“สมชาย แสวงการ” เชื่อ ส.ว. ใช้ดุลพินิจโหวตนายกฯ ตรวจสอบถึงพฤติกรรมและจริยธรรม ชี้ หากเกิดวิกฤติ พาไปสู่การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ต้องรับผิดชอบร่วมกัน
วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ว่า ในวงประชุม 3 ฝ่าย จะเปิดให้มีการอภิปรายในรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง จนถึงเวลา 17.00 น. ก่อนจะลงมติ กรณีของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่มีประเด็นเรื่องถูกตรวจสอบคุณสมบัติกรณีถือหุ้นไอทีวี (itv) ตนมองว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชี้ขาด เนื่องจาก กกต. ไม่มีอำนาจตัดสินด้วยตนเอง
ส่วนประเด็นดังกล่าวจะมีผลต่อการโหวตของ ส.ว. หรือไม่ ส่วนตัวเชื่อว่า ส.ว. จะพิจารณาบนหลักการของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 272 รวมถึงใช้หลักการที่เทียบเคียงกับการสรรหากรรมการองค์กรอิสระ ต้องฟังข้อมูลและฟังการแสดงวิสัยทัศน์ รวมถึงประเด็นของ กกต. ที่จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่กระแสข่าวว่า ส.ว. 90% จะงดออกเสียงโหวต นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายสมชาย เชื่อว่า ส.ว. จะใช้ดุลพินิจต่อบ้านเมืองและประเทศชาติ รวมถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน
“เลือกนายกฯ ไม่ได้เลือกในระบอบประธานาธิบดี แต่เราเลือกที่รัฐสภาเป็นผู้เลือก ดังนั้น ต้องคำนึงถึงการทำหน้าที่หลังจากได้รับเลือกด้วย หากทำงานไม่มีปัญหาก็เลือก แต่หากมีปัญหา พาประเทศไปสู่วิกฤติ พาไปสู่การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ส.ว. 250 คน ต้องร่วมรับผิดชอบ”
...
ทั้งนี้ นายสมชาย ยังกล่าวถึงดุลพินิจของ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า ใช้หลักเกณฑ์เหมือนกับการเลือกกรรมการองค์กรอิสระ ที่ต้องตรวจสอบถึงพฤติกรรมและจริยธรรม เป็นการตรวจสอบเชิงลึกที่จะทำให้เห็นว่าการเข้าไปทำหน้าที่ไม่น่าไว้วางใจหรือไม่ หากไม่น่าไว้วางใจ จะไม่ให้ความเห็นชอบ ส.ว. จะใช้มาตรฐานนี้ในการเลือกนายกรัฐมนตรีเช่นกัน ซึ่งแต่ละคนได้เก็บข้อมูลและจะประกาศการตัดสินใจวันที่ 13 กรกฎาคม
สำหรับคำถามถึงความเป็นไปได้ต่อการเลื่อนการโหวตนายกรัฐมนตรีเพื่อรอฟังคำชี้ขาดจาก กกต. และศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายสมชาย ระบุว่า ยังไม่มีข้อสรุปเพราะความเป็นของ ส.ว.คนเดียว แต่หาก ส.ว. หารือในที่ประชุมจะรับฟังเหตุผลที่จะเลื่อนหรือไม่ และต้องใช้มติของที่ประชุมรัฐสภา
ขณะที่ข้อเสนอของ ส.ว. ในกรณีไม่สามารถส่งชื่อ นายพิธา โหวตซ้ำรอบสอง หากรอบแรกไม่ผ่านนั้น นายสมชาย เผยว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ กรณีดังกล่าวเป็นการหารือลับในวงเล็ก เพราะ ส.ว. กังวลว่าโหวตรอบแรกไม่ได้ แต่โหวตครั้งที่ 2 กลับได้ หากมีผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จะทำให้มีปัญหาตามมา เพราะหลังจากนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทูลเกล้าฯ ทำงานไปแล้ว แต่ประเด็นที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด อาจทำให้การทำงานที่เกิดขึ้นนั้นเป็นโมฆะได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามต่อไปมองว่าคะแนนโหวตของ ส.ว. จะเป็นชนวนพลิกขั้วรัฐบาลหรือไม่ นายสมชาย ตอบว่า ส.ว.ไม่ยุ่ง เพราะเป็นเรื่องที่นักการเมืองต้องไปตกลงกันว่าจะเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ส.ว. ไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย.