"ชาดา ไทยเศรษฐ์" ย้ำ พรรคภูมิใจไทย ไม่หนุนรัฐบาล ที่มีพรรค แก้ ม.112 ชี้ 13 ก.ค. ให้โอกาสพรรคก้าวไกลแล้ว แต่ไม่รับเอง ไม่ได้ท้า แต่อยากให้ด้อมส้มมาที่บ้าน ก็ถือว่าจบ ปัด ไม่ได้ครองหุ้นสื่อในไทย
วันที่ 18 ก.ค. 2566 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย จะไม่มีการเสนอนายกฯ แข่ง เพราะเป็นเสียงข้างน้อย จึงต้องให้พรรคอันดับหนึ่งจัดก่อน และหากพรรคอันดับหนึ่งจัดไม่ได้ ต้องเป็นพรรคอันดับสอง ส่วนพรรคภูมิใจไทยเป็นอันดับ 3 ทั้งนี้ จะเสนอหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ก็ต้องเป็นมติพรรค และอยากจะขอย้ำว่า คะแนนที่พรรคอันดับหนึ่งได้ ไม่ใช่คะแนนที่ชนะขาด และไม่ได้ผูกขาดความเป็นนายกฯ อยู่คนเดียว แต่เป็นมารยาทที่ให้พรรคอันดับหนึ่งก่อน แต่กฎหมายไม่ได้ระบุว่า พรรคอันดับหนึ่ง ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีและพรรคอื่นเป็นไม่ได้อย่างที่ "ด้อมส้ม" บอกมา
ส่วนกรณีที่อภิปรายเรื่องมาตรา 112 ทำให้เจอทัวร์ลงนั้น นายชาดา กล่าวว่า ทัวร์ลงตามสื่อแต่ไม่ได้มีไปที่บ้าน ซึ่งไม่ได้สนใจอยู่แล้ว และหากจะมาที่บ้าน ก็ขอให้มา เพราะอยากให้มา เตรียมรออยู่แล้ว ทั้งนี้ ไม่ได้ท้าทาย แต่ตนไม่ชอบพฤติกรรมแบบนี้ เพราะป่าเถื่อน มีการไปด่าลูก ส.ว. ด่าคนที่ไม่เห็นด้วย ขู่จะเอาแก๊สไประเบิด ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่การเมือง เป็นเรื่องของอันธพาล ไม่สมควรนำมาใช้ในปัจจุบัน
เมื่อถามว่า หากก้าวไกลยอมลดเพดานเรื่อง ม.112 จะสนับสนุนหรือไม่นั้น นายชาดา กล่าวว่า ในการประชุมพรรคครั้งที่แล้ว ได้ยืนยันว่า หากพรรคก้าวไกลถอยเรื่องนี้ ก็พร้อมจะลงมติให้โดยไม่เข้าร่วมรัฐบาล แต่หากเป็นคนจากพรรคเพื่อไทย และมีพรรคที่สนับสนุนแก้ ม.112 เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ไม่ร่วมและไม่โหวตให้ เพราะการที่มีก้าวไกลอยู่ก็หมายถึงสนับสนุนแก้ ม.112 และถ้าเป็นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คือ ไม่โหวตให้ ซึ่งในการลงมติเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พรรคได้ยื่นโอกาสและยื่นมือไปแล้ว แต่พรรคก้าวไกลไม่รับ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ซึ่งในวันนั้น บอกจุดยืนแล้วว่า ถ้าพรรคก้าวไกลไม่ยุ่งกับ ม.112 พรรคภูมิใจไทย จะลงคะแนนให้แล้วไม่ร่วมรัฐบาลชัดเจน ซึ่งจบไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว ข้อเสนอจบไปแล้ว โดยพรรคพยายามหาทางออกให้ แต่โอกาสคงไม่ได้มีมาบ่อยๆ
...
ส่วนจะเสนอญัตติชื่อ นายพิธา เป็นนายกฯ ซ้ำได้หรือไม่นั้น นายชาดา ระบุว่า ตอบไม่ได้ เพราะตนเองไม่ใช่นักกฎหมาย เกรงว่าจะไม่ตรง แต่เชื่อว่าทุกคนมีจุดยืนอยู่ในใจอยู่แล้ว เมื่อถามว่า มีการติดต่อพรรคภูมิใจไทยเพื่อขอเสียงสนับสนุนนายพิธาหรือไม่ นายชาดา กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ไม่มีใครมาติดต่อตน แต่ถ้ามาติดต่อผู้ใหญ่ในพรรค ตนก็ไม่ทราบ
สำหรับกรณีที่มีการขุดคุ้ยว่า นายชาดา ถือหุ้นสื่อ เช่นเดียวกับนายพิธานั้น นายชาดา กล่าวว่า เป็นคนละกรณี คนละเรื่องและคนละประเทศ กรณีของตนเองไม่ใช่เรื่องในประเทศไทย ไม่ควรนำมาผูกกัน เพราะกรณีของตนเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา