“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ย้ำ เพื่อไทยและก้าวไกลต้องตกลงเรื่องประธานสภาให้จบใน 2 ก.ค.นี้ ชี้ การทำงานสำคัญกว่าที่จะต้องแตกหักกัน 

วันที่ 29 มิถุนายน 2566 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ตอนนี้ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรยังเป็นข้อถกเถียงกัน อาจทำให้ไม่สามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยได้ มองอย่างไร พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ทั้ง 8 พรรคร่วมรัฐบาลได้ทำงานร่วมกันในฝ่ายประชาธิปไตยมา 4 ปีเต็มแล้ว และที่ผ่านมาก็รักใคร่สามัคคีกันโดยตลอด หลังจากเลือกตั้งทั้ง 8 พรรคก็ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน จึงอยากให้รักษาประชาธิปไตยไว้ อะไรที่ยังคุยกันไม่รู้เรื่องก็ขอให้คุยกัน เรื่องที่ว่าจะได้บ้างหรือเสียบ้างไม่อยากให้ไปคิดมาก เพราะถ้าคิดมากอาจจะทำให้มีปัญหาและแตกคอกัน ซึ่งวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ คงต้องคุยกันให้จบ ซึ่งตนเองก็หวังว่าจะสามารถจบได้ด้วยดี

เมื่อถามต่อไปดูเหมือนต่างฝ่ายต่างอยากให้พรรคของตัวเองเป็นประธานสภาฯ อาจจะทำให้เกิดรอยร้าวแรกหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตอบว่า ถ้าไปดูใน MOU ก็มีการพูดว่าทุกคนจะสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้มีการพูดถึงประเด็นประธานสภาฯ การหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา หากถามว่ามีสิทธิ์ทำให้เกิดรอยร้าวหรือไม่ ส่วนตัวก็ต้องตอบว่ามีสิทธิ์ แต่จะตกลงร่วมกันอย่างไรขึ้นอยู่กับทั้ง 2 พรรค พรรคอื่นๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เพียงแต่อยากให้กำลังใจให้ตกลงกันได้ด้วยดี เพราะคิดว่าการทำงานในสภาฯ สำคัญกว่าที่จะต้องแตกหักกัน 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ชลน่าน ศรีแก้ว
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ชลน่าน ศรีแก้ว

...

ทั้งนี้ หากดูชื่อแคนดิเดตประธานสภาฯ ทั้งจากพรรคก้าวไกลที่เสนอชื่อ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา และพรรคเพื่อไทย ที่อาจจะมีการเสนอชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งหลายคนอาจวิพากษ์วิจารณ์ว่าใครเหมาะสมมากกว่ากันนั้น หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่า หากยกชื่อขึ้นมาแบบนี้ก็ต้องตอบแบบตรงๆ นพ.ชลน่าน เป็น ส.ส.มาแล้วหลายสมัย ทั้งยังเคยเป็นรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค และหัวหน้าฝ่ายค้าน ส่วนนายปดิพัทธ์ เป็น ส.ส. 4 ปี 1 สมัย หากทำงานของประธานสภาฯ ก็ต้องมีความรอบรู้พอสมควร 

“ส่วนตัวมองว่า หมอชลน่าน มีประสบการณ์มากกว่า ยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างหมอชลน่านนะ แต่หากยกชื่อมาถาม ก็ต้องตอบไปตรงๆ ซึ่งตัวเองคิดว่าทั้ง 2 ฝ่าย จะคุยกันรู้เรื่อง แต่ผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้นก็ไม่สามารถที่จะตอบแทนได้”

อย่างไรก็ตาม จากสูตรของพรรคเพื่อไทย คือ 14+1 มีนักวิชาการวิเคราะห์ว่า ถ้าเป็นแบบนี้อาจทำให้ นายพิธา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เผยว่า ตรงนี้ต้องแยกกันให้ออก เรื่องประธานสภาฯ ก็ส่วนหนึ่ง นายกรัฐมนตรีก็อีกส่วนหนึ่ง ถ้าเอามารวมกันจะตกลงกันไม่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะนำมารวมกัน เมื่อเราสนับสนุน นายพิธา ก็ควรสนับสนุนให้เต็มที่ ส่วนเรื่องประธานสภาฯ ก็ถือเป็นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งก็อยู่ที่ 2 พรรคจะตกลงกัน.