“ศรีสุวรรณ จรรยา” ร้อง กสม.ตรวจสอบพรรคก้าวไกลนำเด็กมาขึ้นเวทีละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ พร้อม ร้อง กกต.สอบอีก ชวนดอมส้มมาชุมนุมผิดกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่
วันที่ 13 ก.ค. 2566 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบพรรคก้าวไกล กรณีนำเด็กอายุ 10 ขวบ 2 คนมาขึ้นเวทีร่วมปราศรัยที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค. 66 ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลได้จัดเวทีขอบคุณประชาชน และฟังเสียงทุกคนก่อนโหวตนายกฯ โดยช่วงหนึ่งมีการนำเด็กอายุประมาณ 10 ขวบ 2 คนได้ขึ้นเวทีสัมภาษณ์ให้กล่าวความในใจถึงนายกฯ พิธา กับการให้พูด Hate Speech ซึ่งเป็นเแนวคิดเดียวกันกับสิ่งที่พรรคก้าวไกลและขบวนการปลุกปั่นทางสังคมและการเมืองอันอาจส่งผลต่อเด็กและเยาวชน
กรณีดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 ม.26 และ ม.27 ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามมิให้ผู้ใดส่งเสริมหรือยินยอมหรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก
นอกจากนั้น การนำเด็กมาขึ้นเวทีปราศรัยทางการเมือง ยังขัดต่อหลักการสากลว่าด้วยสิทธิเด็กที่องค์กรสหประชาชาติได้ให้ความสำคัญกับหลักการ “กันเด็กออกจากการเมือง” และ “เด็กต้องได้รับความคุ้มครองจากการแสวงประโยชน์กับเด็กในทุกรูปแบบจากรัฐ”
กรณีดังกล่าว เกิดขึ้นมาหลายวันแล้วแต่ทว่านักสิทธิเด็ก ป้าๆ หัวหงอกหัวขาวทั้งหลาย หรือเอ็นจีโอด้านเด็กยังไม่ได้ออกมาทำอะไรในการปกป้องเด็กๆ เหล่านั้น หรือกลัวว่าหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อของตน โดยเฉพาะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่มีหน้าที่และอำนาจในเรื่องดังกล่าวโดยตรง องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงไม่อาจปล่อยให้เรื่องดังกล่าวผ่านไปได้ จึงนำความมาร้องให้ กสม.ทำหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในวันนี้ นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด
...
นอกจากนี้ นายศรีสุวรรณ ยังเดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของพรรคก้าวไกล กรณีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เชิญชวนแนวร่วมและเอฟซีมาร่วมชุมนุมสนับสนุนให้นายพิธาเป็นนายกฯ คนที่ 30 ที่รัฐสภา เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่ กรณี โพสต์และแชร์ข้อความและรูปภาพเชิญชวนทุกคนร่วมทำภารกิจด่วน! โดยใช้มอตโต้ว่า “พฤหัสสีส้ม” เชิญชวนทุกคนร่วมใส่เสื้อผ้าสีส้ม ติดสัญลักษณ์ ร่วมสื่อสารทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสนับสนุนให้รัฐสภาลงมติโหวต พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย ให้สำเร็จ ถือเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน ม.45 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 อันมีความผิดตาม ม.115 ซึ่งมีโทษทั้งทางอาญาและทางแพ่ง และการกระทำดังกล่าวอาจนำไปสู่ความขัดแย้งของมวลชน จนนำไปสู่การละเมิดกฎหมายของชาติหลายๆ มาตราและหลายๆ ฉบับได้
จึงขอให้ กกต.ตรวจสอบพฤติกรรมและการกระทำของพรรคก้าวไกลดังกล่าวว่าเข้าข่ายการฝ่าฝืนกฎหมายข้างต้นหรือไม่ หากพบว่าเป็นการฝ่าฝืนและมีความผิด กกต.ต้องเร่งเชือดไก่ให้ลิงดู โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยเร็วที่สุดต่อไป