ม็อบส้มเดือดศาล รธน.สั่ง “พิธา” หยุดทำหน้าที่ สส. แถมวืดเก้าอี้นายกฯ เคลื่อนตัว จากที่ชุมนุมประชิดสภาปีนประตูหวังบุกเข้าหา สว. “ทวี ไกรคุปต์” โผล่ให้กำลังใจเชื่อก้าวไกลไม่ล้มสถาบัน ด้อมส้มสูงวัยผิดหวังร่ำไห้ลมจับ ก่นด่า “เสียงของเราถูกปล้นไปอีกแล้ว” 4 เยาวชนโชว์พลังปีนตู้คอนเทนเนอร์ต้าน สว. “สส.โตโต้” นำทีมอ้อนเลือกตั้งครั้งหน้าขอก้าวไกล 300 เสียง “สมยศ” ระดมพลยึดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จัดพิธีฌาปนกิจ สว. ปลุกประชาชนสู้ทุกรูปแบบ กดกระดิ่งยันหน้า บ้าน สว.ไร้สำนึก นัดแต่งดำไว้อาลัยประชาธิปไตยไทยทั้งเดือน ก.ค.

การเมืองภาคประชาชนส่อระอุ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับวินิจฉัยคำร้องคดีถือหุ้นสื่อไอทีวี สั่งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายก รัฐมนตรี พรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. พร้อมๆ กับผลโหวตนายกฯรอบ 2 ไม่ได้เป็นนายกฯ จนม็อบตะบะแตกแหกกฎบุกประชิดอาณาเขตรัฐสภา จัดพิธีฌาปนกิจ สว.ชวนแต่งดำไว้อาลัยประชาธิปไตยไทย

ตร.ระดมรับมือม็อบหนุน “พิธา”

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ฝั่งถนนทหาร เมื่อเวลา 01.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจขนตู้คอนเทนเนอร์รวม 30 ตู้ คลุม ด้วยแผ่นภาพวิวต้นไม้ และภาพอาคารเครื่องยอดของรัฐสภามาวางเรียงเป็นแนวยาวติดฝั่งรั้วอาคารรัฐสภา ตั้งแต่แยกเกียกกายทางเข้าถนนทหาร จนถึงทางเข้าวัดแก้วฟ้าจุฬามณี เพื่อสกัดมวลชนสนับสนุนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ไม่ให้ประชิดติดอาคารรัฐสภา พร้อมติดป้ายประกาศของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ห้ามชุมนุมในรัศมี 50 เมตร รวมถึงบริเวณด้านหน้ารัฐสภา ฝั่งถนนสามเสน ได้ตั้งตู้คอนเทนเนอร์ปิดถนนตั้งแต่แยกเกียกกายถึงแยกบางกระบือ ปิดสะพานลอยข้ามแยกเกียกกาย ทั้ง 2 ฝั่ง วางรั้วลวดหนามหีบเพลงขวางทางขึ้น จัดกำลังขึ้นไปยืนประจำการบนตัวสะพาน ใช้แผ่นป้ายติดตั้งกำบังไว้ป้องกันการถูกขว้างปาอีกชั้น ส่วนใต้สะพานลอยนำรถเครื่องขยายเสียง รถพยาบาลฉุกเฉิน มาจอด เตรียมรับสถานการณ์ ขณะที่บริเวณประตูใหญ่ทางเข้าอาคารพระสุริยันต์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) 1 กองร้อยยืนตั้งแนวรักษาการณ์ร่วมกับตำรวจสภาฯ เพื่อตรวจสอบบุคคลที่เข้าไปภายในพื้นที่รัฐสภาอย่างเข้มงวด

...

“โมกหลวงฯ-ทะลุแก๊ส” นำธงลุย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้พากันทยอยเดินทางมารวมตัวกันปักหลักค้างแรม ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 18 ก.ค. ปูเสื่อหลับนอนริมฟุตปาท หน้าศูนย์ราชการกรุงเทพ (เกียกกาย) ที่ กทม.กำหนดไว้ ก่อนเริ่มคึกคักตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 19 ก.ค.มวลชนพ่อค้าแม่ขายมาจับจองพื้นที่ขายอาหาร เครื่องดื่ม และของที่ระลึกที่เกี่ยวกับพรรค ก.ก.ยาวตลอดแนวถนนทหารรวมกว่า 70 ร้าน ต่อมาได้มีมวลชนนำรูปนายพิธาและป้ายข้อความสนับสนุนพรรค ก.ก.โจมตี สว.มาติดไว้ที่แนวตู้คอนเทนเนอร์ ส่วนภายในศูนย์ราชการกรุงเทพฯมีการตั้งเต็นท์ 10 หลังไว้อำนวยความสะดวก พร้อมรถสุขา อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามมวลชน ยืนยันว่า ในเวลาประมาณ 13.00 น.กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย นำโดยกลุ่มโมกหลวงริมน้ำและกลุ่มทะลุแก๊ส มาเป็นแกนนำมวลชนทำกิจกรรม เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจะนำมวลชนทั้งหมดเคลื่อนไปรวมพลกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ร่วมกิจกรรม “ฌาปนกิจ สว.” ตามที่ได้นัดหมาย

“พ่อปารีณา” โผล่ยืนข้าง “ด้อมส้ม”

ต่อมานายทวี ไกรคุปต์ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) บิดานางปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี พรรค พปชร. เดินทางมาสังเกต การณ์ จากนั้นกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่รักสถาบันฯเหมือนกัน วันนี้มาเคียงข้างพรรค ก.ก.เพราะเชื่อในเหตุผลที่ต้องการแก้ไขมาตรา 112 เพื่อปรับโครงสร้างบางอย่างให้ดีขึ้น การมากล่าวหาว่า ล้มสถาบันจึงรับไม่ได้ ทั้งฝากถึงนายพิธา ลิ้มเจริญ รัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค ก.ก. ด้วยว่า แม้จะ ถูกสกัดกั้นขอให้สู้ต่อด้วยจิตวิญญาณ ตนพร้อมอยู่เคียงข้างตลอด

ลมจับศาล รธน.สั่งยุติหน้าที่ สส.

ต่อมาเวลา 12.00 น. ระหว่างที่ประชุมรัฐสภา โหวตเลือกนายกฯรอบ 2 กำลังอภิปรายถกเถียงก่อนโหวต เป็นเวลาเดียวกันกับศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกฯ พรรค ก.ก.ยุติปฏิบัติหน้าที่ สส.ในคดีถือหุ้นสื่อไอทีวี ทันทีที่ทราบข่าวด้อมส้มผู้สูงวัยที่รอให้กำลังใจนายพิธามาตั้งแต่ช่วงเช้า ต่างส่งเสียงตะโกนโห่แสดงความไม่พอใจ หลายคนเสียใจถึงกับร่ำไห้ พากันด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย บางรายระบุว่าเสียงของเราถูกเขาปล้นไปอีกแล้ว มีหญิงสูงวัยรายหนึ่งถึงกับเป็นลมล้มลงหมดสติ จากนั้นมวลชนที่นำโดยกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ได้กรูกันออกจากสถานที่ชุมนุมศูนย์ราชการกรุงเทพฯ ไปรวมตัวกันอยู่ที่บริเวณประตูทางเข้าอาคารรัฐสภา ฝั่งตรงข้ามวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ส่งเสียงตะโกนด่าทอ สว.ด้วยความไม่พอใจ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมายืนตั้งแถวตั้งรับอยู่หลังแนวประตู

เดือดจัดบุกประชิดรั้วรัฐสภา

จากนั้นมวลชนเริ่มแสดงความไม่พอใจเพิ่มขึ้นนอกจากด่าทอ สว.แล้วยังตะโกนคำว่า “พิธานายกฯๆ” ไปพร้อมกันบางรายถึงกับปีนประตูรัฐสภาท้าทายให้เจ้าหน้าที่มาจับกุม พร้อมกับนำพลุแฟลร์มาจุดแสดงความไม่พอใจ โปรยใบลาออกให้ สว. เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการณ์อยู่ภายในบริเวณอาคารรัฐสภาได้ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศเตือนให้ผู้ชุมนุมทราบว่า ห้ามการชุมนุมในรัศมี 50 เมตรจากอาคารรัฐสภา ขอร้องให้กลับไปชุมนุมภายในบริเวณศูนย์ราชการกรุงเทพฯที่จัดไว้ให้แต่มวลชนที่ยังอยู่ในอาการขุ่นเคืองต่างแสดงความไม่พอใจส่งเสียงโห่ฮา พากันยกนิ้วกลางใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างนั้นได้มีนักศึกษาจากเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นำป้ายข้อความเผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญมาชูสมทบ จุดพลุแฟลร์สีส้ม โปรยกระดาษยื่นใบลาออกให้ สว.ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องประกาศ ขอให้ชุมนุมโดยสงบไม่จุดพลุแฟลร์ ขณะที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ที่ปรึกษารองประธานสภาฯคนที่ 1 และอดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรค ก.ก.ขับรถขอเข้าไปทำงานในสภาฯ เจรจากับเจ้าหน้าที่ให้เปิดประตู แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยินยอม ก่อนตัดสินใจขับรถออกจากกลุ่มผู้ชุมนุมไป

“ปดิพัทธ์” กล่อมถอยกลับที่ตั้ง

กระทั่งนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯคนที่ 1 เดินออกจากอาคารรัฐสภามาพุดคุยกับ พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.บางโพ เพื่ออาสาเป็นตัวแทนเข้าพูดคุยกับมวลชน ก่อนเดินออกจากอาคารรัฐสภาไปเจรจากับมวลชนบริเวณรอบนอกรัฐสภา โดยขอร้องให้กลับไปชุมนุมในพื้นที่ชุมนุมสาธารณะที่ กทม.กำหนดไว้ภายในศูนย์ราชการกรุงเทพฯโดยสงบ สถานการณ์ถึงค่อยสงบมวลชนเริ่มลดความดุเดือดลง หลายคนเริ่มเตือนกันแล้วถอยออกจากบริเวณประตูหน้าทางรัฐสภา

4 ด้อมโจ๋ปีนคอนเทนเนอร์ต้าน

ต่อมาเวลา 14.20 น. กลุ่มเยาวชนที่สนับสนุนพรรค ก.ก. นำโดยนายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือสายน้ำ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน นายจิรภาส กอรัมย์ หรือแก็ป และนายสมชาย คำนะ หรือดิว ได้ปีนตู้คอนเทนเนอร์บริเวณประตูทางเข้า-ออกรัฐสภา ฝั่งวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ถนนทหาร เพื่อแสดงพลังกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านกลุ่ม สว.ที่ไม่โหวตให้นายพิธาเป็นนายกฯเป็นเวลา 10 นาที ก่อนเดินทางไปร่วมทำกิจกรรมพิธีฌาปนกิจ สว.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในเวลา 17.00 น. ตามที่นัดกันไว้

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.น. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ.จำนวน 50 นายออกมาสังเกตการณ์บริเวณรั้วรัฐสภาประตู 1 หลังจากที่เยาวชนทั้ง 4 คน ปีนตู้คอนเทนเนอร์ โดยนายนภสินธุ์ถอดเสื้อโชว์เรือนร่างประกาศว่าปีนขึ้นมาโดยสันติปราศจากอาวุธ ทั้ง 4 คนได้เดินไปเดินมาบนตู้คอนเทนเนอร์นาน 30 นาที ก่อนลงสู่พื้นราบไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ

“โตโต้” นำทีม สส.ปลอบม็อบ

ต่อมาเวลา 17.20 น. หลังเสร็จสิ้นการประชุมรัฐสภา ที่ผลโหวตออกมานายพิธา ไม่ได้เป็นนายกฯ สส.พรรค ก.ก.ทยอยเดินออกมาพบปะมวลชน บริเวณประตูเล็กด้านข้างฝั่งติดแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ สส.กทม. นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สส.กทม. และ น.ส.สิริลภัส กองตระการ สส.กทม. น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี และรวมถึงนายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่ามกลางเสียงตะโกนเชียร์ “ก้าวไกล” ดังกระหึ่ม นายปิยรัฐกล่าวว่า หวังให้เหตุการณ์เป็นไปอย่างสงบ ขอให้มวลชนและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยมีความเข้าใจกันและกัน ขอให้ประชาชนให้กำลังใจสนับสนุนพรรค ก.ก.เช่นนี้ต่อไป แม้ว่าพรรค ก.ก.จะไม่ได้ตำแหน่งนายกฯหรือจัดตั้งรัฐบาล เลือกตั้งครั้งหน้าขอให้ได้จำนวน สส.ถึง 300 เสียง นายกันต์พงษ์กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเพียงยกแรก สุดท้าย แล้วคือตัวแทนของประชาชน และทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ขอให้สู้ไปกับพวกเราอย่างเต็มที่

สว.ผวาใช้ทางออกเลี่ยงม็อบ

ขณะที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ส่งข้อความทางไลน์กลุ่มเพื่อรายงานสถานการณ์การชุมนุมบริเวณพื้นที่ด้านนอกอาคารรัฐสภาว่า เรียน สว.รายงานสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณศูนย์ราชการกทม. เกียกกาย ล่าสุดขณะนี้มีผู้ชุมนุมประมาณ 30 คน และได้เริ่มมีการทยอยเดินทางออกจากพื้นที่ชุมนุม กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า เริ่มทยอยเดินทางกลับ เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของ กทม.เข้าทำความสะอาดพื้นที่ชุมนุม ประตูทางเข้า-ออกอาคารรัฐสภา บริเวณถนนทหารยังคงปิดอยู่ ทั้งนี้ การเดินทางออกจากรัฐสภาให้ใช้ประตูทางออกฝั่งวุฒิสภา บริเวณถนนสามเสน เลี้ยวขวาไปยังแยกบางกระบือเท่านั้น เหตุการณ์ทั่วไปปกติ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ทร.สแตนด์บายเรือรับส่ง ผบ.

พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) กล่าวถึงกรณีมีเรือจากกรมการขนส่งทหารเรือ (ขส.ทร.) มาจอดเทียบที่ท่าเรือหลังตึกวุฒิสภาว่า เรือลำดังกล่าวเป็นเรือที่ใช้รับและส่ง พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. ที่เป็น สว. เข้าร่วมการประชุมโหวตนายกฯรอบที่ 2 โดยคาดว่า ผบ.ทร.อาจใช้เรือเดินทางกลับ แต่ในช่วงเช้า ผบ.ทร.เดินทางด้วยรถยนต์ ส่วนเรือที่อำนวยความสะดวกให้ สส.และ สว.ได้เตรียมพร้อมไว้ในที่ตั้ง หากมีการร้องขอมาจะมีเรือที่ไปรับในทันที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯครั้งที่ 2 สว.ในสัดส่วนเหล่าทัพ มาร่วมประชุมเกือบทั้งหมด ยกเว้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.ลาประชุมเดินทางไปราชการ ประเทศอินโดนีเซีย ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว

รวมพลจัดพิธีฌาปนกิจ สว.

อีกด้านหนึ่ง ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กลุ่มแนวร่วมประชาชน นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย น.ส.ธนพร วิจันทร์ กลุ่มเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน นายชาติชาย แกดำ กลุ่มราษฏร ฯลฯ นัดมวลชนผู้สนับสนุนพรรค ก.ก.รวมตัวจัดกิจกรรมชุมนุมใส่ชุดดำ “ฌาปนกิจ สว.” โดยใช้พื้นที่บนฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตั้งเวทีปราศรัย เปิดช่องจราจรโดยรอบไว้ให้สัญจรไปมาได้ มีมวลชนที่มาจากการชุมนุมหน้ารัฐสภา ทยอยเดินทางมาสมทบ จับกลุ่มพูดคุยกันเรื่องความไม่เป็นธรรมที่เกิดกับพรรค ก.ก.ต่อมา น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือสายน้ำ นายศุทธวีร์ สร้อยคำ หรือบังเอิญ ศิลปินอิสระที่ถูกดำเนินคดีข้อหาพ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว สวมเสื้อดำปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนตัวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

“สมยศ” ปลุก ปชช.สู้ต่อทุกรูปแบบ

นายสมยศกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้พวกเผด็จการและศักดินา ได้ร่วมกันทำลายสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำให้ความฝันของประชาชนที่อยากจะเห็นพรรค ก.ก.และพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสูญสลายไปตอนนี้พรรค ก.ก. มีแนวโน้มสูงที่จะถูกถีบไปเป็นฝ่ายค้านถามว่ารับกันได้หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นกลไกสังหารรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยชุดแล้วชุดเล่า แต่พวกที่ทำรัฐประหารกลับไม่ว่าอะไรปล่อยให้ลอยนวล จากนี้เราคงต้องต่อสู้กันต่อในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการไปเคาะประตูหรือกดกระดิ่งบ้าน สว.เพื่อให้สำนึกบุญคุณแผ่นดินให้เขากลับตัวกลับใจ การต่อสู้ต่อจากนี้จะไม่ใช่เป็นเรื่องของพรรค ก.ก. แต่เป็นเรื่องของประชาชนที่ออกมาร่วมกันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่ต้องร่วมกันจัดการกับองค์กรอิสระและมือที่มองไม่เห็น การต่อสู้ทั้งแผ่นดินเริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันนี้ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

แต่งดำไว้ทุกข์ให้ ปชต.จนสิ้น ก.ค.

น.ส.ธรพรกล่าวว่า ขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันสวมเสื้อสีดำเพื่อไว้อาลัยต่อประชาธิปไตยตลอดทั้งเดือน ก.ค. นายรัฐภูมิ เลิศไพจิตร หรือ เติร์ด แกนนำกลุ่ม wevo กล่าวว่า ขอให้กำลังใจ 8 พรรคจับมือกันอย่างมั่นคงและพูดคุยกันอย่างเปิดเผย ให้คิดว่าสิ่งที่ทำ คนที่จะได้ประโยชน์คือประชาชน ที่ต้องทนทุกข์ทรมานมา 8 ปี จะได้พบเห็นแสงสว่าง

“อานนท์” ลั่นยกระดับสู้ยกสุดท้าย

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายอานนท์ นำภา ทนายจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำกลุ่มราษฎร ขึ้นปราศรัยบนเวทีว่า ถือว่าวันนี้เป็นวันแรกของการต่อสู้ครั้งใหม่เป็นยกสุดท้ายที่จะทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ เรากำลังถูกผลักให้ต่อสู้กับบุคคลที่ครองอำนาจอย่างแท้จริง แม้เขาเหยียบเราจมดิน แต่เราเป็นเมล็ดพืช ยิ่งถูกเหยียบยิ่งงอกงาม คนรุ่นใหม่กำลังเติบโตขึ้นมาเป็นระนาบ ปีนี้พรรค ก.ก. 14 ล้านเสียง อีก 4 ปี 20 ล้านเสียงแน่ ถ้าเราไม่ออกมาต่อสู้พรรค ก.ก. โดนยุบร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาไม่ได้กลัวแค่แก้ไข มาตรา 112 แต่กลัวจะไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต่างๆในสังคม ต่อไปนี้จะนัดให้พี่น้องต่างจังหวัดเข้ามานอนค้างที่ กทม. ร่วมชุมนุมกับเรา วันไหนพร้อมไปหน้าทำเนียบแน่นอน ล่าสุดได้ข่าวจะมีการจัดชุมนุมของนักเรียนนิสิตนักศึกษาตามจังหวัดต่างๆ และจะลุกลามไปทั่วประเทศ จากนี้ขอให้กลับบ้านไปชวนคนใกล้ตัวมาร่วม คนเป็นแสนเมื่อไหร่เผด็จการอยู่ไม่ได้ทันที

ล็อกคอ พท.ห้ามทรยศประชาชน

นายอานนท์กล่าวว่า ความหวังเดียวในช่วง 8 เดือนก่อน สว.หมดอำนาจ พรรค พท.ขอให้ตั้งหลักให้มั่นห้ามทรยศประชาชน ถ้าไปจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้นึกถึงหน้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่สั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้นึกถึงหน้านายเนวิน ชิดชอบ หรือจับมือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้นึกถึงคนที่ตายบนถนนราชดำเนินไว้