“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หวัง ไม่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง หลัง กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ ปมหุ้นสื่อ ลั่น หากทำ ถือว่าราคาจ่ายที่สูง เชื่อม็อบชุมนุมอย่างสันติ ขอบคุณ “อิ๊งค์-สุดารัตน์” ส่งกำลังใจให้ รับยังไม่คุย “เพื่อไทย” มั่นใจได้โชว์วิสัยทัศน์พรุ่งนี้
วันที่ 11 ก.ค. 2566 ที่อาคาร 17 สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลัง จบรายการเปิดปากกับภาคภูมิ ถึงกรณีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย ได้ให้กำลังใจ ภายหลัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การพ้นสภาพการเป็น ส.ส. ของตนเอง ว่า ตนเองยังไม่ได้เปิดดู แต่ต้องขอบคุณทั้ง 2 คน รวมถึงประชาชนและสมาคมต่างๆ ที่มาทางข่าว และส่งมาส่วนตัว ขอยืนยันกับทุกคนว่าสติยังดี กำลังใจมี และพร้อมจะเดินหน้าตามปกติในวันพรุ่งนี้ ไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า คิดว่า ส.ส. และ ส.ว. จะนำเรื่องนี้ไปเป็นปัจจัยในการโหวตวันพรุ่งนี้หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวล เพราะมี ส.ว.หลายคนออกมาบอกว่าไม่ได้เป็นหน้าที่อะไรของ ส.ว. ที่จะต้องมาพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับเรื่องคดี หรือนโยบาย เพราะมีหน้าที่ตามหลักการและเป็นนักการเมืองของประชาชน ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอยู่แล้ว รวมถึงสื่อมวลชนและประชาชนด้วย จึงคิดว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไร
“ปัญหาคือว่า ไม่รู้จะตั้งรับหรือตอบอย่างไร เพราะผมไม่ได้มีโอกาสที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องเลย และใช้เวลาพิจารณาเรื่องของผม 32 วัน น่าจะใช้เวลาน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อเทียบกับรัฐมนตรี 4-5 ท่าน สมัยก่อนตอน คสช. ก็ใช้เวลาอยู่กว่า 300 วัน แต่ของผมใช้เวลา 32 วัน แล้วยื่นศาลรัฐธรรมนูญ 1 วันก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ผมไม่มีโอกาสชี้แจง และผมก็ไม่ทราบว่า กกต. สงสัยผมในประเด็นไหนเกี่ยวกับเรื่อง itv และมากกว่านั้นคือเรื่องที่ประชาชนสงสัย และการทำงานของสื่อมวลชน โดยเฉพาะช่อง 3 ที่ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับรายงานการประชุมไม่ตรงกัน ซึ่งยังไม่มีโอกาสได้ถามและชี้แจง หากเรียกผมเข้าไปชี้แจงตามกระบวนการ กกต. ก็คงจะสิ้นความสงสัย ไม่เป็นปัญหาให้เกิดเดดล็อกอย่างนี้ เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย” นายพิธา กล่าว
...
เมื่อถามว่า หากศาลเปิดใช้ชี้แจงไต่สวน พร้อมหรือไม่ นายพิธา แน่นอน พร้อมทุกกระบวนการ เมื่อถามว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองอย่างชัดเจนหรือไม่ และขณะนี้มีการนัดหมายการชุมนุมกันแล้ว นายพิธา บอกว่า ตนหวังว่าจะไม่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองจนทำให้สู่การชุมนุมในขณะนี้
“การกลั่นแกล้งผมเพียงคนเดียวมีราคาจ่ายที่ต้องจ่ายสูง กับระบบกลไกในการบริหารราชการ และบริหารประเทศ และหลักเกณฑ์ที่เป็นบรรทัดฐานของนักการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย หากจะสกัดกั้นผมเพียงคนเดียวหรือพรรคก้าวไกลโดยที่ไม่ให้เข้า แต่เป็นเรื่องเสียงของประชาชนที่ออกไปเลือกตั้งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ก็เป็นความหวังของเขา” นายพิธา กล่าว
ส่วนการชุมนุมที่เกิดขึ้น เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา ไม่มีสถานการณ์อะไร และเข้าใจว่าส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย คือการรวมตัวกันอย่างสันติ เพื่อควบคุมวาระทางสังคม ซึ่งตนย้ำว่า ไม่ได้เสียขวัญกำลังใจอะไร เข้าใจว่ามวลชนมีอารมณ์ เพราะเขาเลือกคนของเขามาแล้ว หากมุทะลุมากเกินไปจะไม่เป็นผลดีกับสิ่งที่เราจะทำ อะไรที่สำคัญ อะไรที่ยิ่งใหญ่ ต้องใช้เวลาและมีความยากเสมอ ตนเชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ต่างๆ ได้
นายพิธา กล่าวว่า พรุ่งนี้จะเดินทางเข้ารัฐสภาเป็นปกติ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ และตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยหลังจากที่ กกต. ยื่นคำร้อง
ส่วนมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่สถานการณ์จะวนลูปเดิมหรือจะแย่กว่าเดิม เมื่อสถานการณ์ต้องถึงจุดที่ต้องเลือก ตามที่เลขาธิการพรรคก้าวไกลได้บอกไว้ นั้น มองว่า มีความเป็นไปได้ เพราะความท้าทายของประเทศไทยตอนนี้หนักกว่าช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่เจอสถานการณ์โควิด-19 และสงครามต่างๆ ถึงต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมีความชอบธรรมในการบริหาร สามารถขอความร่วมมือจากประชาชนได้ ซึ่งนั่นหมายถึงต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยตอนนี้ยังไม่ได้มีการประเมินสถานการณ์ ส.ว.ว่าจะมีการโหวตให้เท่าใด