ก้าวไกล เวิร์กช็อปวันที่ 2 “ไอติม พริษฐ์” ย้ำ ผลักดันกฎหมายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและสร้างความเปลี่ยนแปลง เป็นภารกิจหลักในสภาของพรรค มุ่งสร้างประเทศที่ดีกว่าเดิม

วันที่ 22 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานการสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล ในวันที่ 2 โดยเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงเช้าเริ่มด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ระดมความคิดเกี่ยวกับการเสนอร่างกฎหมายก้าวไกลจำนวนกว่า 40 ฉบับ ที่จะยื่นทันทีเมื่อสภาเปิด

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเสมือนอยู่ในเกมชักเย่อ ในทางหนึ่งเรามีระบบที่ล้าหลัง ที่ไม่อนุญาตให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ขยายอำนาจของสถาบันและกลไกทางการเมืองที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน แต่อีกทางหนึ่งเราก็มีสังคมที่ก้าวหน้า ประชาชนมีความคาดหวังการเปลี่ยนแปลงสูง สะท้อนอย่างชัดเจนผ่านผลการเลือกตั้งที่พรรคจากขั้วฝ่ายค้านเดิมได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น จนทำให้พรรคการเมืองอันดับ 1 และอันดับ 2 มาจากซีกฝ่ายเดียวกันในสภาชุดที่แล้ว ซึ่งมักไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

...

ทั้งนี้ เพื่อตอบรับต่อความคาดหวังของประชาชนที่ขึ้นสูงมาก พรรคก้าวไกลต้องมีบทบาทเป็นเหมือนกังหันลม ที่แปรสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงให้เป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า โดยภารกิจหลักในสภาของพรรคก้าวไกล คือการผลักดันกฎหมายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและสร้างความเปลี่ยนแปลงใน 3 ด้าน หรือ 3 เปลี่ยน ได้แก่

1. การเปลี่ยนกฎหมาย คือการทำให้กฎหมายที่ก้าวหน้าผ่านสภา โดยจำเป็นต้องสร้างการมีส่วนร่วมและร่วมกันผลักดันกับภาคประชาชน

2. การเปลี่ยนความคิด โดยอาศัยกลไกและเวทีสภา ในการรณรงค์และสื่อสารสาระสำคัญของกฎหมายกับประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจในสังคม และคลายข้อกังวลของผู้เห็นต่าง

3. การเปลี่ยนวัฒนธรรมการเมือง โดยทำให้เห็นถึงประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับจากการมีรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับงานสภา ทั้งในการขับเคลื่อนนโยบายและการให้ความร่วมมือกับกลไกตรวจสอบถ่วงดุล

จากนั้นมีการแบ่งกลุ่มให้ ส.ส. แต่ละคนเลือกประเด็นร่างกฎหมายที่สนใจ เช่น ปฏิรูประบบราชการ กระจายอำนาจ การศึกษา สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ที่ดิน แรงงาน พร้อมวางแผนงานสำหรับการขับเคลื่อนกฎหมายให้ผ่านสภา ซึ่ง ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้แสดงความเห็นอย่างหลากหลาย พิจารณาทั้งด้านความสำคัญและความเห็นที่แตกต่างต่อประเด็นต่างๆ ในร่างกฎหมายนั้น เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานและสื่อสารต่อประชาชน 

อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ ยังย้ำด้วยว่า การผลักดันกฎหมายกว่า 40 ฉบับนี้ เป็นเพียงชุดแรกที่จะถูกเสนอโดยผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกลในสมัยนี้ และจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างประเทศที่ดีกว่าเดิม ขณะที่ในช่วงบ่าย ศ.(พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม และอดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงาน อธิบายกระบวนการกฎหมาย และถามตอบข้อสงสัยของ ส.ส. แต่ละคนด้วย.