ส.ว.สมชาย ฝากความห่วงใย กกต.ควรแจ้งให้ทราบข้อสรุป และมติ กกต.กรณี ดำเนินคดี มาตรา 151 "พิธา" หัวหน้าพรรคก้าวไกล รู้อยู่แล้วไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแต่ยังฝืน ไม่งั้นระวังจะถูกร้องตาม ม.157
วันที่ 9 ก.ค. นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊ก ขอหยิบยกกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ และประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง มาเตือนสติอีกครั้ง พร้อมฝากความห่วงใยไปยัง กกต.ว่า
ตามที่ กกต.ได้ใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 ด้วยเหตุรู้อยู่แล้วว่า นายพิธา ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแต่ยังฝืน มีโทษจำคุก-ปรับ-ตัดสิทธิ 20 ปี โดยถือว่าเรื่องนี้ กกต.เป็นเจ้าภาพเองนั้น
คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีหน้าที่และอำนาจควรต้องเร่งพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคท้าย ว่า นายพิธา ขาดคุณสมบัติ ส.ส. เพราะมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (3) เรื่องถือหุ้นสื่อมวลชน และอื่นๆ อันจะเป็นการขาดคุณสมบัติแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 88, 89, 160 ด้วยหรือไม่
บัดนี้เวลาล่วงเลยมานานมากแล้ว
กกต.สมควรชี้แจงให้ทราบผลสรุปของคณะทำงาน และมติ กกต.ในเรื่องนี้อย่างไร
ถ้าหาก กกต.มีมติว่า ขาดคุณสมบัติ ส.ส. และรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้ง อันเป็นความผิดตามมาตรา 151 ด้วย
สมควรที่ กกต.จะได้ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามแนวทางเดิมที่เคยดำเนินคดี นายธนาธร กรณีถือหุ้นสื่อ คือ
1) ขอให้วินิจฉัยว่า นายพิธา ขาดคุณสมบัติ ส.ส. ตามมาตรา 98 (3)
2) ขอให้วินิจฉัยว่า ขาดคุณสมบัติผู้ที่สภาจะพิจารณาเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 88, 89, 160, 98 (3) ด้วยหรือไม่
3) ขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
...
จึงเรียนมาด้วยความห่วงใยและความปรารถนาดีว่า หาก กกต.ปล่อยเรื่องนี้ล่าช้าเนิ่นนานวันไป อาจมีบุคคลไปกล่าวโทษร้องทุกข์ว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้ครับ.