ตัวแทนกองทัพธรรมมูลนิธิ จาก 3 จังหวัด นำมวลชนเข้าร่วมกลุ่มปกป้องสถาบัน มอบดอกไม้ตะโกนให้กำลังใจ ส.ว. ออกแถลงการณ์อย่ายอมให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย พร้อมประณาม 13 ส.ว. ขณะที่ “ส.ว.กิตติศักดิ์” ออกมาเป็นตัวแทนต้อนรับ
วันที่ 18 ก.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ชุมนุมปกป้องสถาบันบริเวณหน้ารัฐสภาฝั่งถนนสามเสน นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อดีตแกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี กล่าวปราศรัยกับผู้ชุมนุมว่า พวกเราจะสู้ ไม่ยอมให้มีการยกเลิก ม.112 โทษสูงยังหมิ่นแล้วยกเลิกกฎหมายจะขนาดไหน ด่าพ่อเรา เรายังไม่ทน ด่าพ่อหลวงเราไม่ทน พรุ่งนี้ขอสนับสนุน ส.ว. ส.ส.ทุกท่าน ให้ทำหน้าที่เหมือนวันที่ 13 ก.ค. เพราะได้ข่าวจะมีการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาขอเสียงรัฐสภาเพื่อมาเป็นนายกฯ อีก ขอบอกพวกหน้าไม่อายว่า ญัตติตกไปแล้ว จะดันทุรังอีกทำไม ไม่มีใครเขาเลือกคนหมิ่นสถาบันแน่นอน พฤติกรรมแบบนี้ทำมาตลอด พวกเราไม่ได้ตาบอด ถ้าจะเลือกคนมาเป็นนายกฯ ต้องไม่มีพฤติกรรมหมิ่นสถาบัน แม้แต่สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เราก็พอกล้ำกลืนรับได้ เพราะไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนี้
...
นายใจเพชร กล้าจน หรือ หมอเขียว แพทย์วิถีพุทธ ในฐานะตัวแทนของสมณะโพธิรักษ์ แห่งสำนักสันติอโศก กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของกองทัพธรรมที่มาหลอมรวมกำลังกับประชาชน เพื่อให้กำลังใจ ส.ส.-ส.ว.ที่ทำหน้าที่ปกป้องสถาบันกษัตริย์และความสงบสุขของประชาชน ฟันฝ่าแรงกดดันข่มขู่จากกลุ่มคนที่ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ที่จะสร้างความเสียหายให้กับชาติบ้านเมือง เราได้ทราบว่าจะมีคนไทยที่ออกมาปกป้องเราจึงมาเติมเต็ม ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่มั่วๆ ต้องเป็นเสียงที่ทำให้เกิดสงบสุขกับประชาชน พระพุทธเจ้าบอกว่าประชาธิปไตยคือเสียงส่วนใหญ่ของคนดี อำนาจอธิปไตยของประชาชน ก็ต้องเป็นไปด้วยความประโยชน์สุขของประชาชนไม่ใช่สร้างความเสียหาย ทั้งยังต้องกำจัดสิ่งที่เดือดร้อน เป็นโทษต่อส่วนรวมได้ ถ้าทำไม่ได้ ไม่ใช่อำนาจอธิปไตยเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
ต่อมาตัวแทนฝ่ายปกป้องสถาบันแต่ละกลุ่ม ประกอบด้วย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ กลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน นายใจเพชร กล้าจน หรือ หมอเขียว แพทย์วิถีพุทธ ตัวแทนของสมณะโพธิรักษ์ แห่งสันติอโศก นายอานนท์ กลิ่นแก้ว กลุ่ม ศปปส. และ นายมหัศจักร โสดี ตัวแทนของอดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ ร่วมอ่านแถลงการณ์ของแต่ละกลุ่มถึงสมาชิกวุฒิสภา ใจความสนับสนุนจุดยืนของ ส.ว.ที่ไม่โหวตให้ นายพิธา เป็นนายกฯ และประณาม 13 ส.ว.ที่โหวต นายพิธา ว่าทำหน้าที่ไม่สมกับที่ถวายสัตย์ฯ ไว้ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ค. ที่ทางกลุ่มแนวร่วมสนับสนุนพรรคก้าวไกล จะเดินทางมาปักหลักให้กำลังใจ นายพิธา นั้น นายอานนท์ กลิ่นแก้วแกนนำกลุ่ม ศปปส. กล่าวว่า คงต้องกลับไปหารือกันก่อน เพราะไม่อยากสร้างความลำบากใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีการประกาศเขตพื้นที่ห้ามชุมนุมรอบรัฐสภาในรัศมี 50 เมตร
ต่อมาเวลาประมาณ 11.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมปกป้องสถาบันเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาฝั่งถนนสามเสน โดยมีเหล่ามวลชนจากกองทัพธรรมมูลนิธิเดินทางมาร่วมสนับสนุน โดยมาจากสันติอโศก กรุงเทพฯ-นครปฐม และเชียงใหม่ มีการเปิดเพลงหนักแผ่นดิน และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน
โดย นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบร์ท อดีตแกนนำกลุ่มราษฎรที่ย้ายขั้วมาอยู่ปกป้องสถาบัน กล่าวว่า ฝากด้อมส้มที่เกลียดตน ถ้ารักประชาธิปไตยจริงควรเคารพความเห็นต่าง การเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ พรรคที่ท่านรักอาจได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ไม่ใช่ได้จากคนไทยทั้งชาติ ขอให้เคารพเสียงคนอื่น ไม่ใช่ใครแสดงความคิดเห็นต่างก็ด่า แล้วขอให้หยุดฟังคนนอกประเทศที่คอยสร้างเรื่องอยู่ต่างประเทศด้วยการด่าสถาบัน หรือคนที่ออกมาปกป้องแล้วสร้างเรื่องราวให้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจผิด ตนเคยเป็นผู้หลงไปอยู่ในนั้นมาแล้ว แต่ผิดพลาดอะไรถ้าเรารู้จักที่จะยอมรับ มีความจริงใจแก้ไขสังคมก็พร้อมให้โอกาส
จากนั้น นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา เดินทางออกมาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุม มีการมอบดอกไม้ให้กำลังใจจากสมาชิกกองทัพธรรม และตะโกนคำว่า ส.ว.สู้ๆ
นายกิตติศักดิ์ ได้นำตัวแทนกลุ่มปกป้องสถาบันเข้าไปยื่นหนังสือภายในรัฐสภาต่อไป
ขณะที่เวลา 13.20 น. นายใจเพชร กล้าจน หรือ หมอเขียว แพทย์วิถีพุทธ ในฐานะตัวแทนของกองทัพธรรมมูลนิธิ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวโดยยืนยันว่า การเคลื่อนไหวของกองทัพธรรมมูลนิธิในครั้งนี้ ถือเป็นการเข้าร่วมกับเครือข่ายปกป้องสถาบันอย่างเต็มตัว เพื่อปกป้อง 3 สถาบันหลัก ที่ผ่านมากองทัพธรรมไม่ได้ยุติบทบาทตามที่เข้าใจ แต่รอว่าจังหวะไหนจะต้องเคลื่อนไหว ถ้าสังคมสงบสุขดี เราก็ทำภารกิจอื่นของเรา การรวมตัวในวันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ประสานนัดหมายกันมาในเวลาที่กระชั้นชิด แต่ถ้าต้องการมวลชนที่มากกว่านี้ เราก็จะระดมทั้งประเทศและพร้อมทุกเมื่อ
เมื่อถามว่า อะไรที่จะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้กองทัพธรรมออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังจากนี้ แกนนำกองทัพธรรม ระบุว่า อยู่ที่การประเมินของคณะทำงานกองทัพธรรม ที่มีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประเทศชาติอยู่ตลอดเวลา ถ้าเมื่อใดที่มีเขาหรือข้อมูลที่ชัดเจนว่า จะมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ออกมาทำสิ่งไม่ดีไม่งาม สร้างความเสียหายหรือทำลาย 3 สถาบันหลักและประโยชน์สุขของประชาชน เมื่อนั้นเราก็จะขยับทันที
“ถ้าสถานการณ์เป็นไปในแนวทางที่ไม่ดี มีคนไม่ดีจะมาสร้างสิ่งไม่ดีให้สังคมและประเทศ ก็จะได้เห็นการขับเคลื่อนของกองทัพธรรมแน่นอน”
เมื่อถามว่า มีคำฝากของสมณะโพธิรักษ์ หรือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในการเคลื่อนไหวครั้งที่จะถึงนี้หรือไม่ นายใจเพชร ระบุว่า ท่านฝากให้คนดีทั่วประเทศสานพลัง และพร้อมที่จะช่วยกันขจัดสิ่งที่ไม่ดีและส่งเสริมสิ่งที่ดี บอกให้เราสานพลังกันเต็มที่ เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ต่างๆ และพร้อมที่จะขยับเต็มที่ ฝ่ายความมั่นคงน่าจะดีใจที่ทางกองทัพธรรมขยับ เพราะขยับทีไรสงบสุขทุกที แต่ฝ่ายอื่นไม่แน่ใจว่าจะสงบหรือเปล่า กองทัพธรรมเราแม้จะถูกทุบตี ถูกแก๊สน้ำตา หรือ m79 เราก็ยังสงบ ไม่ทำร้ายใคร เราเป็นมิตรกับทุกท่าน แม้แต่การชุมนุมก็เป็นไปอย่างสงบ ซึ่งเป็นจุดโดดเด่นตามหลักสงบ สันติ อหิงสา.