มวลชนเริ่มหนาแน่น มุ่งหน้ามาที่ม็อบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนพรรคก้าวไกล และรับฟังปราศรัย หลังที่ประชุมสภามีมติไม่ให้เสนอชื่อ "พิธา" โหวตนายกฯ รอบ 2
วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.55 น. จากกรณีที่ประชุมรัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สภาลงมติตามข้อบังคับที่ 151 ตีความและวินิจฉัยว่า ข้อบังคับการประชุมที่ 41 ในการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในการโหวตนายกฯ รอบ 2 เป็นญัตติซ้ำ และญัตติต้องตกไปหรือไม่
ซึ่งผลการลงมติ ที่ประชุมร่วม 2 สภา เห็นด้วย 395 คะแนน ว่าเป็นการใช้มติตามข้อ 41 ดำเนินการใช้ได้ ไม่สามารถเสนอชื่อคุณพิธาใช้ได้นั้น ทำให้บรรยากาศบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ด้านหน้าแมคโดนัลด์เต็มไปด้วยผู้คน ที่ทยอยเดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางส่วนเดินทางมาจากรัฐสภาเพื่อเข้าร่วมชุมนุมตามที่ได้นัดหมาย
ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. หลังจากทราบข่าวประชุมสภาว่า การเสนอชื่อพิธานั้นไม่สามาทำได้ เนื่องจากเป็นมติต้องห้าม ผิดข้อบังคับการประชุมสภาที่ 41 กลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่ก็เริ่มติดตั้งป้ายแสดงสัญลักษณ์การชุมนุม พร้อมกับเริ่มพูดปราศรัย ก่อนจะมีการใช้ผ้าพันรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นข้อความที่ระบุว่า "นายกพิธาฉันทามติประชาชน"
...
จากนั้นในเวลาประมาณ 17.15 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้เริ่มต้นพูดปราศรัย พร้อมรวบรวมพลังของประชาชน เพื่อให้ช่วยกันสนับสนุนพิธา ก่อนจะทั้งเล่าถึงความเป็นมาของการจัดกิจกรรมรวมถึงความผิดปกติของการทำงานที่ผ่านมาของรูปแบบประชาธิปไตยในประเทศไทย และขอให้ประชาชนมาชุมนุมเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไปถึงกลุ่มผู้มีอำนาจ และ ส.ว.ทั้งหลาย เพื่อหวังการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม
พร้อมกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้พวกเผด็จการ และศักดินาได้ร่วมกันทำลายสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำให้ความฝันของประชาชนที่อยากจะเห็นพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสูญสลายไป ตอนนี้พรรคก้าวไกลมีแนวโน้มสูงที่จะถูกถีบไปเป็นฝ่ายค้าน ถามว่ารับกันได้หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นกลไกสังหารรัฐบาล ที่มาจากประชาธิปไตยชุดแล้วชุดเล่า แต่พวกที่ทำรัฐประหาร กลับไม่ว่าอะไรปล่อยให้ลอยนวล
จากนี้เราจะคงต้องต่อสู้กันต่อ ในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการไปเคาะประตู หรือกดกระดิ่งบ้าน ส.ว. เพื่อให้สำนึกบุญคุณแผ่นดินให้เขากลับตัวกลับใจ การต่อสู้ต่อจากนี้จะไม่ใช่เป็นเรื่องของพรรคก้าวไกล แต่เป็นเรื่องของประชาชน ที่ออกมาร่วมกันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่ต้องร่วมกันจัดการกับองค์กรอิสระ และมือที่มองไม่เห็น การต่อสู้ทั้งแผ่นดินเริ่มขึ้นแล้ว ตั้งแต่วันนี้ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย.