที่ไปผูกติดกันอยู่ มีอยู่แค่นั้น ทำไมไม่ทำให้ประชาชนคนไทย” เมื่อถามถึงการวิเคราะห์ล่าสุดว่า 3 พรรคฝ่ายค้านแน่ๆ จะมีพรรค ก.ก.พรรค ปชป.และพรรคไทยสร้างไทย พล.ต.ต.สุพิศาลตอบว่า มองว่าพรรคปชป.ไม่น่าจะไป เพราะเขามีอุดมการณ์ของเขา เช่น พรรค ปชป.กับ พท.ไปด้วยกันไม่ได้ ขบเหลี่ยมกันมาตั้งแต่ยุคก่อนปี 2553 ส่วนพรรคไทยสร้างไทยและพรรคเป็นธรรมน่าจะอยู่กับเรา
ทำแผนถึงรุ่น 4 หวังกวาด 20 ล้านเสียง
พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าวอีกว่า ตอนนี้เรามี 14 ล้านเสียง บวกกับทั้งประเทศที่เป็นฝั่งประชาธิปไตยรวมเป็น 27 ล้านเสียง ถ้าพรรค พท.ออกจากวงกลมไปจริงๆ เหมือนกับว่าเขายอมรับ และจะต่อสู้ในระบบ อีกหน่อยพรรค พท.จะปลีกตัวออกไปจาก 99% ไปอยู่ใน 1% แน่นอน เมื่อถามว่า จะไม่ง้อพรรคพท.แล้ว ไม่กวักมือเรียกให้กลับมาอยู่ในวงกลมแล้ว ใช่หรือไม่ พล.ต.ต.สุพิศาลตอบว่า เขาจะกลับกลายไปเป็นทุนใหญ่ ไม่ได้รักประชาชน สิ่งที่จะเกิดคือห่างออกไปจากวงกลม เขาจะกลายเป็น 1% ไม่ใช่ 99% แบบที่พวกเราขีดเส้นใต้ของเราไว้คราวหน้าพรรค ก.ก.อาจจะถึง 20 ล้านเสียงครึ่งประเทศ เรา พอใจแล้ว 4 ปีไม่นานหรอก รอได้ เราเคยบอกเอาไว้แล้วไงตั้งแต่ตั้งพรรคอนาคตใหม่ว่า เป้าหมายตามแผนของเราตั้งแต่อนาคตใหม่ วางเป้าไว้ 12 ปี คนรุ่นสองเรารอรับ รุ่นสามเรามี รุ่นสี่เราเตรียมไว้แล้ว พอจบรุ่นสี่ รุ่นหนึ่งวนกลับมา “ถ้ากล้าทำตามที่มีข่าวออกตามหน้าสื่อทุกวันนี้ เชื่อว่าเขาจะไม่กล้าทำตามข่าว เคยนั่งคุยกันตอนไปเจรจาตั้งรัฐบาล 8 พรรค แต่ถ้าเป็นจริงตามข่าวไม่รู้สึกเซอร์ไพรส์ ถ้าเขายังอยู่ในวงกลม น่าจะเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ ถ้าเรายังถือหลัก 27 ล้านเสียงอยู่ เขาจะดีดเราหรือไม่เราไม่รู้ แต่ไปเอาคนอื่นมา แบกรับเราได้หรือเปล่า นั่นคือปัญหา
“พิธา” ปราศรัยลั่นไม่มีวันยอมแพ้
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่บริเวณหาดจอมเทียน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. และคณะ เดินทางไปขึ้นเวทีปราศรัยขอบคุณคะแนนเสียงประชาชน ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องคดีหุ้นไอทีวีและถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. รวมถึงปรากฏตัวหลังจากพรรค ก.ก.ถอยให้พรรค พท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก มีมวลชนผู้สนับสนุนพรรค ก.ก. พร้อมใจสวมเสื้อสีส้ม หมวก สีส้มและอุปกรณ์เชียร์ติดตราสัญลักษณ์พรรค ก.ก.เข้าร่วมต้อนรับ พร้อมฟังการปราศรัยอย่างอบอุ่น ทันทีที่นายพิธาลงจากรถมีประชาชนมาต้อนรับและให้กำลังใจจำนวนมาก จากนั้นนายพิธาขึ้นเวทีปราศรัย ท่ามกลางสายฝนตอนหนึ่งว่า แม้ว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้พวกเราจัดตั้งรัฐบาล ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้ตนเป็นนายกฯ ตนก็จะลงมาอยู่กับพวกคุณ ตราบใดที่พัทยายังไม่ทิ้งกันตนเองจะไม่ทิ้งพวกคุณเช่นกัน มีคนกล่าวว่าแล้วจะให้เลือกตั้งกันไปทำไม พอเลือกมาเป็นพิธา เลยเลือกกันมาพอเป็นพิธีใช่ไม่ใช่ แต่พวกเราจะหมดหวังไม่ได้นะพี่น้อง จะหมดหวังไม่ได้ เรายอมแพ้ไม่ได้
ย้ำ 8 พรรคต้องตั้ง รบ.ประชาชนให้ได้
“ในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ทั้ง 8 พรรคร่วมจะต้องตั้งรัฐบาลของประชาชนให้ได้ ใช่ไม่ใช่ รัฐบาลของประชาชนที่รักษาสัจจะที่เคยให้ไว้กับประชาชน ใช่ไม่ใช่ จัดตั้งรัฐบาลเพื่อรักษาสัจจะที่เคยให้ไว้กับประชาชน ใช่ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นผมจะไม่มีวันยอมแพ้ และยุติการสืบทอดอำนาจของเผด็จการที่อยู่กับพวกเรามาเป็นเวลายาวนาน ขอให้คำมั่นสัญญา” นายพิธากล่าวและว่า ถ้าพี่น้องถามว่า พวกเขาสกัดกั้นเราถึงขนาดนี้ เราจะไปอย่างไรต่อ แล้วเราจะไปอย่างไรกันต่อ เราต้องสู้กันต่อพี่น้อง และพร้อมจะทำงานเพื่อทุกคน และเมื่อไม่ได้อยู่ในสภา ตนจะอยู่กับประชาชน ขอเยาะเย้ย ทุกข์ยากขวากหนาม ขอยืนหยัดโดดเด่นท้าทาย ขอยืนยันจะทำงานให้ประชาชนต่อไป ให้สมกับความตั้งใจ ที่พี่น้องประชาชนให้พวกเรามา ทั้ง 7 คน 7 เขต ที่ จ.ชลบุรี ก่อนเลือกตั้งพร้อมชนเพื่อคนชลบุรีอย่างไร หลังเลือกตั้งยังชนเหมือนเดิม
ซัดเรือรั่วก็อุด ไม่ยอมถูกถีบออก
“พวกคุณไม่เคยทิ้งกันเลย ตัดสินใจอย่างไรง่ายนิดเดียว รักษาสัจจะที่มีไว้ให้กับประชาชน และยุติการสืบทอดอำนาจของเผด็จการให้จงได้ ตอนนี้ถ้าเรือรั่วอยู่ คุณจะให้คนหนุ่มเสียสละออกจากเรือ หรือจะให้อยู่ซ่อมเรือด้วยกัน ลูกน้ำเค็มบอกหน่อย ถ้าเรือมันรั่วเราจะถีบเพื่อนเราลงไปไหม เราต้องอยู่ช่วยกันซ่อมเรือใช่หรือไม่ใช่ ถ้าพวกเราทั้ง 8 พรรคที่ประชาชนเลือกมา ช่วยกันซ่อมเรืออุดรอยรั่ว ทำเรือให้เข้มแข็งเรือจะถึงฝั่งที่เคยออกมาขอคะแนนขอความไว้วางใจจากประชาชน ไม่มีความหมายเลยเหรอ ประชาชนไม่มีความหมายเลยเหรอ แล้วจะให้เลือกตั้งกันไปทำไม คุณชี้มาเลยคุณจะเอาใครเป็นนายกฯ ชี้มาเลย คุณจะเอาใครเป็นนายกฯ ใครจะถีบผมออกจากเรือผมไม่รู้ ผมบอกอย่างเดียวว่าผมไม่ยอม ถ้าเรือมันรั่วก็ต้องช่วยอุดรู ช่วยกันซ่อม ไม่ใช่มาถีบเพื่อนออกจากเรือ และไม่ถีบประชาชนออกจากเรือด้วย ที่สภาฯ 25 ล้านเสียง สู้ 250 เสียงไม่ได้ ให้มันรู้ไป” นายพิธากล่าว
จ้องทะเบียน 9743 ไปลุ้นหวย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังปราศรัยเสร็จสิ้นขณะที่นายพิธากำลังขึ้นรถตู้ โตโยต้า MAJESTY สีขาว ทะเบียน 1นข-9743 กรุงเทพมหานคร เพื่อเดินทางกลับ บนถนนเต็มไปด้วยแฟนคลับที่มาเฝ้าคอยส่งต่างฮือฮาจับจ้อง พร้อมถ่ายรูปหมายเลขทะเบียนรถ เพื่อหวังนำไปเสี่ยงโชคอีกด้วย
ปลอบอย่าหมดหวังสกัดขั้วอำนาจเก่า
ต่อมาเมื่อเวลา 17.20 น. ที่บริเวณใต้สะพานต่างระดับปากร่วม (ช่วงหน้าโรบินสันบ่อวิน) ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายพิธา พร้อมด้วยนายเซีย จำปาทอง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ เดินทางมาตามที่เคยสัญญาไว้ โดยนายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี จัดเวทีปราศรัยที่ใต้สะพานต่างระดับ ขอบคุณชาวบ่อวินและใกล้เคียงที่เดินทางมากว่า 500 คน ก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ผู้มาร่วมต้อนรับหนีฝนกลับไปบางส่วน โดยนายพิธากล่าวว่า ต้องขอบคุณพี่น้องชาวบ่อวินและใกล้เคียงที่เลือกพรรค ก.ก. เข้าไปเป็นปากเป็นเสียงแทน พรรค ก.ก.พร้อมสนับสนุนพรรคอันดับ 2 คือ พรรค พท.ในการจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนให้ได้ ตราบใดที่เรายังจับมือกันแน่น การสืบทอดอำนาจของกลุ่มขั้วอำนาจเดิม จะไม่มีวันสำเร็จ ขอให้ประชาชนอย่าหมดหวัง ประเทศไทยวันนี้เดินมาไกลและจะไม่มีวันถอยกลับ เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาหมุนเวลาพาประเทศกลับสู่อดีตอีกต่อไป
“หมอไม่ทน” ต้าน “อนุทิน” คัมแบ็ก สธ.
วันเดียวกัน เครือข่าย “หมอไม่ทน” ออก แถลงการณ์ระบุว่า พวกเราบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ต้องการที่จะทำงานภายใต้การบริหารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูลอีก 4 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นายอนุทินไม่มีความเหมาะสม ไม่มีความเข้าใจระบบสาธารณสุขไทยมากพอ จนก่อให้เกิดความเดือดร้อน จนไปถึง การสูญเสียชีวิตตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 การกระจายวัคซีน การมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ การนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์และมีมาตราวัดให้แพทย์ต้องเร่งจ่ายกัญชาให้ได้ตามที่กระทรวงกำหนด การล่าช้าในการให้งบประมาณเพื่อส่งเสริมสุขภาพแก่สิทธิสุขภาพอื่น จนมีผู้รับบริการหลายท่านได้รับความเดือดร้อน เช่น ไม่สามารถเข้าถึงการทำแท้งปลอดภัยได้ รวมไปถึงการที่ไม่สามารถดูแลบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถอยู่ต่อในระบบ ภาระงานล้น จนมีการแห่ลาออก แต่ได้รับคำตอบจากนายอนุทินว่า “ถามตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ เก็บของอย่างเดียว” เราไม่อาจอยู่ภายใต้การบริหารแบบนี้อีกแล้ว พวกเราจึงขอส่งเสียงว่า “เราไม่ต้องการนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขอีก!”
บก.ลายจุดยันม็อบปักหลักแยกอโศก
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ สน.ทองหล่อ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เดินทางมาแจ้งการชุมนุมสาธารณะกับ พ.ต.ต. สุทธิพงษ์ แป้นจันทร์ สว. (สอบสวน) สน.ทองหล่อ จากนั้นเข้าหารือกับ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ทองหล่อ ถึงแผนการจัดกิจกรรมชุมนุม “#พร้อม” ที่จะจัดในวันที่ 23 ก.ค. โดยนายสมบัติระบุรายละเอียดไว้ในบันทึกประจำวัน สน.ทองหล่อว่า จะใช้พื้นที่ชุมนุมที่แยกอโศกฝั่งมุ่งหน้าถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เริ่ม 13.00-21.00 น. วัตถุประสงค์เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง หลัง สว.โหวตไม่รับตัวแทนจากพรรคการเมือง ทำให้ไม่มีนายกฯ ทั้งจะใช้เครื่องเสียงขนาด 10,000 วัตต์จำนวน 1 ตัว ใช้ป้ายแสดงความคิดเห็นทางการเมือง คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมราว 5,000 คน ติดตั้งเวทีขนาดเล็ก และไม่มีการเคลื่อนขบวนมวลชน ผกก.สน.ทองหล่อจึงออกหนังสือสรุปสาระสำคัญแจ้งการปฏิบัติรายการชุมนุมสาธารณะให้นายสมบัติ
ปลุกมวลชนทวงคืนอธิปไตย
นายสมบัติแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “มีคนถามผมว่า ม็อบ #พร้อม มีข้อเรียกร้องอะไร? มันไม่ใช่ม็อบที่เรียกร้อง แต่มันเป็นการนำตัวเองออกมาประกาศว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ไม่ใช่ สว.หรือบรรดาลูกติด คสช. ที่กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อกระบวนการประชาธิปไตย นาทีที่คุณโดนเขาตบหน้า วินาทีที่คุณตอบโต้กลับไม่ใช่การเรียกร้อง แต่คือการให้ olo แล้วเอาคืน”
ขอสะท้อน ปชช.ไม่พอใจ สว.
ต่อมานายสมบัติให้สัมภาษณ์ว่า กิจกรรมที่จะจัดขึ้นจะไม่ใช่การชุมนุม แต่เป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่หลากหลาย เช่น ใช้มนุษย์แปรอักษร ร่วมกันเคลื่อนไหวร่างกาย ล้อมวงเล่นดนตรี ร้องเพลงแร็ป เต้น ตีกลอง มีป้ายเปล่าให้ประชาชนร่วมเขียนข้อความแสดงออก และตะโกนข้อความร่วมกัน ส่วนจะเป็นคำว่าอะไรนั้น จะเปิดเผยอีกที “สิ่งที่ต้องการสื่อสารคือการแสดงออกว่าประชาชนไม่พอใจในการกระทำของ สว. เชื่อว่าถ้าประชาชนออกมาร่วมกันมากพอ จะสร้างอำนาจต่อรองและเปลี่ยนประเทศได้ ส่วนที่มีการเชิญชวน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มาร่วมกิจกรรมด้วย นายสมบัติกล่าวว่า นายพิธาเคยรับปากว่า หากในสภาฯไม่มีพื้นที่ให้ ก็พร้อมจะมายืนเคียงข้างประชาชน ดังนั้น หากนายพิธาว่าง จะขอเรียนเชิญมาร่วมแต่ถ้าไม่ว่าง มั่นใจว่ากิจกรรมจะยังคงมีอีกหลายครั้ง ทั้งอยากเห็นตัวแทนในทุกพรรคของฝั่งประชาธิปไตย ออกมายืนเคียงข้างร่วมกับประชาชน”