“พิธา” อ้อนหนัก มาสองแคว มี 2 แคนดิเดต คือ นายกฯ และ ประธานสภา ขอให้กำลังใจ ส.ว. ช่วยโหวตหนุนให้ประชาธิปไตยเบ่งบาน ยัน “ปดิพัทธ์” เป็นคนมีผลงาน ด้าน “หมออ๋อง” ลั่น จะทำให้สภาเป็นของประชาชน ชี้ไม่ต้องเรียกว่าท่าน

วันที่ 30 มิ.ย. 2566 ที่จังหวัดพิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นภารกิจร่วมกิจกรรมที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก ได้ขึ้นรถแห่เพื่อกล่าวขอบคุณประชาชนชาวพิษณุโลก ที่เลือกพรรคก้าวไกล และที่ไม่ได้เลือกพรรคก้าวไกล พร้อมส่งกำลังใจให้ประชาชน มีประชาชนที่อยู่สองฝากถนน และขับรถผ่านไปมา ส่งเสียงเชียร์ ด้วยการบีบแตรทักทาย โบกไม้โบกมือให้ ตามถนนสิงหวัฒน์เส้นทางมุ่งหน้าไปที่ลานแอโรบิก สวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติฯ ริมแม่น้ำน่าน ย่านใจกลางเมืองพิษณุโลก ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยขอบคุณประชาชนชาวเมืองสองแควที่เลือก หมออ๋อง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลกเขต 1 และ นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ส.ส.พิษณุโลกเขต 5 โดยมีประชาชนพากันไปร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก พร้อมประกาศมั่นใจว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย

...

 

โดยนายพิธากล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้สถานการณ์ของการรวมพรรคการเมืองเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล กำลังก้าวไปสู่การเปิดสภา และเลือกประธานรัฐสภา เหมือนเป็นทางสองแพร่ง แต่มาที่พิษณุโลก หรือเมืองสองแคว ก็มาแก้เคล็ด เพราะบนเวทีแห่งนี้ก็มี 2 แคนดิเดต นั่นก็คือ แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี และแคนดิเดต ประธานรัฐสภา วันนี้จึงมาขอกำลังใจจากชาวพิษณุโลก เพื่อขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย และเปรียบตัวเองเหมือนดั่งนกที่อยู่บนกิ่งไม้ นกไม่ได้กลัวกิ่งไม้จะหัก เพราะมันไม่ได้เชื่อในกิ่งไม้ แต่มันเชื่อว่ามันมีปีกต่างหาก 

“ตนได้ยินแว่วๆ ว่าหวยจะออก 376 แน่นอน จะไม่ออก 376 ได้อย่างไร แค่ในพิษณุโลก อย่างน้อยก็มี ส.ส. ของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย 3 เสียงแล้วที่จะยกมือให้เราจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ นอกจากผู้แทนราษฎรแล้ว ยังมีสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากจังหวัดพิษณุโลกอีก 2 คน ขอให้พ่อแม่พี่น้องชาวพิษณุโลกจับมือกันไว้ให้แน่น ให้กำลังใจสมาชิกวุฒิสภาให้ช่วยกันโหวตเพื่อเดินหน้าประชาธิปไตยของประเทศให้เบ่งบาน ให้พรรคก้าวไกลเข้าไปแก้ปัญหาของบ้านเมือง”

นายพิธา ยังประกาศกลางเวทีปราศรัยว่า “หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา” ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 มีความเหมาะสมในฐานะแคนดิเดตประธานสภาฯ ของพรรคก้าวไกล เพราะเป็นคนที่มีผลงานดีเด่น มีบทบาทและประสบการณ์ในการเป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ได้รับเสียงชื่นชมมากมายในการจัดการการประชุมและการประสานความร่วมมือกับองค์กรประชาชนที่มีเป้าหมายทำให้เกิดการพัฒนาการเมืองไทยในทุกมิติ และตนเชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนพิษณุโลกและคนทั้งประเทศ อยากให้โอกาสปดิพัทธ์ให้เข้าไปทำหน้าที่ประธานสภาฯ ที่จะเปลี่ยนสภาไทยไปตลอดกาล

ขณะที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลกเขต 1 แคนดิเดตประธานรัฐสภากล่าวว่า หากตนได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธานรัฐสภา จะเป็นประธานรัฐสภาที่ดี ด้วยวัยเพียง 42 ปี ให้ได้ ตนจะเปลี่ยนสภาที่มีแต่ผู้ทรงเกียรติ ให้เป็นสภาของประชาชน ไม่ต้องเรียกตนว่าท่านประธาน แต่ขอให้เรียกเหมือนเดิม จะเป็นประธานสภาที่ไปไหนมาไหนไม่มีรถนำขบวน และจะใช้งบประมาณในการประชุมสภาให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพที่สุด

“ทุกท่านทราบหรือไม่ว่า ส.ส.ที่ท่านเสียภาษีให้เขาเข้าไปกินข้าวในสภาฯ มาประชุมกี่ครั้ง มาสายกี่ครั้ง ลงมติอะไรบ้าง เมื่อผมเป็นประธานสภาฯ ข้อมูลการเข้าประชุม ขาด ลา มาสายของ ส.ส. 500 คน และ ส.ว. จะถูกแสดงให้เห็นในเว็บไซต์ทันที หากวันที่ 4 ก.ค. เสียงในสภาฯ ส่งให้ตนเป็นประธานสภาฯ ตนก็พร้อมทำงานเป็นประธานสภาฯ ของทุกคน และจะพิสูจน์ผ่านการทำงานให้เห็นว่าคนอายุ 42 ปีสามารถเป็นประธานสภาฯ ที่ทุกคนภูมิใจได้ พร้อมขอคำสัญญาจากชาวสองแควว่าต้องไม่เรียกตนว่าท่าน แต่ให้เรียกหมออ๋อง พี่อ๋อง น้องอ๋อง เหมือนเดิมอย่างที่แล้วมา” นายปดิพัทธ์ กล่าว

ภาพ : วัชรชัย คล้ายพงษ์