“พิธา” ส่งสารผ่านคลิป ขอบคุณประชาชน-รัฐสภา 324 เสียงโหวตนายกฯ ฝากช่วยกันเชิญชวน ส.ว. ลงมติตามเสียงประชาชน ลั่น ถ้าก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ พร้อมเปิดทางให้พรรคอันดับ 2 อย่างเพื่อไทย
วันที่ 15 กรกฎาคม 2566 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขอบคุณสมาชิกรัฐสภา 324 เสียง โดยเฉพาะ ส.ว. 13 ท่าน ที่โหวตเห็นชอบให้เป็นนายกรัฐมนตรี ผ่านคลิปวิดีโอทางโซเชียลมีเดีย โดยทราบดีว่า ส.ว.หลายท่านเผชิญแรงกดดันมากมายที่รุนแรงหนักหนาจากการตัดสินใจครั้งนี้ ที่สำคัญที่สุดขอขอบคุณทุกแรงใจแรงสนับสนุนจากประชาชนทุกคน แต่ต้องขออภัยทุกท่านที่เรายังทำไม่สำเร็จ
ทั้งนี้ ในฐานะพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลมีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน คือจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เราพยายามทำทุกวิถีทางตามครรลองประชาธิปไตยเพื่อให้เสียงของประชาชนได้รับการตอบสนอง เจตนารมณ์ของประชาชนได้รับการเคารพ
“นี่คือการต่อสู้ร่วมกัน ไม่ใช่แค่ของพรรคก้าวไกล และ 14 ล้านเสียงที่เลือกพรรคก้าวไกล ไม่ใช่แค่การต่อสู้ของ 8 พรรค ตัวแทน 27 ล้านเสียง แต่คือการต่อสู้ของคนไทยทั้งประเทศ เพื่อยืนยันว่าเสียงของประชาชนต้องเป็นเสียงที่กำหนดอนาคตของประเทศนี้ ขอให้เราเดินด้วยกันต่อไป ตั้งรัฐบาลของประชาชนให้ได้ แต่เวลาของเราเหลือไม่มาก เพราะผมทราบดีว่าประเทศไทยเดินต่อไปโดยไม่มีรัฐบาลของประชาชนแบบนี้ได้อีกไม่นาน ภายใต้เวลาอันจำกัดนี้ ผมเหลือโอกาสอีกไม่กี่ครั้งที่ต้องสู้ร่วมกันใน 2 สมรภูมิ เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลตามมติมหาชนได้สำเร็จ”
นายพิธา ระบุต่อไปถึง สมรภูมิที่ 1 ที่จะเกิดขึ้นในอีก 4 วันข้างหน้า คือการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 และสมรภูมิที่ 2 ก็คือการยื่นเสนอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในการเลือกนายกรัฐมนตรีถาวรตลอดกาล ทั้ง 2 สมรภูมิจะไม่มีวันชนะได้ หากเราไม่สามารถเปลี่ยนใจ ส.ว. ให้ยืนอยู่ข้างประชาชน
“ผมจึงขอให้ประชาชนทุกคนร่วมทำภารกิจกับผมใน 2 สมรภูมินี้ โดยการส่งสารถึง ส.ว.ในทุกวิถีทาง ทุกวิธีการที่ท่านนึกออก ย้ำว่าขอเป็นวิธีการสร้างสรรค์ ช่วยกันเชิญชวนให้ ส.ว.โหวตนายกฯ ตามมติประชาชน หรือโหวตยกเลิกมาตรา 272 เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน”
หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวด้วยว่า หากพวกเราทำเต็มที่ใน 2 สมรภูมินี้แล้ว เป็นที่ชัดเจนว่าพรรคก้าวไกลไม่มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้จริงๆ ตนพร้อมเปิดโอกาสให้ประเทศไทย โดยเปิดทางให้พรรคอันดับ 2 คือ พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลของพรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค ภายใต้ MOU ที่ทำร่วมกันไว้ และผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลทุกคนพร้อมสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม นายพิธา ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “แต่กว่าจะถึงวันนั้นเราไม่ยอมแพ้แน่นอน และขอทุกคนมาร่วมกันต่อสู้เพื่อให้ได้จนถึงที่สุด ผมคนเดียวหรือพรรคก้าวไกลเพียงพรรคเดียวไม่อาจเปลี่ยนใจ ส.ว. และนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนได้จริง จึงต้องขอแรงพลังจากทุกท่านร่วมทำภารกิจเพื่อให้เราสามารถจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนให้สำเร็จ อนาคตของพรรคก้าวไกลในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในมือของพวกท่านทุกคนแล้ว มาช่วยกันส่งสารเพื่อเปลี่ยนใจ ส.ว. กัน ขอบคุณครับ”


