“ก้าวไกล” ส่งไม้ต่อ พท.แกนนำตั้งรัฐบาลก๊อกสอง “ชัยธวัช” เฉ่งขั้วอนุรักษนิยม ทุนผูกขาดรวมหัวอ้าง ม.112 ขวาง “พิธา” สกัดพรรค ก.ก.จ้องเดินเกมพลิกขั้ว จวก สว.ล้มล้างการปกครอง ฉีกรัฐธรรมนูญผ่านกฎหมู่ทำลายหลักการระบบรัฐสภา ตีความข้อบังคับการประชุมขัด รธน. ตอกฝาโลงมีลุงไม่มีเรา มติ 8 พรรคร่วมมอบดาบพรรค พท.ล่าเสียง สส.-สว. “ชลน่าน” เผย 3 ทางเลือกสมการตั้งรัฐบาล ถือดาบอาญาสิทธิ์ตัดพรรคไม่ได้ไปต่อ “เสรีพิศุทธ์” ทิ้งไพ่คนหนุ่มต้องเสียสละเพื่อประชาธิปไตย ขั้วอำนาจเก่าดาหน้าปฏิเสธก้าวไกล ชทพ.ระบุไม่แก้ ม.112 ยินดีหนุน “อนุทิน” ลั่นมี ก.ก. ภท.ร่วมวงไม่ได้ พปชร.ย้ำจุดยืนไม่สังฆกรรมพรรค ก.ก. รทสช.ส่ายหัวไม่เอาด้วย “วันนอร์” เมินทัวร์ลงน้อมรับทุกคำตำหนิ ไม่ขัดยื่นตีความมติ 19 ก.ค.66 “สมชาย” ตั้งแง่ พท. ต้องไม่เอา ม.112 “พรชัย” ชงผู้ตรวจการฯส่งศาล รธน. ชี้มติรัฐสภาขัด รธน. เครือข่าย ม.เกษตรฯผุดม็อบขจัด สว. ชักธงดำประชดสร้างทุกข์ ไม่เคารพ ปชช.

8 พรรคการเมืองยังคงพยายามเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ล่าสุดพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่พรรคการเมืองขั้วรัฐบาลเดิมผนึกกำลังสมาชิกวุฒิสภา ตั้งเงื่อนไขไม่ร่วมสังฆกรรมกับการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรค ก.ก.รวมอยู่ด้วย โดยยังไม่เปลี่ยนจุดยืนการแก้ไขมาตรา 112

ก.ก.ฉะขั้วอนุรักษนิยม–ทุนผูกขาด

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก.ก. แถลงข่าวเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนี้ว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. เป็นการประกาศเจตจำนงของประชาชนที่ชัดเจนต้องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ด้วยการลงคะแนน 14 ล้านเสียง เป้าหมายสูงสุดของเรา ในฐานะพรรคอันดับ 1 คือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้สำเร็จ เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลเดิม แต่ตลอด 2 เดือนสถานการณ์ทุกอย่างชี้ชัดว่า ทุกองคาพยพของฝ่ายอนุรักษนิยม ทั้งการเมืองจารีต ทุนผูกขาดและสถาบันองค์กรต่างๆที่เป็นบริวาร แวดล้อมทั้งหมดไม่ยอมให้พรรค ก.ก.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเอาเรื่องมาตรา 112 มาบังหน้าและอ้างความจงรักภักดีมาปะทะกับการเลือกตั้งของประชาชน

...

กฎหมู่ สว.ฉีก รธน.ขวางทาง “พิธา”

นายชัยธวัชแถลงว่า นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนไหวผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อหวังตัดสิทธิทางการเมืองของแกนนำพรรค และยุบพรรค ก.ก.ให้ได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นว่า สว.ฝ่าฝืนมติมหาชน ไม่โหวตเลือกนายกฯตามเสียงส่วนใหญ่ของสภาฯ มิหนำซ้ำยังกล้า ทำลายหลักการ ตีความข้อบังคับของรัฐสภาให้ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ เปรียบเสมือนการล้มล้างการปกครอง หรือฉีกรัฐธรรมนูญผ่านกฎหมู่ เพียงเพื่อต้องการขัดขวางไม่ให้เสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก.เป็นนายกฯ ในครั้งที่ 2 พรรค ก.ก.ไม่ยอมรับการตีความข้อบังคับดังกล่าว แต่ภายใต้การทำงานที่สอดประสานกันทั้งองคาพยพของฝ่ายอนุรักษนิยมเช่นนี้ เราจำเป็นต้องขอโทษต่อพี่น้องประชาชน และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าพวกเขา ไม่ยอมให้พรรค ก.ก.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ส่งไม้ต่อชงแคนดิเดต พท.นำตั้ง รบ.

นายชัยธวัชแถลงอีกว่า การที่นายพิธาไม่สามารถเป็นนายกฯได้ ไม่ได้หมายความว่าภารกิจ ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อพลิกขั้วอำนาจรัฐบาลจะไม่สำเร็จไปด้วย เป้าหมายสูงสุดของเราในฐานะพรรคอันดับ 1 ยังคงอยู่ นั่นคือการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลเดิมให้สำเร็จ สิ่งสำคัญ ในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องนายพิธาจะได้เป็นนายกฯหรือไม่ แต่คือเรื่องประเทศไทยจะกลับสู่ประชาธิปไตยได้หรือไม่ หยุดการสืบทอดอำนาจได้หรือไม่ พรรค ก.ก.จะเปิดโอกาสให้ประเทศ ให้พรรคอันดับ 2 คือพรรค พท. เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลของพันธมิตร 8 พรรคที่เราได้เคยทำเอ็มโอยูร่วมกัน ดังนั้นประชุมรัฐสภาครั้งต่อไป พรรค ก.ก.จะเสนอชื่อแคนดิเดตจากพรรค พท.เป็นนายกฯคนที่ 30 เช่นเดียวกับที่พรรค พท.เคยสนับสนุนพรรค ก.ก.

กั๊กลดเพดาน 112 ย้ำชัดมีลุงไม่มีเรา

เมื่อถามว่า พรรค พท.แจ้งมาหรือยังว่าจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ คือนายเศรษฐา ทวีสิน นายชัยธวัชกล่าวว่า เมื่อวานหารือเบื้องต้นยังไม่มี การสรุปชัด เมื่อถามว่า สว.ยืนกรานหากพรรค ก.ก.ยังแก้ไข 112 แม้จะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯจาก พรรค พท.ก็จะไม่โหวตให้ จะถอยร่นเพดานหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า คงต้องรอพูดคุยกับเพื่อไทยเรื่องนี้อย่างชัดเจน เมื่อถามว่า เอ็มโอยูที่เคยลงนามร่วมต้องดำเนินการต่อหรือฉีกได้ นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังต้องรอ แต่ที่แถลงไป เราเปิดทางให้พรรคพท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคเดิม ตามที่เราลงนามเอ็มโอยูร่วมกัน เมื่อถามถึงกรณีที่พรรค พท.จะดึงพรรคที่ 9 และ 10 มาร่วมรัฐบาล ยังมีเงื่อนไขอยู่ใช่หรือไม่ในเรื่อง 2 ลุง ถ้ามีลุงมาร่วมเราก็ไม่สามารถร่วมได้ใช่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า อันนี้ชัดเจนโดยไม่ต้องมีการพูดคุยกัน เมื่อถามว่า หน้าที่ในการหาเสียง สว.หลังจากนี้ต้องเป็นของพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ถูกต้อง ก็เหมือนกับในรอบของพรรคก้าวไกลที่ผ่านมา

อย่าด่วนสรุปดึง พปชร.โดยไม่มี “ป้อม”

เมื่อถามว่า ต้องถอยเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายชัยธวัชตอบว่า ชัดเจนว่าสิ่งที่เราได้สัญญากับประชาชนทั่วประเทศ เราคงไม่สามารถเสียสัจจะเรื่องนี้ได้ ต้องรอดูก่อนอย่าเพิ่งรีบสรุป คิดว่าพรรค พท.คงจะนำมาพูดคุยกับ ก.ก.หลังจากนี้ เมื่อถามว่า หากพรรค พท.ขอร่วมกับ พปชร.เพื่อขอเสียง แต่ไม่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่าเพิ่งสรุปแทนพรรค พท. มีข่าวออกมาเยอะ แต่การพูดคุยอย่างเป็นทางการยังไม่เกิดขึ้น เมื่อถามว่า หากพรรค พท.เสนอแคนดิเดตนายก แล้วไม่ผ่านสภาฯ แปลว่าแคนดิเดตนายกฯ คนนั้นจะถูกตีตกเลยใช่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า จุดยืนพรรค ก.ก.ไม่ยอมรับการตีความข้อบังคับ 41 เรายังยืนยันมติของรัฐสภารอบที่แล้วขัดรัฐธรรมนูญ เมื่อถามต่อว่าจะยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อไหร่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ในพรรคยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ และยังไม่มีการพูดคุยถึงสัดส่วนคณะรัฐมนตรี

ไม่ประมาทยุบพรรคเตรียมสู้คดี

เมื่อถามว่า ในอนาคตมีโอกาสที่พรรค ก.ก. จะถูกยุบพรรคหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ตอนนี้มีคดีที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ 2 คดีคือ หุ้นไอทีวีและคดีล้มล้างการปกครองจากนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ทั้งสองคดี ไม่ได้มีการร้องให้ยุบพรรค แต่ประมาทไม่ได้ แต่พรรคมีการติดตามอย่างใกล้ชิด ต้องเตรียมการต่อสู้ทางกฎหมาย เมื่อถามย้ำว่า พรรค ก.ก.พร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายชัยธวัชตอบว่า เราพยายามเต็มที่เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพื่อยุติขั้วอำนาจเดิมให้สำเร็จ เป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด เมื่อถามว่า คิดอย่างไรกับคำว่าพรรค ก.ก.ต้องเสียสละ นายชัยธวัชกล่าวว่า คิดว่าเป็นคำถามที่ผิดฝาผิดตัว คนที่ไม่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมรับหลักการพื้นฐาน หลักการ ของประชาธิปไตยต่างหากที่ควรมีสำนึกว่าการกระทำเช่นนี้ จะไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมืองในระยะยาว

เป้า พท.หาเสียงให้ได้ 375 เสียง

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรค พท. ประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงข่าวหลังพรรค ก.ก.แถลงมอบภารกิจจัดตั้งรัฐบาลให้พรรค พท. โดย นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขอบคุณพรรค ก.ก.ที่ส่งภารกิจจัดตั้งรัฐบาลให้พรรคพท.เป็นไปตามวิถีทางการเมืองในระบอบประชา ธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลจาก 8 พรรคเดิมเบื้องต้นจะหารือกับ 8 พรรคเดิมเพื่อกำหนดแนวทางจัดตั้ง รัฐบาลต่อไป ภายใต้ข้อตกลงของ 8 พรรคเดิมรวมเสียงได้ 312 เสียง เสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาไม่เห็นชอบเนื่องจากมีเงื่อนไขสำคัญเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ส่งผลให้ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงจำเป็นต้องหาเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาเพิ่มเติมเพื่อให้ได้เสียงเกินกว่า 375 เสียง เบื้องต้นจะขอเสียงสนับสนุนจาก สว.และจากพรรคอื่นๆให้จัดตั้งรัฐบาลให้ได้ในที่สุด

เคาะชื่อแคนดิเดตนายกฯ 26 ก.ค.

เมื่อถามว่า การหาเสียงเพิ่มจะพูดคุยกับพรรครัฐบาลรักษาการหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ต้อง หารือกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล หลังจากนั้นจึงจะค่อยดำเนินการ เมื่อถามว่า จะทบทวนเอ็มโอยูของ 8 พรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เอ็มโอยูเป็นบันทึกความเข้าใจระหว่าง 8 พรรคร่วม ระหว่างนี้เรากำลังอยู่บนพื้นฐานการพูดคุยระหว่าง 8 พรรค ประเด็นดังกล่าวจะอยู่ในการประชุมหารือ เมื่อถามว่า การประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 27 ก.ค. จะ เสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.เลยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นกระบวนการที่พรรคเพื่อไทย ต้องดำเนินการภายในโดยจะเข้าสู่ที่ประชุมพรรคในวันที่ 26 ก.ค. เวลา 17.00 น.

รอมา 2 เดือน 27 ก.ค. ต้องได้นายกฯ

นายภูมิธรรมกล่าว เรารอมา 2 เดือนแล้วจำเป็นต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เป้าหมายต้องได้นายกฯในวันที่ 27 ก.ค.ให้ได้ ส่วนพรรค ก.ก.จะไปต่อกับ 8 พรรคหรือไม่ ไม่สามารถคาดการณ์ได้ อยู่ที่การหารือกัน วันนี้โจทย์เปลี่ยน เราคงต้องทำหน้าที่ใหม่ ต้องเริ่มพูดคุยอย่างเป็นทางการในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

มติ 8 พรรคให้ พท.หาเสียงตั้ง รบ.

จากนั้นเมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำ 8 พรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ ด้านพรรคก้าวไกล นำโดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค ร่วมหารือจัดตั้งรัฐบาลใช้เวลาหารือนานเกือบ 2 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 16.45 น. แกนนำทั้ง 8 พรรคร่วมแถลงข่าว โดย นพ.ชลน่านแถลงว่าในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาบุคคลซึ่งสมควรเป็นนายกฯ ในวันที่ 27 ก.ค. ที่ประชุมมีมติให้พรรค พท.ส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ โดยพรรค ก.ก.จะเป็นผู้เสนอชื่อ เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่เรามุ่งมั่นร่วมกันที่จะเป็นรัฐบาลของประชาชน ส่วนวิธีการที่จะได้มาซึ่งเสียงสนับสนุน 8 พรรคร่วม 312 เสียง จะดำเนินการ โดย 1.ขอเสียงจาก สว.ให้ครบ 375 เสียง ส่วนที่ สว.ตั้งเงื่อนไขกรณีมาตรา 112 พรรค พท.ต้องไปรับเรื่องมาพูดคุยกับพรรค ก.ก. 2.หากได้เสียง สว. ไม่พอ ที่ประชุมให้สิทธิพรรค พท.ไปพูดคุยกับพรรคอื่นตามที่เห็นควร เพื่อให้ได้เสียงครบตามจำนวน และ 3.แนวทางอื่นๆนอกเหนือจากนี้ที่ประชุมให้สิทธิพรรค พท.เป็นผู้พิจารณา

ต้องมั่นใจได้ 375 เสียงก่อนโหวต

เมื่อถามว่า กรณีที่มีท่าทีจากพรรคภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ และชาติไทยพัฒนา ที่จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรค ก.ก. นพ.ชลน่านกล่าวว่า ถ้าเป็นแนวทางนอกเหนือจากที่มีมติกัน 8 พรรคร่วมให้สิทธิ์พรรค พท.พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยวันที่ 27 ก.ค.พรรค พท.ต้องเสนอรายชื่อแคนดิเดต 1 คน พรรคจะประชุมและประกาศวันที่ 26 ก.ค. ด้วยความกังวลว่าที่ประชุมรัฐสภาจะไม่เห็นชอบ เราจึงต้องมีกระบวนการเพื่อให้มั่นใจก่อนจะเสนอชื่อในวันดังกล่าว เราจึงมั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนเกิน 375 เสียง หลังจากนี้พรรค พท.ได้สิทธิจาก 8 พรรคร่วมรัฐบาลมอบสิทธิให้พรรค พท.ไปดำเนินการ เจรจา หลักการจะไปเจรจาอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของแต่ละพรรค เมื่อถามว่าพรรค พท. จะการันตีกับผู้สนับสนุนพรรค ก.ก. และ พท.หรือไม่ว่าจะไม่หักหลังประชาชนตามที่สัญญาว่าจะไม่จับมือกับขั้วรัฐบาลเดิม นพ.ชลน่านตอบว่า สัญญาที่เราจะพยายามทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่เรายึดมั่นใน 8 พรรคร่วมเป็นเบื้องต้นก่อน มาตรการอื่นๆนอกจากจับมือกับ 8 พรรคร่วมเราได้สิทธิไปดำเนินการ

ถืออาญาสิทธิ์ตัดพรรคไม่ได้ไปต่อ

เมื่อถามว่าทุกทางเลือกจะมีพรรค ก.ก.อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า “อยู่ในทางเลือกที่ 1 และ 2 ส่วนทางเลือกที่ 3 เป็นทางเลือกอื่นๆ ความหมายคือ ไม่ใช่ความร่วมมือของทั้ง 8 พรรคร่วม ซึ่งอาจไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งอยู่ในสมการนี้ หรือในการจับมือนี้ สิทธิตรงนี้พรรค พท.ได้สิทธิจาก 8 พรรคร่วมให้ไปพิจารณาดำเนินการและนำมาปรึกษาหารือ” เมื่อถามว่าปัจจัยอะไรที่จะนำไปสู่การใช้ทางเลือกที่ 3 นพ.ชลน่านกล่าวว่า 1-2 ไม่สำเร็จ เมื่อถามว่าจะใช้ศิลปะใดเจรจากับ สปส. และ สว. นพ.ชลน่านกล่าวว่า ค่อนข้างตอบยาก เพราะในทางการเมืองมันแทบจะไม่มีคำว่าศิลปะ สิ่งที่เราได้รับจากที่ประชุมคือพรรคร่วมเรายินดีจะช่วยสนับสนุนและหาเสียง ไม่ว่าจะหาจาก สส. สว. พรรค พท.คงต้องทำงานหนักในเวลาที่มีข้อจำกัด ทุกสรรพกำลังต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 1-2 วัน เพื่อตอบคำถามทั้งหมดก่อนวันที่ 26 ก.ค. แต่จะพยายามยึดแนวทางที่ 1 และ 2 ให้สำเร็จให้ได้ก่อน อย่างอื่นเรายังไม่พูด แนวทางที่ 1 และ 2 ช้าที่สุดคือวันที่ 25 ก.ค. วันที่ 26 ก.ค.ต้องประชุมพรรคและประกาศความชัดเจน

นำร่องประเดิมขอเสียงค่าย ภท.

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า วันที่ 22 ก.ค. เวลา 14.00 น. ตนพร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เดินทางไปพบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ที่พรรค ภท. เพื่อขอเสียงสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯของพรรค พท.ในที่ประชุมรัฐสภา วันที่ 27 ก.ค.นี้

ให้ พท.ไปถาม สว.ให้ปลดล็อกอะไร

ขณะที่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก.ก.กล่าวว่า ที่ประชุมยกเรื่องมาตรา 112 ขึ้นมาพิจารณา พรรค ก.ก.คงดูรายละเอียดว่า ในฐานะที่พรรค พท.เป็นเจ้าภาพจัดตั้งรัฐบาล เราต้องให้เวลาพรรค พท.ไปพูดคุยกับ สว.ว่ารูปแบบแบบไหนที่จะเรียกว่าเป็นการปลดล็อกความไม่สบายใจของทุกท่าน และแนวทางจัดตั้งรัฐบาลได้หลังปลดล็อกแล้วเป็นอย่างไร ที่จะให้พรรค ก.ก.นำไปพิจารณากันในพรรค

รู้เท่าทันมาตรา 112 แค่ข้ออ้าง

เมื่อถามว่ากดดันเงื่อนไขมาตรา 112 หรือไม่ เพราะหลายพรรคไม่สนับสนุน นายชัยธวัชกล่าวว่า เรายังยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องข้ออ้าง ส่วนรายละเอียดตอนนี้โดยมารยาท ต้องมอบหมายบทบาทหลักให้พรรค พท.บริหารจัดการ ตามที่นพ.ชลน่านแถลงไปแล้วว่าต้องไปพูดคุย โดยเฉพาะสว.ว่าเรื่องเหล่านี้จะมีข้อเสนออะไรบ้างที่จะเป็นรูปธรรม โดยมารยาทซึ่งพรรค ก.ก.แถลงว่าส่งไม้ต่อให้พรรค พท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ทั้งประเด็นนี้และประเด็นอื่นๆ คงต้องรอพรรค พท.นำมาปรึกษาหารืออีกครั้ง ขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดจริงๆ

“เสรีพิศุทธ์” ชี้คนหนุ่มต้องเสียสละ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค สร.กล่าวว่า ฝั่ง สว.จิ้มมาเลยว่าถ้ามีพรรค ก.ก.จะไม่ร่วมด้วย แต่เห็นว่าจะตัดเยื่อใยพรรค ก.ก.เลยก็ไม่ถูก พรรค พท.ต้องรักษาพรรค ก.ก.ไว้ และพรรค ก.ก.ต้องสนับสนุนพรรค พท.เพื่อให้มี 151 เสียง ถ้ามี 151 เสียงไว้จะได้ไม่หนักใจในการหาเสียงเพิ่ม เรื่องนี้ควรเป็นเรื่องของพรรค ก.ก.ที่ต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร หากยังยืนยันเรื่องดังกล่าวอยู่ พรรคพท.ก็ตั้งรัฐบาลไม่ผ่าน ตอนนี้เปรียบเสมือนยืนอยู่กลางทะเล เรือล่ม มีคนแก่ ผู้หญิง เด็ก เราต้องเอาคนหนุ่มขึ้นเรือก่อนเหรอ เราต้องให้เด็ก คนแก่ ผู้หญิงขึ้นก่อน เรายอมเสี่ยงภัยไปก่อน เมื่อเรือลำที่สองมาเราค่อยไป ไม่ใช่ว่าไอ้หนุ่มกระโดดขึ้นเรือก่อน ปล่อยให้ที่เหลือผจญภัย ตอนนี้ต้องมีผู้เสียสละเพื่อให้ประชาธิปไตยไปได้ ถ้าไม่มีการเสียสละไปไม่ได้ เมื่อถามต่อว่าที่บอกว่าเด็กหนุ่มต้องเสียสละลงจากเรือ คือให้พรรค ก.ก. ไปเป็นฝ่ายค้านใช่หรือไม่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไปคิดเอาเองว่าใครจะเสียสละ ถ้าตนเสียสละพรรค พท.ไม่ได้ประโยชน์ เพราะมีแค่ 1 เสียง ต้องรอให้พรรค พท.ดำเนินการ เมื่อถามว่าหากพรรค พท. จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรคก.ก.ต้องเสียสละใช่หรือไม่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์พยักหน้าพร้อมกับกล่าวว่า พรรค พท.ต้องจัดการอยู่แล้ว แนวทางที่ 3 ไม่ใช่ตัดพรรค ก.ก. ถ้าบอกว่าตัดพรรค พท.จะขาดไป 151 เสียง อย่างไรก็ไม่ตัด เพียงแต่ไม่ต้องแสดงตน ถ้าแสดงตนมันก็ไม่เอา

พูดความจริง ไม่กลัวค่ายส้มโกรธ

เมื่อถามว่าแม้พรรค ก.ก.จะชนะเลือกตั้ง ก็ต้องเสียสละใช่หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ให้ไปดูการเลือกตั้งรอบที่แล้ว พรรค พท.ได้คะแนนมากที่สุด แต่พรรค พปชร.แย่งจัดไป ครั้งนี้พรรคก.ก.ได้ที่ 1 พรรค พท.ได้ที่ 2 พรรค พท.ยังไม่แย่งจัดเลย ต้องนับถือใจพรรค พท. มีโอกาสต้องช่วย เมื่อถามว่าพูดแบบนี้ไม่กลัวพรรค ก.ก.โกรธ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์กล่าวไม่กลัวหรอก เราพูดความจริงและพูดด้วยความรัก เมื่อถามว่าพรรค ก.ก.ต้องไม่แตะมาตรา 112 ใช่หรือไม่ 8 พรรคถึงจะอยู่รอด พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ถึงจะบอกว่าไม่แตะก็มองว่าแตะอยู่แล้วภาพมันติดตาติดใจ ไปไม่ได้หรอก เมื่อถามว่าภาพจะออกมาเป็นแนวทาง 3 คือให้พรรค พท.ตัดสินใจเอง พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ใช่ ไม่ใช่ว่าต้องไม่มีพรรค ก.ก.คือมี แต่ไม่ต้องไปโชว์ เมื่อถามย้ำว่ามีแต่ไม่ต้องไปโชว์ คืออะไร พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ระดับผู้สื่อข่าวไม่ต้องตอบก็คิดเองได้

“ชัยธวัช”ตอกฝาโลง“มีลุง ไม่มีเรา”

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก.ก.ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง กรณีหากพรรค พท.ต่อสายฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลเดิมให้มาร่วมว่า พรรค ก.ก.ชัดเจนอยู่แล้ว มีลุงไม่มีเรา เพียงแต่ว่ายังไม่มีการนำเรื่องนี้มาคุยกัน เมื่อถามว่า หากมีการดึงพรรค 2 ลุงมาร่วม พรรค ก.ก.จะไม่ร่วมใช่หรือไม่ นายชัยธวัชตอบว่า “แน่นอนครับ หลังจากนี้พรรค พท.เป็นเจ้าภาพ แล้วเอารายละเอียดมาคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้ยังไม่มีการเสนอเรื่องพรรคลุงใดๆทั้งสิ้น” เมื่อถามอีกว่า จะต้องคุยจบภายในวันที่ 27 ก.ค.ใช่หรือไม่ นายชัยธวัชตอบว่า ควรต้องจบ เมื่อถามว่ากดดันหรือไม่ นายชัยธวัชตอบว่า ไม่ เมื่อถามยํ้าว่าหากต้องมีการลดเพดานจริงๆลดได้ระดับไหน นายชัยธวัชกล่าวว่า ได้ถามในที่ประชุมเช่นกัน ต้องขึ้นอยู่กับรูปธรรมหลังจากพรรค พท.หาเสียงเพิ่ม เมื่อถามยํ้าว่า ในใจของพรรค ก.ก.ต้องลดแบบไหน นายชัยธวัชกล่าวว่า คงต้องอยู่ที่ฝั่งที่จะให้เสียงเพิ่ม ตอนนี้พรรค พท.เป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อถามอีกว่า กังวลหรือไม่ว่าแนวทางที่ 3 ของพรรค พท. อาจไม่มีพรรค ก.ก.อยู่ในนั้น นายชัยธวัชกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรค พท.

“ช่อ” ทำโพลถามควรถอย 112 หรือไม่

ช่วงค่ำเวลา 18.00 น. น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะแกนนำคณะก้าวหน้า ได้เปิดโพลสำรวจความเห็น ผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยทวีตข้อความว่า “เมื่อการจัดตั้งรัฐบาลเปิดเกมใหม่ ก้าวไกลกำลังถูกตั้งเงื่อนไขเรื่อง 112 คุณคิดว่าก้าวไกลควรถอย 112 เพื่อตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ และหยุดการกลับมาของประวิตรหรือไม่” ทั้งนี้ น.ส.พรรณิการ์ระบุว่า มี 3 ตัวเลือก ประกอบด้วย ควรถอย ไม่ถอยเด็ดขาดและถอยแบบมีเงื่อนไข กระทั่งเวลา 19.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โพลของ น.ส.พรรณิการ์มีเสียงโหวตแล้วมากกว่า 51,519 เสียง

“พิธา” ขออย่าหมดหวังต้านสืบอำนาจ

เมื่อเวลา 20.26 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก.โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “สำคัญที่สุดคือร่วมตั้งรัฐบาลตามเจตนารมณ์ประชาชน ยุติสืบทอดอำนาจให้จงได้!” เนื้อหาใจความว่า “ผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชัดเจนแล้วว่าองคาพยพฝั่งอนุรักษนิยมทั้งหมด ไม่ยอมให้เราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เอาเรื่องแก้ไขมาตรา 112 มาเป็นเงื่อนไขข้ออ้าง แต่การที่ผมไม่สามารถเป็นนายกฯได้ ไม่ได้หมายความว่าความหวังของพวกเรา ในการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ จะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การที่ผมได้เป็นนายกฯ แต่คือการจัดตั้งรัฐบาล ตามเจตจำนงของประชาชน ที่ต้องการเปลี่ยนขั้วพลิกข้าง หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของขั้วรัฐบาลเดิม พิธาจะเป็นนายกฯหรือไม่เป็นนายกฯ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ พรรคก้าวไกลจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่เป็นไม่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเสียงประชาชน 27 ล้านเสียง ที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้งต้องมีความหมายพรรค ก.ก.พร้อมสนับสนุนพรรคอันดับ 2 คือพรรค พท.จัดตั้งรัฐบาลของประชาชนให้จงได้ ตราบใดที่เรายังจับมือกันแน่น การสืบทอดอำนาจของกลุ่มขั้วอำนาจเดิมจะไม่มีวันสำเร็จ ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งหมดหวัง ประเทศไทยเดินมาไกล และจะไม่มีวันถอยกลับ เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาหมุนเวลาพาประเทศกลับสู่อดีตอีกต่อไป”

ชทพ.บอกไม่แก้ ม.112 ยินดีหนุน

วันเดียวกัน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ว่าสถานการณ์ล่าสุดในการประชุมรัฐสภาวันที่ 27 ก.ค.จะมีการเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพท. พรรค ชทพ.ยินดีสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯที่เสนอโดยพรรค พท.แต่มีเงื่อนไขว่าพรรค พท.ต้องไม่ทำงานร่วมกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112 เช่น พรรค ก.ก.ที่มีนโยบายชัดเจนเรื่องนี้มาตลอด เพราะจุดยืนพรรคชทพ.ไม่แตะต้องและไม่แก้ไข มาตรา 112 แต่ยังไม่มีแกนนำพรรค พท.มาหารือ เพียงแต่เราย้ำว่าหากไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 พรรค ชทพ.ยินดีสนับสนุน

“อนุทิน”ย้ำชัดมี ก.ก.ร่วมวงไม่ได้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรค พท. จึงไม่ทราบว่าพรรค พท.จะมีแนวทางอย่างไร พรรค ภท.มีจุดยืนได้แถลงการณ์และพูดหลายครั้งแล้วว่าเราจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พูดให้ชัดเจนคือ พรรค ก.ก.พรรคเดียวที่มีนโยบายเรื่องนี้ ไม่มีท่าทีจะลดระดับ มีแต่จะเพิ่มความแข็งกร้าวขึ้น ทั้งแกนนำพรรค ก.ก. คณะก้าวหน้าและผู้สนับสนุนพรรค ก.ก. มีการผลักดันที่จะให้แก้ไขมาตรา 112 อย่างแข็งกร้าว ไม่รับฟังเสียงทักท้วง คำร้องขอของใครทั้งนั้น ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าประเด็นนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ ถ้าเราได้รับการติดต่อจากพรรค พท.ให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ถ้ายังมีพรรค ก.ก.อยู่ เราเข้าร่วมไม่ได้

พปชร.จุดยืนไม่ร่วมรัฐบาลมี ก.ก.

นายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ที่มีกระแสข่าวอาจจะมีการทาบทามพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วม ซึ่งพรรคพลังประชารัฐขอแสดงจุดยืนที่จะไม่เข้าร่วมสนับสนุนการโหวตเลือกนายกฯคนที่ 30 และร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย หากพรรคร่วมรัฐบาลยังมีพรรคที่ชื่อก้าวไกลอยู่ร่วมด้วย ซึ่งพรรคพลังประชารัฐได้แถลงการณ์ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่า เราไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 และจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 เพราะพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

รทสช.ลั่นไม่เอาด้วยขั้วอุ้ม ก.ก.

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า แนวทางรวมไทยสร้างชาติในการโหวตเลือกนายกฯ เราเห็นความสำคัญการจัดตั้งรัฐบาล แต่ความมั่นคงของชาติบ้านเมือง และ 3 สถาบันหลักของชาติสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เรายึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราจึงไม่เห็นชอบกับบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯที่ผ่านมาทั้ง 2 ครั้ง เพราะไม่เชื่อว่าพรรค ก.ก.จะมีแนวทางเดียวกับเราอย่างแท้จริง และโหวตเลือกนายกฯครั้งต่อไปหากยังมีพรรคก้าวไกลร่วมเป็นรัฐบาลด้วยเราจะไม่เห็นชอบ เพราะจากการดำเนินการทางการเมืองที่ผ่านมาของพรรคก้าวไกลทำให้เราไม่เชื่อว่าพรรคดังกล่าวจะเปลี่ยนแนวทางและอุดมการณ์ของพรรคได้ เราจะไม่ร่วมเป็นรัฐบาลกับพรรคการเมืองใดก็ตามที่นำพรรคก้าวไกลมาร่วมเป็นรัฐบาลด้วยอย่างเด็ดขาดเพราะกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนาชัดเจน

“ธนกร”ยันยังไม่มีดีลข้ามขั้ว

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค รทสช.กล่าวถึงพรรค พท.ทาบทามพลิกขั้วการเมืองมาบ้างหรือไม่ว่า ยังไม่มีการทาบทามหรือพูดคุยอะไรทั้งนั้น เราพูดคุยกับทุกคนได้อยู่แล้ว แต่ต้องหารือภายในพรรคก่อน ต้องดูเหตุผลหลายด้าน ยังไม่ไปถึงตรงนั้น ยังมีเวลาอยู่ ยังไม่ได้มีการติดต่ออะไรและไม่ได้ไปแสวงหาที่จะพูดคุย เราอยู่ของเราแบบนี้ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุกอย่างเดินไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญในการเลือกนายกฯ ประธานสภาฯคงเร่งดำเนินการอยู่ เพราะประชาชน ภาคเอกชน ภาคธุรกิจต่างๆ รอรัฐบาลใหม่อยู่ ต้องเร่งให้ได้รัฐบาลใหม่โดยเร็ว

“ลุงตู่” บอกแล้วแต่ขั้วเดิมช่วย พท.

เมื่อเวลา 15.41 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 7/2566 ถึงการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2566 ว่า ยังไม่ได้ทำ เมื่อถามว่าจะนัดเมื่อไหร่และทันในรัฐบาลรักษาการหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ ยังต้องดูทิศทางการเมืองเขาสิ เขากำลังตั้งรัฐบาลกันไม่ใช่หรือ เมื่อถามต่อว่าดูเหมือนขั้วรัฐบาลเดิมออกมายื่นมือช่วยพรรคเพื่อไทย พร้อมร่วมรัฐบาล แต่ไม่เห็นด้วยกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไข มาตรา 112 นายกฯกล่าวว่า “ก็แล้วแต่” ก่อนเดินทางกลับออกไป

ปชป.ยันยังไม่เปิดดีลตั้งรัฐบาล

ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เมื่อเวลา 11.00 น.มีการประชุมรักษาการกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค ปชป. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า พรรคไม่มีการพูดคุยกับใครในเรื่องจัดตั้งรัฐบาล เพราะขณะนี้ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 312 เสียง กำลังดำเนินการอยู่ แต่โดยหลักจะต้องเป็นมติที่ประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคร่วมกับ สส. ขณะนี้ยังไม่ได้มอบใครไปเจรจาอะไรทั้งสิ้นในการตั้งรัฐบาล และไม่เคยมีใครมาติดต่อด้วย ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. กล่าวว่า กก.บห.พรรคยังไม่ได้คุยกันเรื่องพรรค พท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น รายงานข่าวที่ระบุว่า 16 สส. ปชป. ขอไปร่วมกับพรรค พท.โดยอ้างอิงถึงขั้วของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป. ขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ ไม่มีใครตัดสินใจได้คนเดียว จะต้องเป็นการประชุมร่วมกันของ กก.บห.และ สส.ทั้ง 25 คน ไม่มีใครใช้อำนาจพลการสามารถไปตกลงว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล

“เสี่ยต่อ” ลั่นศึกในจบได้ด้วยสำนึก

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ และรักษาการเลขาธิการพรรค ปชป. ให้สัมภาษณถึงการประชุมใหญ่วิสามัญพรรค ปชป.ในวันที่ 6 ส.ค.ว่า การประชุมใหญ่วิสามัญพรรคในวันที่ 6 ส.ค.จะราบรื่นหรือไม่ขึ้นอยู่กับสำนึกเพราะสำนึกมันลึกกว่าสันดาน มันนิสัย สันดาน และสำนึก เพราะสำนึกมันลึกสุด ถ้ามีสำนึกทุกอย่างจบหมดไม่ต้องห่วง เมื่อถามว่ามีการคุยกันภายในหรือไม่ที่จะให้มี กก.บห.ชุดใหม่และหัวหน้าใหม่ นายเฉลิมชัยตอบว่า วันนี้เราเลยประชุม กก.บห.พรรคเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งต่างๆเรายกเลิกทั้งหมดเพื่อเข้าสู่กระบวนการ และวันนี้มีผู้ใหญ่หลายๆท่านพูดเองว่า อยากเห็นการประชุมใหญ่ในวันที่ 6 ส.ค.ครบองค์ประชุม ดังนั้น เมื่อผู้ใหญ่ท่านพูดมาแล้วก็คงไม่เสียคำพูด เพราะคนเราถ้าเสียคำพูดก็ไม่มีใครที่จะไปนับถือแล้ว

“วันนอร์” ไม่หวั่นเจอทัวร์ลง

เมื่อเวลา 11.40 น. ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา แถลงว่า ยืนยันการทำหน้าที่ประธานรัฐสภาในที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. เพื่อพิจารณาลงมติเลือกนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ตามข้อบังคับและตามนโยบายปฏิบัติตนเป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช่ว่าไปรับฟังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ส่วนที่พรรค พท.และพรรค ก.ก.วิจารณ์ไม่หนักใจหรือท้อถอยใดๆ ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องแล้ว ที่สังคมวิจารณ์ ความคิดเห็นย่อมแตกต่างกันได้ไม่มีปัญหาอะไร ไม่กลัวทัวร์ลงเพราะทำหน้าที่เป็นกลางที่สุด ถูกต้องตามข้อบังคับ และทำหน้าที่เพื่อให้ได้นายกฯของประเทศไทย และพร้อมยอมรับคำตำหนิ ทั้งนี้ ได้ออกหนังสือนัดประชุมโหวตนายกฯในวันที่ 27 ก.ค.แล้ว และเตรียมนัดประชุมวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 26 ก.ค. เวลา 14.00 น.

ไม่ขัด ก.ก.ยื่นตีความมติ 19 ก.ค.

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า กรณีพรรค ก.ก.เตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการลงมติของรัฐสภาเสียงข้างมาก 395 เสียง เห็นชอบกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 41 ตีตกการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค ก.ก.โหวตเป็นนายกฯ ซ้ำรอบ 2 เป็นสิทธิที่ทำได้ ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินอย่างไร หรือมีผลผูกพันกับรัฐสภาอย่างไรต้องรอคำวินิจฉัย แต่วันที่ 19 ก.ค.ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมนั่งฟังการอภิปราย 6-7 ชั่วโมง ไม่มีสมาชิกคนใดแสดงว่ามีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ให้ประธานวินิจฉัยว่าเมื่อมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้อนุญาตเสนอชื่อได้อีก เมื่อไม่มีผู้เสนอในที่ประชุมวันนั้นมติเห็นชอบเสียง 395 จึงชอบแล้ว และต้องยึดความคิดเห็นของสมาชิก ยืนยันไม่ใช่ประธานปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ไม่ได้ตั้งใจปิดประชุมเร็วเนื่องจากหมดวาระแล้ว

“สมชาย” ตั้งแง่ พท.ต้องไม่เอา ม.112

เมื่อเวลา 14.45 น. นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สว. โพสต์เฟซบุ๊กว่ายินดีกับการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของพรรค พท. ถือเป็นการเดินตามครรลองประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ขอเสนอแกนนำใหม่ควรแถลงประเด็นของพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องดำเนินการให้ชัดเจนอย่างน้อย ดังนี้ 1.ตัวบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นนายกฯ 2.พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ไม่มีนโยบายใดๆจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือกลุ่มการเมือง กลุ่มอื่นๆที่พรรคสนับสนุนแก้ไขประมวลกฎหมาย มาตรา 112 และมาตราอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หรือดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่กระทบต่อสถาบันหลัก คือ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งการกระทำโดยตรงของรัฐบาล รมต. สส.และเครือข่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะกระทำเองหรือการให้การสนับสนุนใดๆอีกต่อไป 3.ไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริตและคดี 112 หรือคดีอาชญากรรมร้ายแรง

ถ้าหาข้อสรุปไม่ได้แนะเลื่อนโหวต

นายสมชายโพสต์อีกว่า 4.นโยบายด้านเศรษฐกิจนำพาสู่ประเทศพัฒนาแล้วที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม 5.นโยบายต่างประเทศที่ไม่กระทบความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และภูมิภาค 6.นโยบายด้านการทหารและความมั่นคงปลอดภัยของประเทศในทุกมิติ 7.นโยบายด้านปฏิรูปการศึกษา การพัฒนาสังคมเพื่อเด็กและเยาวชนให้ปลอดภัยจากสังคมสื่อโซเชียลที่สร้างความเกลียดชังในปัจจุบัน 8.นโยบายด้านแรงงานและสวัสดิการสังคม 9.นโยบายกระจายความเจริญลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างครอบคลุมทุกมิติ 10.นโยบายแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยไม่สนับสนุนการทำประชามติแบ่งแยกดินแดนใดๆ 11.นโยบายแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นรูปธรรม ถ้าพรรค พท. แกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ยังหาข้อสรุปร่วมให้ชัดเจนไม่ได้ เสนอให้ทำเรื่องแจ้งต่อประธานรัฐสภา เพื่อเลื่อนการประชุมรัฐสภา วันที่ 27 ก.ค.ออกไปก่อน จะได้เกิดความรอบคอบรัดกุมให้ชัดเจน ให้สมาชิกรัฐสภา พิจารณาโหวตให้ความเห็นชอบนายกฯ คนที่ 30 ได้เสียที

ยื่นส่งตีความมติรัฐสภาขัด รธน.

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายพรชัย เทพปัญญา นักวิชาการอิสระพร้อมนายบุญส่ง ชเลธร อาจารย์คณะนวัตกรรมสังคมมหาวิทยาลัยรังสิต ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่าน พ.ต.ท.กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีที่ประชุมรัฐสภา วันที่ 19 ก.ค มีมติว่าการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาโหวตลงมามติเป็นนายกฯเป็นการเสนอญัตติซ้ำ ขัดกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายพรชัยกล่าวว่า ถือเป็นผู้ถูกกระทบสิทธิโดยตรง เป็นผู้ไปเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค.และเลือก สส.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตพรรค ก.ก. ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่รับคำร้อง ไม่ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คงไม่ไปต่อ ได้ทำหน้าที่เสร็จแล้ว คงปล่อยให้พรรคการเมืองอื่นดำเนินการกันไป

ผู้ตรวจการฯไม่รับปากจะทัน 27 ก.ค.

พ.ต.ท.กีรปกล่าวว่า ข้อเท็จจริงการลงมติของ สมาชิกรัฐสภาวันที่ 19 ก.ค. มีข้อมูลครบถ้วนอยู่แล้ว เหลือเพียงพิจารณาข้อกฎหมาย โดยเฉพาะตามมาตรา 46 ประกอบมาตรา 48 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องพิจารณาว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ประเด็นสำคัญการจัดส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง และได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจเดือดร้อนเสียหายโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องมาจากการถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพนั้น ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยได้ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน แต่ถ้าเลยกรอบเวลา ผู้ถูกละเมิดสิทธิสามารถยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ทราบดีว่าอยู่ในความสนใจของประชาชน และประธานรัฐสภานัดหมายโหวตนายกฯ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะพยายามพิจารณาให้เร็วที่สุด เมื่อถามย้ำว่าเป็นไปได้หรือไม่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีคำวินิจฉัยก่อนวันที่ 27 ก.ค. เจ้าหน้าที่จะเร่งสรุปเรื่อง นำเสนอผู้ตรวจการพิจารณาโดยเร็ว

จนท.ผวา “ลุง” ปาปลาร้าใส่ กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 20 ก.ค.นายเทวา ศรีตะวัน อายุ 67 ปี ชาวปากเกร็ด จ.นนทบุรี ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงขาสั้นนำปลาร้าบรรจุถุงก๊อบแก๊บ มาพบเจ้าหน้าที่รับเรื่อง และปาลงพื้นเพื่อประท้วงที่ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีถือหุ้นสื่อไอทีวีสั่งให้นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่สส.บริเวณหน้าห้องรับร้องเรียนหรือสารบรรณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ปิดประตูเข้าออกด้านหน้าห้องรับเรื่องร้องเรียน ผู้มาร้องเรียนต้องแลกบัตร และลงชื่อกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของศูนย์ราชการตรวจตราบุคคลเข้าออก และเดินตรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบมากขึ้น ทั้งนี้นายเทวาหรือ “ลุงเทวา” มาแวะเวียนที่สำนักงาน กกต. 2 ครั้งก่อนลงมือปาปลาร้า ทำให้เจ้าหน้าที่ กกต. หวาดผวาในระบบความปลอดภัยที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งๆที่ช่วงเกิดเหตุมีตำรวจยืนอยู่แต่ไม่ระงับเหตุ มีรายงานด้วยว่า ลุงเทวาได้ไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่มอบถุงปลาร้าให้เจ้าหน้าที่ศาลเป็นเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ขณะเดียวกันพล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น. 2 กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้เจ้าหน้าที่ กกต.ผู้เสียหายเข้าแจ้งความเอาผิดกับนายเทวา จากนั้นจะเรียกตัวมาสอบปากคำ หากพบเข้าข่ายความผิดอาจดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจอ “แฮกเกอร์” โจมตีจ้าละหวั่น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกัน สำนักงานกกต.แจ้งว่า ขณะนี้มีกลุ่มแฮกเกอร์กำลังเข้าโจมตีในแอปพลิเคชัน Smart Vote ที่ใช้ในการเลือกตั้ง มีข้อความประหลาดแจ้งเตือนโผล่ขึ้นมา ต้องปิดระบบไปจนกว่าจะดำเนินการแก้ไขเสร็จสิ้น สำหรับแอปพลิเคชัน Smart Vote เปิดตัวเมื่อปี 2563 ดาวน์โหลดได้ทาง App Store และ Google Play เพื่อใช้อำนวยความสะดวกเรื่องข้อมูล การเตรียมความพร้อมและข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ประเดิมใช้ครั้งแรกในการเลือกตั้งท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)และสมาชิก อบจ.ทั่วประเทศ

ผบ.ตร.ขันนอตรับสถานการณ์

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยจากการชุมนุมของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า ให้แต่ละหน่วยจัดทำแผนดูแลในแต่ละพื้นที่ภายใต้ พ.ร.บ.การชุมนุมฯเป็นหลัก ส่วนการชุมนุมในวันที่ 27 ก.ค. วันโหวตนายกฯรอบที่ 3 จะใช้แผนปฏิบัติเดิม ประเมินสถานการณ์และการข่าวแบบวันต่อวัน ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดให้ในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีที่มีคนนำปลาร้าที่สำนักงาน กกต.จะนำเหตุการณ์ดังกล่าวไปปรับใช้ดูแลความปลอดภัยสถานที่ต่างๆที่สุ่มเสี่ยงต่อไปแต่ผู้ก่อเหตุต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่พบการโพสต์ข้อความคุกคามข่มขู่ในโซเชียลมีเดียนั้นจะให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) รับผิดชอบดำเนินการ เบื้องต้นทราบว่ายังไม่ได้ดำเนินคดีกับใคร

“อาทิตย์ใหม่” จัดม็อบขจัด สว.ฯ

สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มสนับสนุนพรรค ก.ก.เมื่อเวลา 17.20 น.ที่ลานหน้าหอประชุมใหญ่ ม.เกษตรศาสตร์ (มก.) บางเขน พรรคอาทิตย์ใหม่ ที่เป็นพรรคกิจกรรมนิสิต มก.นำโดย น.ส.เพลง ทัพมาลัย อดีตนายกองค์การบริหาร องค์การนิสิต มก.จัดกิจกรรมชุมนุมปราศรัย “ร่วมขจัด สว.ใจทราม” มีนักเคลื่อนไหว อาทิ นายชาติชาย แกดำ กลุ่มราษฎร นายกรกช แสงเย็นพันธ์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นาย วีรวิทย์ รุ่งเรืองศิริผล หรือลุงศักดิ์ นายสมชาย คำนะ กลุ่มทะลุแก๊ส น.ส.นภัสสร บุญรีย์ กลุ่มด้อมส้ม นายอนุสรณ์ อุณโณ อดีตคณบดีคณะสังคมวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ แกนนำเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง และนางชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มก.ในฐานะรองกรรมการมูลนิธิสิทธิอิสราหรือกองทุนราษฎรประสงค์ ที่ดูแลจัดหาเงินประกันตัวคดีของผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง

สับ สว.สร้างทุกข์ไม่เคารพ ปชช.

จากนั้นนายศรันย์ สมันตรัฐ นักวิชาการ สาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มก. กล่าวถึงงานวิจัยจากนักวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบกฎหมาย การเมือง และประชาธิปไตยเบื้องต้น มานำเสนอให้มวลชนได้รับทราบ พร้อมกับเปรียบเทียบกับการเมืองไทยในปัจจุบัน เช่น ระบบกฎหมายไทยบางกรณีมีการตีความที่กำกวมทำให้เกิดความขัดเเย้ง นอกจากนี้ระบบการเมืองไทยยังเอื้อต่อการรัฐประหาร เมื่อรัฐประหารก็ไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ จากนั้นตัวแทนพรรคอาทิตย์ใหม่ น.ส.กะทิ (ขอสงวนชื่อสกุลจริง) นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ มก.กล่าวปราศรัยว่า การประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ก.ค.เห็นชัดเจนแล้วว่า ผู้มีอำนาจไม่เคยเห็นความสำคัญของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นการขัดขวางการพัฒนาและใช้อำนาจในทางที่ผิด ขัดขวางความหวังและอนาคตของประชาชน ตนรู้สึกมีความสุขที่ประชาชนออกมาร่วมต่อสู้ แต่ต้องรู้สึกเป็นทุกข์ที่ สว.ไม่เคารพเสียงของประชาชน ทั้งที่ประชาชนได้ออกมาเลือกตั้ง ใช้สิทธิอย่างถูกกฎหมาย

ชักธงดำขึ้นสู่ยอดเสาธงชาติ

กระทั่งเวลา 18.00 น. หลังเคารพธงชาติมีการลดธงชาติลงจากยอดเสาแล้ว ทางกลุ่มผู้จัดการชุมนุมได้นำธงสีดำ ข้อความ respect my vote ชักขึ้นสู่ยอดเสาแทน พร้อมเปิดเพลง do you hear the people sing ที่เนื้อหาสื่อถึงความเหลื่อมล้ำ และความอยุติธรรมของสังคมฝรั่งเศสในยุคหนึ่ง โดยผู้เข้าร่วมต่างพร้อมใจกันชู 3 นิ้ว พิธีกรเวทีประกาศว่าเป็นการนำธงที่แสดงความไว้อาลัยให้กับประชาธิป ไตยที่ถูกย่ำและเผด็จการทหารตลอดพวกถ่วงความเจริญที่ฉุดรั้งประเทศไทย

ฝ่ายมั่นคงจับตาจุดไฟลามทุ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดชุมนุมของกลุ่มนิสิตเกษตร ครั้งนี้ได้รับการจับตาจากฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นการเปิดฉากชุมนุมในพื้นที่สถาบันอุดมศึกษาครั้งแรก หลังนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรค ก.ก.ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ สส.ระหว่างวินิจฉัยคดีถือหุ้นสื่อไอทีวี อีกทั้งก่อนหน้านี้เมื่อปี 63 ในช่วงการเคลื่อนไหวของม็อบเยาวชนชูสามนิ้ว การชุมนุมของนิสิต มก.ถือเป็นเวทีแรกๆที่จุดขึ้นก่อนที่จะติดแล้วลุกลามออกไปเป็นไฟลามทุ่งในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ

นศ.จัดแฟลชม็อบบี้ สว.ฟัง ปชช.

เมื่อเวลา 19.00 น. ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ แยกปทุมวัน กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก และเครือข่ายนักศึกษาจำนวนหนึ่ง นำโดย น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง แกนนำกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก จัดแฟลชม็อบ พูด-ร้อง-เต้น บนธงสายรุ้ง ส่งเสียงเรียกร้องให้ สว.ฟังเสียงประชาชน หลัง สว.และ สส.ฝ่ายอนุรักษนิยมไม่โหวตให้นายพิธาเป็นนายกฯ บรรยากาศคึกคักได้รับความสนใจจากผู้สัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก มีหลายคนร่วมแสดงความไม่พอใจ สว.เสียงข้างมากอย่างดุเดือด น.ส.ชุมาพรกล่าวว่า เป็นการแสดงออกว่าเราไม่ยอมกับอำนาจเผด็จการอีกต่อไป เป็นจุดเริ่มของเสียงประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตย พวกเราจะจับตาการจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายประชาธิปไตยอย่างใกล้ชิด และจะจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวต่อเนื่องไปจนกว่าข้อเรียกร้องของพวกเรา โดยเฉพาะการสมรสเท่าเทียม และการมีรัฐบาลมาจากเสียงร้องของประชาชนจะเกิดขึ้นเป็นจริง

นิสิตพะเยารวมตัวต้านอำนาจมืด

เวลา 17.00 น. ที่ห้องประชุมภูกามยาว 3 อาคารเรียนรวม ม.พะเยา จ.พะเยา นิสิตคณะรัฐศาสตร์พากันออกมารวมตัวกว่า 10 คน แต่งชุดดำ ปิดไฟ เปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือ ร้องเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา แสดงพลังชู 3 นิ้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงจุดยืน แสดงพลัง ทิ้ง ผู้บริหารระดับประเทศ ตัวแทนนิสิตฯกล่าวว่า หลังแสดงพลังในวันนี้แล้วจะรวมตัวกันอีกครั้ง และเชื่อว่าจะต้องมีม็อบเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเพื่อต่อสู้กับอำนาจมืด และสำหรับการรวมตัวแสดงพลังในครั้งนี้ มันไม่น่าจะเกี่ยวกับการคุกคามความมั่นคง

ศาลไต่สวนถอนประกัน “อานนท์”

ที่ศาลอาญา บ่ายวันเดียวกัน พนักงานสอบสวน ยื่นคำร้องขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน แกนนำกลุ่มราษฎรอีกรวม 2 คำร้อง ของ สน.บางโพ ในคดีหมายเลขดำ อ.2847/2564 และคำร้องของ สน.สำราญราษฎร์ ในคดีหมายเลขดำ อ.2495/2564 อ้างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการชักชวนร่วมกิจกรรมชุมนุมในวันที่ 12 และ 16 ก.ค.โดยศาลอาญามีหมายเรียกนายอานนท์มาศาลเพื่อรับทราบคำร้อง และให้ยื่นคำแถลงต่อศาลภายใน 3 วัน เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควรต่อไป และหมายนัดให้ผู้ประกันทราบกำหนดส่งตัวจำเลยตามหมายเรียกด้วย