“ศรีสุวรรณ” มาแล้ว ยื่นหลักฐานเพิ่มที่ กกต. หวังมัดตัวพรรคอีแอบอยู่เบื้องหลังประชามติแยกปาตานี ลั่น เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ลำพังขบวนนักศึกษาแห่งชาติไม่อาจทำได้
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2566 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน นำพยานหลักฐานเพิ่มเติมมามอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง ยังสำนักงาน กกต. โดยระบุว่า เพื่อมัดตัวนักการเมืองและพรรคการเมืองที่เป็นอีแอบ คอยให้การสนับสนุนขบวนนักศึกษาที่จัดกิจกรรมเปิดตัวเมื่อ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีการจัดทำประชามติอันขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งตนได้แจ้งความกล่าวโทษไว้ที่กองบัญชาการสอบสวนกลางแล้วนั้น
นายศรีสุวรรณ ระบุต่อไปว่า การจัดงานดังกล่าวไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ แต่เป็นการทดสอบฝ่ายความมั่นคงและกระบวนการทางกฎหมายของไทยว่าจะมีศักยภาพในการเอาผิดบุคคลและนักการเมืองที่เป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังได้หรือไม่เท่านั้น เพราะมีการสอดไส้กิจกรรมการออกเสียงทำประชามติแยกตัวเป็นเอกราชอย่างถูกกฎหมาย มีข้อความว่า “คุณเห็นด้วยกับสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองหรือไม่ ที่จะให้ประชาชนปาตานีสามารถออกเสียงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชได้อย่างถูกกฎหมาย”
...
รวมไปถึงมีการแจกแผ่นพับเอกสารแนะนำตัวองค์กร พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง การเปิดงานมีการอ่านบทกวี สรุปสาระเนื้อหาที่สำคัญ อีกทั้งมีใจความพยายามในการปลุกระดมให้ประชาชนชาวมลายูปาตานีอย่าลืมรากเหง้าความเป็นมาและการถูกกดขี่จากอาณาจักรสยาม พยายามรวมตัวกันมีความเป็นปึกแผ่นสามัคคีเพื่อปกครองตนเอง ซึ่งล่าสุดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้แจ้งความกล่าวโทษไว้ที่ สภ.เมืองปัตตานี แล้วด้วย
ทั้งนี้ พฤติการณ์หรือการกระทำดังกล่าว ลำพังขบวนนักศึกษาแห่งชาติไม่อาจทำได้ หากไม่มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง เพราะเป็นการละเมิดต่อหลักกฎหมายและบูรณภาพแห่งดินแดนที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 1 ที่บัญญัติไว้ว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้” ซึ่งความผิดตามรัฐธรรมนูญมีบทลงโทษสำหรับพรรคการเมืองที่เป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังเป็นหลัก ตามมาตรา 92 (2) (3) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หากพิสูจน์ได้ว่ามีคนของพรรคการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว โดยสามารถดูได้ว่าเมื่อตำรวจออกหมายเรียกหรือหมายจับแล้วมีคนของพรรคการเมืองใดเข้าไปประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยดังกล่าวออกมา
“กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติของแผ่นดิน เราคนไทยทุกคนไม่ควรปล่อยให้มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดมีพฤติการณ์หรือกระทำการในลักษณะเยี่ยงนี้ได้อีกต่อไป องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องเสาะแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาชี้ช่องมอบให้ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดพรรคการเมืองที่เป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังโดยเร็ว รวมทั้งแจ้งให้ผู้บริหารพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องยุติการกระทำดังกล่าวตามกฎหมาย แล้วลงดาบตามมาตรา 92 (2)(3) ของกฎหมายพรรคการเมืองต่อไป”