"วราวุธ" รมว.ทส. ในฐานะ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นำทีม "ชาติไทยพัฒนา" รายงานตัว เผย 4 ก.ค. ประชุมพรรคหารือโหวตประธานสภา ปัดตอบความเหมาะสม "ปดิพัทธ์" มองความเห็นต่างเป็นเหรียญ 2 ด้าน
วันที่ 28 มิ.ย. 2566 ที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีการเดินทางมารายงานตัววันนี้ ว่า เป็นฤกษ์ดี เพราะ ส.ส.ของพรรคอยู่ครบ 10 คน จึงเดินทางมาพร้อมเพรียงกัน อีกทั้งวันนี้เป็นวันอธิบดี จึงถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย
ส่วนการเลือกประธานสภา ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีใครชิงตำแหน่งประธานสภา ซึ่งช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ค. จะมีการประชุมพรรคกันที่สภา เพื่อหารือแนวทางว่าจะมีการลงมติอย่างไร สำหรับพรรคก้าวไกลที่เปิดตัว นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล เป็นแคนดิเคตประธานสภานั้น ตนคิดว่าพรรคก้าวไกลก็คงพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมที่สุด เป็นสิทธิ์ของพรรคที่จะเสนอรายชื่อ เราจึงไม่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้
เมื่อถามว่า จะใช้หลักเกณฑ์อะไรเพื่อพิจารณาบุคคลที่จะมาเป็นประธานสภา นายวราวุธ กล่าวว่า ตอนนี้ตนรู้เพียงแค่ชื่อแคนดิเดตประธานสภาของพรรคก้าวไกล ส่วนพรรคอื่นยังไม่มีความชัดเจน จึงต้องรอดูต่อไป
ส่วนความขัดแย้งเรื่องประธานสภาของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย จะเป็นเหตุให้เกิดชนวนการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลหรือไม่นั้น ตนคงตอบไม่ได้ เพราะพรรคชาติไทยพัฒนามี ส.ส.เพียง 10 คน "นั่งรถตู้คันเดียวก็หมดแล้ว" จึงต้องรอความชัดเจนจากพรรคการเมืองใหญ่ๆ ว่ามีแนวทางเป็นอย่างไร ต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน
เมื่อถามว่า ส.ส.ของพรรคชาติไทยพัฒนา จะต้องมีแนวทางเดียวกันในการโหวตประธานสภาหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่ใช่ต้องมีแนวทางเดียวกัน เป็นเอกสิทธิ์ในการตัดสินใจ แต่เชื่อว่าเราทำงานด้วยกันมานาน แค่มองตาก็รู้ใจ
...
เมื่อถามว่า ตำแหน่งประธานสภา ที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ จะส่งผลต่อการประชุมสภาในวันที่ 4 ก.ค.นี้ หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า คงเป็นความท้าทายของประธานสภาชั่วคราว คือ นายวิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ส่วนตัวเชื่อว่า ท่านเป็นนักการเมืองที่อยู่ในวงการมานาน จึงน่าจะมีวุฒิภาวะ ความรู้ และได้รับการยอมรับจากหลายฝ่าย น่าจะพาการประชุมสภาผ่านไปด้วยดี
เมื่อถามว่า ก่อนการเลือกประธานสภา จะมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องรอดูความชัดเจนอีกครั้ง เพราะวันนี้ยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจน ส่วนที่มีการมองว่า การจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อนั้น ตนมองว่าไม่ได้ยืดเยื้อจนเกินไป เพราะใช้เวลาเพียงแค่ 30 วัน แต่หลังจากนี้จะมีอะไรทำให้การเมืองสะดุดนั้น คิดว่าคงไม่มี หากเลือกประธานสภาและนายกรัฐมนตรีได้แล้ว ทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการพลิกขั้วรัฐบาล จะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองมีความรุนแรงขึ้น และเกิดการชุมนุมหรือไม่นั้น ตนคงตอบแทนใครไม่ได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีความไม่แน่นอน การพูดคุยกันของแต่ละพรรคก็เป็นสิทธิ์ในการทำงาน จึงเชื่อว่าไม่น่ามีความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะแต่ละพรรคคงเข้าใจสถานการณ์ดี และคงประคับประคองไปได้ยังราบรื่น
เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรที่ ส.ว.มองว่า 14 ล้านเสียงไม่ใช่เสียงข้างมาก นายวราวุธ กล่าวว่า 14 ล้านเสียงเป็นเสียงที่มาก และเป็นเสียงที่เยอะที่สุด แต่ด้วยประเทศไทยมีประชากรมากกว่า 66 ล้านคน และมีผู้ลงเสียงเลือกตั้งจำนวน 50 กว่าล้านคน เป็นความคิดของแต่ละคน
"เหรียญมีสองด้านเสมอ จะมองจากด้านใดก็ถูกต้อง แล้วแต่ว่าเราจะมองจากข้างใด ทางพรรคก้าวไกลอาจจะมองว่าตนเองได้คะแนนมากที่สุด ซึ่งก็ถูกต้อง แต่ทาง ส.ว.ก็มองเหรียญอีกด้านหนึ่งเช่นกัน แม้จะเหรียญเดียวกัน แต่แนวทางไม่เหมือนกัน ดังนั้นพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมจะน้อมรับในความคิดต่างๆ" นายวราวุธ กล่าว
เมื่อถามว่า ทาง ส.ว.ได้มีการไปเร่งรัดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งตรวจสอบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เหมาะสมหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า แต่ละท่านมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป แต่เวลาเราออกกฎหมายจากทางสภาผู้แทนราษฎร ก็จะต้องผ่านการพิจารณาของ ส.ว. ดังนั้น อาจจะเป็นมุมมองในการตรวจสอบ หากเกิดความคลางแคลงใจ ก็เป็นเอกสิทธิ์ที่จะเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ เป็นการเริ่มปฏิบัติเอง ส่วนเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่นั้นตนมองว่า ที่ผ่านมาก็มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทำให้ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะได้รับการตรวจสอบแบบกล้องจุลทรรศน์จากสาธารณชน.