“ศิริกัญญา” เผย คณะกรรมการเปลี่ยนผ่านฯ สรุปข้อเสนอส่งที่ประชุม 8 หัวหน้าพรรค ลงมติ 22 มิ.ย. นี้ รับมีคุยการเมืองหลังกกต.รับรอง ส.ส. 500 คน เพื่อประเมินกรอบการทำงาน แต่ยังไม่คุยจัดสรร ครม.พิธา 1 ด้าน “เผ่าภูมิ” เผย “เพื่อไทย” เสนอ 4 นโยบายเศรษฐกิจ มองเป็นโอกาสดีได้หาจุดร่วม ถือเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย
วันที่ 20 มิถุนายน 2566 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย คณะกรรมการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน แถลงภายหลังการประชุมครั้งที่ 2 ว่า วันนี้เป็นการอัปเดตความคืบหน้าการทำงานที่ได้จัดตั้งไปทั้ง 14 คณะ โดยข้อสรุปในวันนี้จะถูกนำไปเสนอให้คณะแกนนำ 8 พรรคร่วมอีกครั้งวันที่ 22 มิถุนายนนี้ เพื่อขอมติก่อน ซึ่งวันนี้มีการหารือ 10 เรื่อง เช่น เรื่องภัยแล้ง เอลนีโญ คุยทางออกบริหารจัดการน้ำ อ่างเก็บน้ำ
ส่วนคณะเอสเอมอีได้คุยเรื่องการส่งออกที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือน และการส่งเสริมเอสเอมอี คณะแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 หารือเรื่องการส่งเสริมการออกกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด จัดทำแผนที่ความเสี่ยงไฟป่า และคณะดิจิทัลฯ หารือการส่งเสริมใช้ดิจิทัลในรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดนั้นจะนำเสนอรายละเอียดแต่ละด้านในที่ประชุมพรรคร่วมเพื่อลงมติอีกครั้ง
คณะค่าไฟน้ำมัน พลังงาน ได้มีการเสนอปรับลดค่าไฟ และเสนอกับการต่ออายุเพื่อลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ส่วนคณะจังหวัดชายแดนใต้มีความคืบหน้าในการตั้งเป้าหมาย และนำไปสู่สถานที่คุยสันติภาพใน 4 ปีของรัฐบาล และเรื่องการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน ได้กำหนดโรดแมปแต่ละพรรค ที่นำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร. ที่มาจากเลือกตั้ง
ทั้งนี้คณะกรรมการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ได้กำหนดเวลาที่จะปิดตัวลงเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ โดยจะประชุมครั้งสุดท้ายหลังประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานสภาและรองประธานสภาแล้ว ก่อนจะแจ้งคณะย่อยจัดทำรายงานสรุปเพื่อรายงานที่ประชุมพรรคร่วมอีกครั้ง
...
นางสาวศิริกัญญา ยังกล่าวถึง MOU 23 ข้อ ว่าจะเป็นภาพใหญ่ในการจัดทำนโยบาย โดยจะต้องลงรายละเอียดแต่ละกระทรวง โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากแต่ละพรรคในการนำเสนอความเป็นเจ้ากระทรวง อาจจะเพิ่มเติมจาก 23 ข้อของ MOU แต่จะต้องไม่ขัดแย้งกัน เพราะทั้งหมดจะต้องนำเสนอต่อหัวหน้าพรรคอีกครั้ง
พร้อมยอมรับว่า ในที่ประชุมวันนี้ มีการหารือ สถานการณ์การเมือง หลังกกต.รับรองส.ส.ทั้ง 500 คน โดยมองว่า ทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว และรับรองครบ 500 คนในเวลาเดียวกัน ทำให้กระบวนการต่างๆ ทำได้รวดเร็วมากขึ้น วันนี้จึงได้พูดคุยเรื่องปฏิทินการเมือง เพื่อประเมินกรอบการทำงานของคณะกรรมการเปลี่ยนผ่าน และในการประชุมในวันนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการจัดสรร ครม. พิธา 1
ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้คณะกรรมการฯ ได้รับฟังข้อเสนอและผลศึกษาของคณะย่อยเป็นประโยชน์ในการทำงานร่วมกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน
ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ได้เสนอ 4 นโยบาย ของพรรคต่อที่ประชุมและมอบหมายให้คณะทำงานย่อยไปศึกษาเพิ่มเติม คือ 1. นโยบายเขตธุรกิจใหม่ของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา การอนุญาต การแก้กฎหมาย ซึ่งเพื่อไทยมีโมเดลที่จะเข้าไปเติมเต็ม แก้ไขปัญหาด้านกฎหมายที่จะส่งเสริมเอสเอ็มอี ในเขตธุรกิจใหม่นำร่อง 4 พื้นที่ คือเชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ และสงขลา
2. เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ที่พรรคเพื่อไทยมีความเห็นว่าควรเซตเป้าหมายในระยะไกลออกไปคือปี 2570 ที่เพื่อไทยประกาศว่าค่าแรงจะอยู่ที่ 600 บาท เพื่อให้ภาคเอกชนรู้ว่าในระยะยาวจะไปถึงจุดไหน นอกจากนี้ยังเสนออีกกลไก คือ เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท คู่ขนานไปด้วย เป็นการยกระดับทั้งส่วนล่างและส่วนกลาง เป็นสองโมเดลที่ทำควบคู่กัน ทั้งนี้การขึ้นค่าแรงทำไม่ได้ถ้าไม่ดูแลภาคเอกชน และการดูแลภาคเอกชนที่ดีที่สุดคือการทำให้เศรษฐกิจขยายตัว จะทำให้ภาคเอกชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความสามารถในการจ่ายค่าแรงเพิ่มขึ้น จึงสนับสนุนการขึ้นค่าแรงตามภาวะเศรษฐกิจ ตามรายได้ของประเทศ
3. นโยบายการเข้าถึงแหล่งทุนของเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นเรื่องที่เพื่อไทยและก้าวไกลเห็นตรงกัน ในการใช้กลไกค้ำประกันสินเชื่อ สนับสนุนให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น เพื่อปลดล็อกการเข้าถึงสินเชื่อของเอสเอ็มอี เพื่อไทยตั้งวงเงินไว้ 30,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ บสย. ทั้งงบประมาณและประสิทธิภาพ
และ 4. นโยบายตลาดทุน ซึ่งเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการระดมทุน ปัจจุบันภาคเอกชนสามารถหาแหล่งทุนได้แค่ 2 แหล่งคือเงินกู้ธนาคารพาณิชย์และการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งสองกลไกจะต้องเดินควบคู่กันเพื่อไทยสนับสนุนการสร้างตลาดทุนให้แข็งแกร่ง มีหัวใจอยู่ที่สภาพคล่อง เพื่อจะเป็นแหล่งระดมทุนในการสร้างเศรษฐกิจประเทศ โดยตลาดทุนของพรรคเพื่อไทยยังมีตลาดทุนคู่ขนานในเรื่องของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ในการระดมทุนเพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดขึ้น นี่คือสี่นโยบายที่เพื่อไทยนำเสนอต่อที่ประชุม
นายเผ่าภูมิยังระบุว่า วันนี้เป็นโอกาสดีที่แต่ละนโยบาย ถูกเผยออกมาและพูดถึงข้อดี ข้อเสียหาจุดลงตัวร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน ก่อนทิ้งท้ายว่านี่คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย