“แสวง” ขึงขังตั้ง กก.สอบ หลังเอกสารรับรอง ส.ส.หลุดทั้งยวง เสียงอ่อยยอมรับเป็นของจริง “ไอซ์” ไม่แคร์ส่อถูกแขวน ลั่นแค่ก้อนกรวดในรองเท้า “ปดิพัทธ์” เช็กแล้วไร้เรื่องร้องเรียน ชี้ปล่อยออกมาลดแรงกดดัน กกต. “พิธา” ยกขบวนขอบคุณชาวเชียงใหม่ ตลาดแตกด้อมส้มแห่รับล้นทะลัก โต้ใช้ประชาชนเป็นเกราะกำบัง “ประเสริฐ” ยังหวังอัปยอด ส.ส.เพิ่ม “ศิธา” เชื่อมีตัวเบ้งอยู่หลัง “นิกม์” รู้ชื่อย่อจอมบงการ “เสี่ยหนู” จัดฝ่าย ก.ม.ช่วย 21 ว่าที่ส.ส. ตอนนี้ไม่คุย พท.ต่างคนต่างอยู่ ส.ว.บี้ กกต.ยื่นตีความตรงคุณสมบัติ “พิธา” “เรืองไกร” อวดเมียรวย โชว์เงิน 25 ล.-ถอยเบนซ์ป้ายแดง ป.ป.ช.รอ “พิธา” แจ้งโอนหุ้นไอทีวี ย้ำศาลการันตีเป็นผู้จัดการมรดก “ไอทีวี” แจงผู้ถือหุ้น ไม่ได้ต้องการสื่อสารว่าเป็นสื่อ บันทึกการประชุมไม่ได้ถอดคำต่อคำ อ้างงบการเงินแค่ใช้ภายในบริษัท
...
จากกรณีที่มีเอกสารของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เตรียมเสนอให้คณะกรรมการ กกต.พิจารณาให้การรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อม ส.ส.เขตเลือกตั้ง หลังพิจารณาไปแล้วทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง หลุดออกมาปรากฏต่อสาธารณะ ทำให้นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
“แสวง” ตั้ง กก.สอบเอกสารหลุด
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.ชุดใหญ่วันที่ 19มิ.ย. กกต.เตรียมพิจารณาให้การรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อม ส.ส.เขตเลือกตั้ง หลังพิจารณาไปแล้วทั้ง 400 เขตเลือกตั้งว่าเขตใดมีคำร้องคัดค้านและไม่มีคำร้อง คาดว่าจะประกาศรับรอง ส.ส.ได้วันที่ 21 มิ.ย. จากนั้นให้ ส.ส.ทยอยไปรับเอกสารรับรองได้ที่สำนักงาน กกต. ทั้งนี้ มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีเอกสารข้อมูลเสนอ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขตครั้งที่ 1 ถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย 3 หน้ากระดาษ หลุดออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารจริงในชั้นสำนักงาน กกต.ที่เตรียมเสนอ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา
“ไอซ์” ไม่แคร์ส่อถูก กกต.แขวน
เมื่อเวลา 12.30 น. ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) น.ส.รักชนก ศรีนอก ว่าที่ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีเอกสารหลุด กกต. มีผู้ร้องคัดค้านการประกาศรับรอง ส.ส.ในเขต 28 บางบอนว่า เบื้องต้นตอนนี้กำลังรอเอกสารจาก กกต.ว่าถูกร้องเรียนหัวข้อใด เท่าที่ทราบอาจยังไม่ถูกรับรองเพราะมีเรื่องถูกร้องเรียนอยู่ แต่เราพร้อมชี้แจงทุกข้อที่ถูกร้องเรียนมา และยังอยู่ในระยะเวลา 60 วัน พรรค ก.ก.แจ้งมาว่าหากเอกสารมาถึงที่บ้านแล้วให้แจ้งทางพรรคได้เลย จะจัดทีมกฎหมายไปติดตาม หรือดำเนินการอย่างไรต่อค่อยว่ากัน เมื่อถามว่าจะไม่กระทบต่อการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ น.ส.รักชนกตอบว่า คิดว่ารายชื่อที่ถูกร้องเรียนต้องมีอยู่แล้ว เนื่องจากเราเป็นผู้ชนะ แต่ไม่กังวลทุกเรื่องชี้แจงได้หมด ถ้าได้รับรองเป็น ส.ส.แล้วจะเข้าสภาฯโหวตเลือกนายกฯได้ตามปกติ
เทียบแค่ก้อนกรวดในรองเท้า
น.ส.รักชนกกล่าวอีกว่า มีว่าที่ ส.ส.ถูกร้องเรียนถึง 71 เขต คงเป็นก้อนกรวดเล็กๆในรองเท้าของผู้สมัครจากก้าวไกล ยังคงต้องเจออะไรอีกเยอะในอนาคต อย่างที่ทุกคนได้เห็นตั้งแต่เราชนะมา งานเข้าไม่หยุด อยากให้ทุกคนทำใจให้ชินว่าเราเป็นฝ่ายที่ต่อสู้เอาอำนาจกลับมาสู่มือของประชาชน เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่เราต้องเจอ อย่างไรก็จัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งพลังที่เหลือล้นที่ประชาชนส่งมาให้ เมื่อถามว่ายังคงยืนยันลงพื้นที่ต่อแม้ยังไม่มีการรับรอง ส.ส.ใช่หรือไม่ น.ส.รักชนกตอบว่า จริงๆ ลงตั้งแต่วันแรกที่ได้รับเลือกมา ยังไม่ได้หยุดเจอประชาชนเลย ยืนยันว่าเงินเดือน ส.ส.ถูกจ่ายมาแล้วเราต้องทำให้เงินและภาษีของประชาชนคุ้มค่ามากที่สุด ไม่ต้องรอให้ กกต.รับรอง นี่คือการตอบแทนประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้เรา
“ปดิพัทธ์” เช็กแล้วไร้เรื่องร้อง
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ว่าที่ ส.ส.พิษณุโลก พรรค ก.ก. กล่าวกระแสข่าวมีชื่อส่อถูกแขวนไม่รับรองให้เป็น ส.ส.ว่า กังวลว่าเป็นเรื่องที่ กกต.ตีตกไปแล้วหรือไม่ กรณีมีชื่ออยู่ในชื่อผู้อภิปรายโครงการพระราชดำริ แต่ปรากฏว่าไม่ใช่เรื่องนั้น สอบถามไปที่หน่วยสืบสวนของ กกต.จ.พิษณุโลก ปรากฏว่าไม่มีเรื่องร้องเข้ามา ดูในเว็บไซต์ของ กกต.ก็ไม่มีปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจน ไม่กังวลเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ความกังวลน่าจะเป็นฝั่งที่ไม่อยากให้จัดตั้งรัฐบาลได้มากกว่า เราสามารถรวบรวมเสียงได้ขนาดนี้แล้ว ตอนนี้แรงกดดันอยู่ที่ กกต.เป็นอันดับแรก เอกสารที่หลุดออกมาไม่แน่ใจว่าเป็นการโยนหินถามทางหรือไม่ กกต.จะได้มีข้อพิสูจน์ว่ามีการคัดค้าน แต่เชื่อว่า ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ กกต.น่าจะรับรองได้เกินร้อยละ 95 เพื่อให้เปิดประชุมสภาฯได้ ยิ่งเปิดสภาฯช้ายิ่งมีรัฐบาลช้า เรายิ่งไม่มีเวทีแก้ไขปัญหาของประเทศผ่านงบประมาณที่สำคัญให้ประชาชน
ยกทีมขอบคุณชาวเชียงใหม่
ที่ห้องประชุมอาคารเชียงใหม่ศิริพานิช อ.เมืองเชียงใหม่ เวลา 10.30 น. วันเดียวกัน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล พร้อมนายกรุณพล เทียนสุวรรณ “เพชร” รองโฆษกพรรค และว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่ทั้ง 7 เขต ร่วมพบปะตัวแทนภาคประชาชน ภาคเอกชน และธุรกิจกว่า 100 คน เพื่อพูดคุยรับฟังปัญหาการรับมือฝุ่นพิษ PM 2.5 ในปี 2567 นายพิธากล่าวว่า ปัญหาหมอกควันเป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่ จากการศึกษาของทีมพรรคก้าวไกลพบว่างบประมาณที่ได้มาเพียง 85 ล้านบาท ถือว่าน้อยมาก ไม่สอดคล้องกับการ แก้ปัญหา เป็นเบี้ยหัวแตกที่กระจายไปหลายหน่วยงาน ทำให้การแก้ปัญหาไม่ยั่งยืน หลังจากนี้ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและจริงจัง เพราะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 10,000 ล้านบาท
ตลาดแตกด้อมส้มล้นทะลัก
ต่อมาที่สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (IMPECT) อ.สันทราย นายพิธาและคณะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังประเด็นปัญหาจากตัวแทนกลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองและชาติพันธุ์ต่างๆกว่า 10 ชาติพันธุ์ ที่เป็นเครือข่ายและทำกิจกรรมร่วมกับสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (สชพ.) มีการต้อนรับด้วยการจัดพิธีมัดมือ(คีฮลัว) หรือการสู่ขวัญตามประเพณีม้ง โดยผู้รู้ภูมิปัญญาม้งบ้านม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จากนั้นนั่งล้อมวงร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่เป็นเมนูอาหารพื้นเมืองของชนเผ่า ก่อนเดินทางต่อไปที่ตลาดสดเทศบาลหางดง อ.หางดง พบปะประชาชนและขอบคุณที่ลงคะแนนเสียงให้กับพรรคก้าวไกลแบบถล่มทลายถึง 7 ใน 10 เขต โดยมีประชาชนแฟนคลับหลายพันคนทุกเพศทุกวัย รวมทั้งแฟนคลับต่างชาติพากันมาปักหลักรอตั้งแต่เช้ามาในธีมสีส้ม บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่กลุ่มผู้สนับสนุนยังพากันตะโกนเชียร์ “ส้มรักพ่อ” ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณโต้ใช้ประชาชนเกราะกำบัง
นายพิธาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายเรืองไกร
ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมกับ กกต.ในประเด็นมาตรา 151 ว่า ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ไม่ว่าจะมีความเคลื่อนไหวอย่างไร ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย กกต.ต้องการข้อมูลอย่างไร ให้อยู่ในกระบวนการและการต่อสู้ทางกฎหมายไป เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่คนตั้งข้อสังเกตว่าใช้ประชาชนมาเป็นเกราะกำบัง นายพิธาตอบว่า มีความตั้งใจทำงาน ตั้งใจแก้ไขปัญหา เชียงใหม่รายได้การท่องเที่ยวหายไปครึ่งหนึ่งจากช่วงก่อนโควิด ทำให้ปัญหาการท่องเที่ยวเป็นตัวอย่างที่ต้องแก้ไข ไม่ใช่เป็นเรื่องเอาประชาชนมาเป็นเกราะกำบัง แต่ต้องการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนจริงๆ ถ้าเอามาเป็นเกราะกำบัง คงไม่ต้องทำการบ้านหาข้อมูลมา
ปฏิเสธจ้องวัดพลังเพื่อไทย
เมื่อถามว่ามาลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ เป็นการวัดพลังในพื้นที่บ้านเดิมของเพื่อไทยที่ถูกก้าวไกลตีแตกแล้วหรือไม่ นายพิธาตอบว่า เป็นการมาวัดปัญหา วัดศักยภาพของแต่ละพื้นที่ พอมาก็รู้ ว่าที่ลำปางมีเรื่องสังคมสูงวัย ที่ลำพูนมีเรื่องพี่น้องแรงงานและเกษตรกรลำไย เชียงใหม่คือปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปัญหาสาธารณะ ความเหลื่อมล้ำบนดอยกับพื้นราบ และปัญหาการท่องเที่ยว ถือเป็นปัญหาสำคัญของแต่ละพื้นที่ มาแต่ละครั้งต้องการรู้ว่าปัญหาที่ต้องแก้คืออะไร จะพลิกปัญหาเป็นโอกาสได้อย่างไร นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่า เมื่อถามว่าจะมีโอกาสเลือกตั้งผู้ว่าฯเชียงใหม่หรือไม่ นายพิธาตอบว่า แน่นอน ไม่ใช่แค่เลือกตั้งอย่างเดียว แต่การกระจายงบประมาณ กระจายอำนาจ และกระจายภารกิจออกมาเพื่อยึดโยงกับพี่น้องประชาชนด้วย
“ประเสริฐ” ยังหวังอัปยอด ส.ส.
ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเอกสารเสนอรับรองว่าที่ ส.ส.ของ กกต.หลุดออกมา พบว่ามีว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยมีเรื่องร้องคัดค้าน 20 เขต เชื่อว่าทุกเขตที่ถูกร้องเรียนสามารถชี้แจงได้ ฝ่ายกฎหมายของพรรคได้รวบรวมข้อมูลทุกเรื่องที่ถูกกล่าวหาไว้แก้ต่างแล้ว ไม่ได้มีความกังวลอะไร เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งบางเขตหลังพบทุจริต ตามที่นายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงไว้ คาดว่าจะได้ ส.ส.เพิ่มหรือไม่ นายประเสริฐตอบว่า เชื่อว่าเป็นไปได้จะได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น เพราะบางเขตพรรคเพื่อไทยแพ้ไม่กี่คะแนน
โต้เฟกนิวส์คั่ว รมว.คมนาคม
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการพูดคุยกับพรรคก้าวไกล เรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร นายประเสริฐตอบว่า การพูดคุยยังไม่ได้ข้อสรุป อาจต้องรอให้มีการรับรอง ส.ส.ให้ครบก่อน คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนโผคณะรัฐมนตรีที่หลุดออกมาที่มีชื่อตนนั่ง รมว.คมนาคม ไม่เป็นความจริงคงเป็นข่าวปลอม ย้ำว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เรื่องนี้ขอให้ผู้บริหารพรรคเป็นคนกำหนด ส่วนตัวพร้อมทำงานในทุกหน้าที่อยู่แล้ว เมื่อถามถึงเรื่องหุ้นสื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล นายประเสริฐตอบว่า ยังคงติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ให้กำลังใจนายพิธา อยากให้เป็นไปด้วยความราบรื่น เชื่อว่านายพิธาชี้แจงได้อยู่แล้ว ส่วนการประชุมพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ในวันที่ 20 มิ.ย. ที่พรรคไทยสร้างไทยเป็นเจ้าภาพ วาระสำคัญหลักคงเป็นการติดตามความคืบหน้าของคณะทำงานชุดเล็กทั้งหมด รวมถึงอัปเดตสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน
“ศิธา” เชื่อมีตัวเอ้อยู่หลัง “นิกม์”
น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงกระแสข่าวมีว่าที่ ส.ส. 3 คน ของพรรค ทสท. อาจยังไม่รับรองผลการเลือกตั้งว่า ให้เวลา กกต. มองในแง่บวกตามเจตนารมณ์ของกฎหมายคือต้องรับรองให้ได้เกินร้อยละ 95 ขึ้นไปภายในระยะเวลาที่กำหนด กกต.คงดูในเรื่องทั้งด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ เชื่อมั่นว่าทุกคนหวังดีต่อประเทศชาติ คงต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดภายในกรอบเวลา เมื่อถามถึงการพบข้อพิรุธเอกสารทางการเงินของบริษัทไอทีวี ทำให้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่ามีคนอยู่เบื้องหลังที่ใหญ่กว่านายนิกม์ แสงศิรินาวิน อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคภูมิใจไทย น.ต.ศิธาตอบว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นมีผู้อยู่เบื้องหลังที่ใหญ่กว่าในเรื่องหุ้นไอทีวี เชื่อว่าทั้งสื่อ ประชาชน นักการเมือง รู้อยู่แล้วว่ามีในลักษณะการแบ่งงานทำมีเป้าหมายที่ตั้งไว้ รู้อยู่แล้วว่าทำไปเพื่อจุดประสงค์อะไร ยืนยันว่าทั้งหมดที่ทำเป็นการขัดขวางประชาธิปไตยของประเทศไทยไม่ให้เดินหน้า
รู้ชื่อย่อนักการเมืองจอมบงการ
เมื่อถามว่ามีด่านอื่นอีกหรือไม่ เพื่อขัดขวางไม่ให้นายพิธาเป็นนายกฯ น.ต.ศิธาตอบว่า ยังมีด่าน 2-3-4-5 หรืออะไรก็แล้วแต่ พวกนี้มีธงอยู่แล้วว่าต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้าไปทางไหน แต่ป้องกันได้ ประชาชนรู้เท่าทันว่าคนเหล่านั้นจะไม่กล้าทำ เพราะต้นทุนที่เขาจะทำนั้นสูง เมื่อถามถึงกรณีตั้งข้อสงสัยว่าเอกสารที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิก พปชร. ยื่นให้ กกต.น่าจะมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง น.ต.ศิธาตอบว่า โพสต์ไปตามที่ได้ยินมา จริงๆค่อนข้างชัดเจนถึงกล้าเขียนไป นายเรืองไกรก็ไม่ได้ปฏิเสธ ขั้นแรกนายเรืองไกรยอมรับว่ามี แต่ไม่เปิดเผยชื่อ เมื่อถามว่ารู้ชื่อย่อนักการเมืองคนนั้นหรือไม่ น.ต.ศิธาตอบว่า ได้ยินมาเหมือนกัน แม้ไม่ทราบชื่อเต็ม แต่อยู่ในกระบวนการที่เคลื่อนไหวหรืออาจเป็นคนคนเดียวกันก็ได้ ประเด็นที่เปิดเข้าใจว่าอาจเป็นคนละประเด็นกัน แต่ยิ่งเป็นคนละประเด็นยิ่งชัดเจนว่าทุกประเด็นแวดล้อมที่เห็นมาจากกลุ่มเดียวกัน ถึงบอกว่าเป็นการจัดสรรแบ่งงานกันทำ แล้วใครที่ไม่ได้ทำก็จะบอกว่าไม่เกี่ยว ไม่เล่นนอกกติกา พอดูแล้วกลไกที่เขาสั่งไว้ตัวแทนจะดำเนินการทำหน้าที่ของตัวเอง คนที่เป็นจอมบงการก็นั่งเฉยๆ ไม่เข้าไปเกี่ยว หากถามว่าเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ คงตอบไม่ได้ชัดเจน แต่หากถามว่ามีกระบวนการเบื้องหลังไหม ทุกคนตอบได้ในใจอยู่แล้ว
“หนู” จัดฝ่าย ก.ม.ช่วย 21 ว่าที่ ส.ส.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวว่าที่ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องร้องคัดค้านมากที่สุดถึง 21 คนว่า อยู่ที่ว่ามีใคร ร้องเรียน พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ไปร้องเรียนใคร ถ้าเราไปร้องเรียนจะยิ่งเสียเวลามากขึ้น นอกจากว่าจะผิดจริงๆ คงไม่ทำให้เป็นเรื่อง ทั้ง 21 คนต้องไปหาหลักฐานลบล้างข้อกล่าวหา เมื่อถามว่าพรรค ภท.จะดูแลว่าที่ ส.ส.กลุ่มนี้อย่างไร นายอนุทินตอบว่า ถ้าเขามาหารือเรื่องข้อกฎหมาย หรือให้เตรียมหลักฐานต่างๆ พรรคมีฝ่ายกฎหมายคอยประสานงานและอำนวยความสะดวกให้ไปแก้ข้อกล่าวหา
ตอนนี้ไม่คุย พท.ต่างคนต่างอยู่
นายอนุทินยังกล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลที่ดูเหมือนล่าช้า อาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวว่า ไม่ช้าหรอก ทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการ ส่วนการโหวตเลือกนายกฯขอให้ถึงวันนั้นก่อน เมื่อถามว่า จะเสนอชื่อนายกฯแข่งหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ดูก่อนว่ามี ส.ส.กี่คนรับรอง เมื่อถามย้ำว่ามีใครในใจที่จะโหวตเป็นนายกฯหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะพร้อมกล่าวว่า ถ้ามีในใจแล้วจะมาบอกสื่อมวลชนทำไม ยังยืนยันว่าพรรคอันดับ 1 ควรเป็นผู้ประสานจัดตั้งรัฐบาลไป ภูมิใจไทยเป็นพรรคลำดับ 3 ต้องไม่ทำอะไรให้เกิดปัญหาหรืออุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยบ้างหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่ได้คุยกับใครเลย เขาก็ไม่ได้คุยกับเรา ต่างคนต่างอยู่ ต้องดูหลักความเป็นจริงด้วยว่าวันนี้เป็นไปได้อย่างไรที่จะโทรศัพท์ไปหาคนโน้นคนนี้เพื่อจัดตั้งรัฐบาล เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเราไม่ได้เป็นพรรคอันดับที่ 1 ต้องรอให้ทุกอย่างดำเนินไป ดูแนวโน้มยังเป็นไปตามไทม์ไลน์
เตือนเหล่าด้อมให้ยึดเหตุผล
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการรวบรวมรายชื่อยื่นตรวจสอบคุณสมบัติคนที่จะมาเป็น ส.ส.ภายหลัง กกต.ประกาศรับรองแล้ว นายอนุทินตอบว่า ขึ้นอยู่กับหลักฐานและข้อกล่าวหาต่างๆ หากใครทำผิดกฎหมายโจ๋งครึ่มจนก่อความเดือดร้อนต่อสาธารณะ เราต้องมาพิจารณาอีกครั้ง แต่อยู่ดีๆจะไปทำให้มันเกิดเรื่องเกิดราวด้วยการแต่งเติมขึ้นมา พรรคภูมิใจไทยไม่ทำและไม่เคยคิดทำ เมื่อถามว่า เป็นห่วงบรรดากองเชียร์ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ควรใช้เหตุใช้ผล และคิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก
“ธนกร” มั่นใจ 3 รทสช.แจงได้
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกระแสข่าวว่าที่ ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติถูกร้องคัดค้าน 3 เขตว่า เรื่องนี้ยังเป็นรายงานข่าวอยู่ ต้องรอให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน เชื่อว่าจะทราบผลเร็วกว่ากำหนดเดิมที่ประธาน กกต.ระบุไว้ และมั่นใจว่าที่ ส.ส.ของพรรคที่ถูกร้องเรียน มีหลักฐานพร้อมชี้แจงต่อ กกต.ได้แน่นอน มีฝ่ายกฎหมายของพรรคช่วยให้คำปรึกษาอย่างเต็มที่ และให้ฝ่ายกฎหมายสอบถามไปยัง 3 ว่าที่ ส.ส.ที่มีรายชื่อแล้ว ให้เตรียมพยานหลักฐานไว้ให้พร้อม และช่วงที่ยังรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กำชับรัฐมนตรีทุกกระทรวงให้เร่งมือทำงานที่ยังค้างอยู่ โดยเฉพาะการช่วยเหลือแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน จนกว่าจะมีรัฐบาลและ ครม.ชุดใหม่
ส.ว.บี้ กกต.ยื่นตีความ “พิธา”
วันเดียวกัน นายสมชาย แสวงการ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กกรณีมีข้อสงสัยว่า ส.ว.สามารถเข้าชื่อ 1 ใน 10 ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดคดีถือครองหุ้นสื่อไอทีวีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ได้หรือไม่ว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 82 ระบุว่ากรณีที่เห็นว่ามี ส.ส. หรือ ส.ว.มีปัญหาต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สมาชิกแต่ละสภายื่นแยกกัน โดย ส.ส.ต้องเป็นผู้ยื่นเรื่อง ส.ส. ส่วน ส.ว.ยื่นเฉพาะเรื่อง ส.ว. ทั้งนี้ในมาตรา 82 วรรคท้าย ให้อำนาจ กกต.ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้น กกต.มีอำนาจและหน้าที่โดยตรงชัดเจน เมื่อรับรอง ส.ส.แล้วมีเหตุสงสัยว่า ส.ส.มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 98 (3) มาตรา 88 มาตรา 89 มาตรา 160 ที่น่าจะทำให้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 101 จึงเห็นว่า กกต.มีหน้าที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเป็นที่สุดหากละเลยอาจมีผู้ยื่นฟ้องดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ขอฝากข้อเสนอแนะมาด้วยความห่วงใย
นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ส.ว.ไม่สามารถร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ได้ ประเด็นสมาชิกภาพ ส.ส. เป็นสิทธิเฉพาะ ส.ส.จะเข้าชื่อ 1 ใน 10 ร้องผ่านประธานสภาฯ ก่อนถึงวันเสนอชื่อนายกฯเพื่อให้รัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบ หาก กกต.จะส่งเรื่องที่มีการกล่าวหาว่ามีลักษณะต้องห้ามให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ จะเกิดความเป็นธรรมกับผู้ถูกเสนอชื่อ
“เรืองไกร” ตามน้ำชงสอบ “ทิม”
วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้ส่งหลักฐานเพิ่มเติมให้สำนักงาน กกต. กรณีตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 151 ขอย้ำว่าการมายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต. ทำคนเดียว ไม่ได้ร่วมกับผู้อื่น นอกจากส่งหลักฐานประกอบเพิ่มเติมแล้ว ยังอธิบายรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ต้องไม่ถือหุ้นสื่อ ซึ่งใช้บังคับครอบคลุมไปถึงองค์กรอื่นด้วย เช่น วุฒิสภา คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงกรรมการองค์กรอิสระ และองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ถือหุ้นสื่อ เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลโต้แย้งว่าคุณสมบัติต้องห้ามไม่ครอบคลุมถึงคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ นายเรืองไกรตอบว่า ให้กลับไปอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 89 วรรคสอง และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 14 วรรคสองประกอบ
อวดเมียรวยถอยเบนซ์ป้ายแดง
นายเรืองไกรยังกล่าวถึงกรณีนายวีระ สมความคิดประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบที่มาเงิน 25 ล้านบาท และรถเบนซ์ ที่ได้รับจากผู้ใหญ่ใจดีว่า ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบอยู่ เป็นคนโพสต์เอง มีเงินก็ซื้อ ที่บอกว่ามีผู้ใหญ่ใจดีให้มานั้น ก็เขาให้มาจริงๆ ผู้ใหญ่ใจดีก็ภรรยาคนเดียว ภรรยาสุดที่รักเกษียณ เงินเกษียณออกเขาอยากได้อะไรก็ซื้อ รูปรถเบนซ์ที่โพสต์ภรรยาก็เป็นคนถ่ายให้ ว่ากันไป ถ้า ป.ป.ช.จะเรียกผู้ใหญ่ใจดีไปชี้แจงก็ยินดีให้ข้อมูล แต่จะเรียกในฐานะอะไร ใช้กฎหมายอะไรขอให้เขียนมาให้ชัดเจน คนร้องก็ร้องไปเรื่อย อ้างเหตุผลว่าฝ่ายกฎหมายตีความมา หากแน่จริงขอให้ชี้มูลมา
ป.ป.ช.รอแจ้งโอนหุ้นไอทีวี
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หลังพ้นตำแหน่ง ส.ส.ภายในวันที่ 18 มิ.ย.ว่า นายพิธายังไม่ยื่นเข้ามา ทั้งนี้สามารถขอขยายเวลายื่นออกไปได้อีก 30 วัน แต่ต้องมีเหตุสุดวิสัยจำเป็นจริงๆ แต่เชื่อว่านายพิธาคงยื่นในเวลาที่กำหนด ไม่น่าขอขยายเวลาอีก เมื่อถามว่านายพิธาต้องชี้แจงรายละเอียดการโอนหุ้นไอทีวีหรือไม่ นายนิวัติไชยตอบว่า ต้องดูว่าขณะนี้ทรัพย์สินเกี่ยวกับหุ้นมีหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องยื่น ให้ยื่นบัญชีกรณีพ้นจากหน้าที่ว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง แต่ถ้ายังไม่โอนต้องดูว่านายพิธายื่นแจ้งในฐานะอะไร เป็นเจ้าของหุ้น หรือเป็นผู้จัดการมรดก
ศาลการันตีเป็นผู้จัดการมรดก
นายนิวัติไชยกล่าวว่า ส่วนที่ศาลระบุว่าหาเอกสารต้นขั้วคำสั่งศาลเรื่องการเป็นผู้จัดการมรดกหุ้นไอทีวีของนายพิธาไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดมานานแล้ว การจัดเก็บเอกสารเป็นข้อจำกัดแต่ละหน่วยงาน แต่ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 15 มิ.ย. มีหนังสือยืนยันมาจากศาลแล้วว่า แต่งตั้งนายพิธาเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่มีผู้คัดค้าน แต่ต้องตรวจสอบก่อน เพราะยังไม่เห็นรายละเอียด ทราบว่ามีหนังสือจากศาล หนังสือถูกต้องก็น่าจะใช่เป็นผู้จัดการมรดก แต่เป็นคนละเรื่องกับกรณีคุณสมบัติ ส.ส.ที่ยื่นร้องกัน แต่การตรวจสอบว่ามีคำสั่งศาลจริงหรือไม่หากเอกสารต้นขั้วไม่มีก็สอบเอกสารอื่นๆที่ชี้ชัดประกอบได้ หรือมีบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลว่าใช่ลายเซ็นผู้พิพากษา หรือผู้เกี่ยวข้องก็ใช้ได้ เอกสารหายไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ไม่ได้หาย เพราะปกปิด ตรวจสอบเอกสารได้อยู่แล้ว แต่ต้องใช้เวลาเท่านั้นเอง
ไอทีวียันไม่ต้องการสื่อสารเป็นสื่อ
ช่วงเย็นวันเดียวกัน เว็บไซต์ www.itv.co.th ของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ออกหนังสือชี้แจงผู้ถือหุ้น เนื้อหาโดยสรุปว่า จากเหตุการณ์ที่เผยแพร่ในสื่อเกี่ยวกับการบันทึกรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 (รายงานการประชุม) แบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) ของบริษัทปี 2565 และงบการเงินไตรมาส 1 ประจำปี 2566 ของบริษัทนั้น บริษัทได้สรุปสาระสำคัญของคำถามและคำตอบ ระหว่างประชุมฯ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของบริษัทเท่านั้น เพื่อความกระชับและชัดเจน มิได้จดบันทึกการประชุมฯเป็นคำต่อคำ ทั้งนี้ บันทึกรายงานการประชุมที่เป็นประเด็นอยู่ขณะนี้ เป็นการสรุปคำตอบจากคำถามหลายข้อที่ผู้ถือหุ้นส่งเข้ามา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องสิทธิตามสัญญาเข้าร่วมงานและดำเนินการสถานีวิทยุโทรทัศน์ฯ นั้น บริษัทได้บันทึกรายงานการประชุมไว้แล้วในวาระ 9 หน้า 14 ว่า “ผลคดีเป็นจุดสำคัญที่สุด หากผลคดียังไม่ออก เป็นไปได้ยากมากที่บริษัทจะดำเนินการใดๆ ในขณะนี้...” ในส่วนที่มีการบันทึกรายงานการประชุมว่า “ปัจจุบัน บริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ตามวัตถุ ประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ” นั้น บริษัทไม่ได้ต้องการจะสื่อสารว่าบริษัทยังประกอบกิจการสื่ออยู่ แต่หมายถึงบริษัทยังคงดำเนินการอยู่ภายใต้วัตถุ ประสงค์ที่บริษัทจดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยมิได้เลิกกิจการแต่อย่างใด
อ้างงบการเงินแค่ใช้ภายในบริษัท
2.ในส่วนของแบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) ของบริษัทประจำปี 2565 ที่บริษัทยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2566 บริษัทขอเรียนว่ารายได้จากการประกอบธุรกิจของบริษัท แสดงอยู่ในงบการเงินของบริษัทประจำปี 2565 ได้มีการตรวจสอบ และลงนามรับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และได้ยื่นต่อกระทรวงพาณิชย์ในงบการเงินดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารายได้ของบริษัทมาจากผลตอบแทนจากการลงทุน และดอกเบี้ยรับเท่านั้น ซึ่งงบการเงินฉบับดังกล่าว บริษัทได้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2566 เช่นกัน 3.ในส่วนของงบการเงินไตรมาส 1 ประจำปี 2566 ของบริษัทที่มีการโพสต์ในเว็บไซต์ www.itv.co.th ตามที่มีข่าวอยู่ขณะนี้ ขอเรียนให้ทราบว่างบดังกล่าวเป็นเพียงร่างงบการเงินที่ใช้ภายในบริษัทและยังไม่ได้มีการสอบทานหรือตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบบัญชี จึงยังไม่สามารถนำไปอ้างอิงหรือใช้งานภายนอกบริษัทได้ และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายใดๆ บริษัทขอเรียนย้ำว่าการดำเนินการประชุมฯ การจัดทำรายงานการประชุม การนำส่งแบบนำส่งงบการเงิน และการดำเนินการต่างๆของบริษัทเป็นการดำเนินการทางธุรกิจตามปกติและเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ
“เชาว์” อัดให้ข่าวทำศาลเสื่อม
นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เตือน “นิวัติไชย” ให้ข้อมูลกระทบศาลปม“พิธา” เป็นผู้จัดการมรดก” กรณีที่นายนิวัติไชยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคำสั่งศาลแต่งตั้งนายพิธา เป็นผู้จัดการมรดก ระบุศาลบอกว่าหาไม่เจอแล้ว ได้ยินได้ฟังนายนิวัติไชยแล้วไม่สบายใจ ที่อ้างศาลบอกว่าเรื่องเกิดมานานแล้วไม่ได้เก็บเอกสารไว้หาไม่เจอแล้ว อาจทำให้สังคมตั้งคำถามไปที่ศาลในเชิงไม่น่าเชื่อถือ เพราะไม่มีระบบการจัดเก็บเอกสารสำคัญ หรือคนบางกลุ่มอาจคิดเลยไปว่า ที่ศาลตอบว่าอย่างนั้นต้องการกลั่นแกล้งนายพิธาหรือไม่ ไม่เข้าใจว่าก่อนที่นายนิวัติไชยให้ข้อมูล ผู้สื่อข่าว ได้ไปขอเอกสารหลักฐานจากคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกจากศาลจริงหรือไม่ เพราะในทางปฏิบัติคำพิพากษาหรือคำสั่งใดที่เป็นเอกสารสำคัญ ศาลมีระบบจัดเก็บต้นฉบับไว้ในที่ปลอดภัย
จ่อปลุกลูกค้าแบนกลุ่มเตะตัดขา
ด้ายนายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตหัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ขอเตือนพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลในปัจจุบันอย่าบ่อนทำลายประเทศชาติ บ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้วเพราะทหารการเมืองบางส่วนทำให้บ้านเมืองล้าหลังไม่เจริญก้าวหน้า ต้องพ่ายแพ้ชาติในอาเซียนด้วยกัน วันนี้คนไทยควรกลับมารักสามัคคีกันจริงๆ อย่าไปสนใจกับการสร้างเรื่องสมรู้ร่วมคิดทำลายคนดีๆ ทำให้หลายคนอยู่ในบ้านเมืองไม่ได้ ฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพรรครัฐบาลปัจจุบัน หรือใครก็ตามที่มีส่วนทำให้บ้านเมืองถอยหลังแตกความสามัคคี โดยเฉพาะกับบางคนบางกลุ่มที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว พยายามสร้างเอกสารหลักฐานขึ้นมาเพื่อสกัดกั้นนักการเมือง พรรคการเมืองรุ่นใหม่ ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนอย่างท่วมท้น หากยังไม่หยุดตนจำเป็นที่ต้องปลุกระดมให้คนเลิกใช้เลิกสนับสนุนสินค้า บริการ จากเครือข่ายบริษัทที่เกี่ยวข้อง
เฉ่ง “รบ.ตู่” ผุดโปรเจกต์แสนล้าน
ที่พรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรค พท.แถลงถึงกระแสข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม มีแนวโน้มจะดำเนินโครงการสร้างคลองระบายน้ำ ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา 137 กิโลเมตร มูลค่านับแสนล้านบาท ว่าตรวจสอบแล้วโครงการนี้ยังไม่ได้ศึกษากันอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เป็นเรื่องน่ากังวลอาจสร้างผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในทางวิชาการโครงการนี้ศึกษาตัดสินใจเฉพาะในส่วนต้นน้ำ เอาน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนเกินผ่านแม่น้ำชัยนาท-ป่าสัก เข้ามา 50 กิโลเมตรแต่ไม่ได้ศึกษาหลังจากนั้นไปจนถึงอ่าวไทยจะบริหารจัดการ มีผลกระทบอย่างไร ในทางการเมืองการเป็นรัฐบาลรักษาการ ควรแสดงความยินดีอำนวยความสะดวกกับรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังเข้ามารับหน้าที่ มากกว่าที่จะริเริ่มโครงการใหม่ที่ใช้เวลานานนับ 10 ปี สร้างภาระทางงบประมาณให้กับรัฐบาลใหม่อีกนับแสนล้านบาท
สภาฯรอสำนวนฟัน “สุวิจักขณ์”
อีกเรื่อง นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และพวก ทุจริตโครงการจัดซื้อนาฬิกาติดรอบอาคารรัฐสภา มูลค่า 15,422,845 บาท ว่า สำนักงานรอให้ ป.ป.ช.ส่งสำนวนมาให้ เพื่อตรวจสอบและรับทราบ ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ข้าราชการรัฐสภา และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับวินัยข้าราชการ หากเป็นคดีอาญา ป.ป.ช.จะส่งให้อัยการดำเนินการ ทั้งนี้ ตำแหน่งสุดท้ายของนายสุวิจักขณ์ก่อนเกษียณถูกย้ายไปประจำสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ดังนั้น ป.ป.ช.ต้องส่งสำนวนไปที่สำนักงานปลัดสำนักนายกฯด้วยว่าที่ ร.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ รองเลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า เท่าที่ทราบนายสุวิจักขณ์ถูกร้องเรียนหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนข้าราชการสภาฯคนอื่นๆยังไม่ทราบว่ามีใครบ้าง
ฮือฮาบอร์ดเภสัชฯรวยหมื่นล้าน
ที่สำนักงาน ป.ป.ช.มีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายพงษ์ชัย อมตานนท์ กรณีพ้นตำแหน่งกรรมการองค์การเภสัช กรรม กระทรวงสาธารณสุข นายพงษ์ชัยแจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งหมด 16,981,724,528 บาท ประกอบด้วยเงินฝาก 104,795,564 บาท เงินลงทุน 14,156,846,900 บาท ที่ดิน 29 แปลง มูลค่า 89,377,415 บาท ที่ จ.นครราชสีมา นนทบุรี ฉะเชิงเทรา กทม. โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 35 รายการ มูลค่า 350,873,405 บาท ยานพาหนะ 11 คัน รวมถึงเรือยนต์ 2 ลำ เครื่องบิน 3 ลำ รวมมูลค่า 521,223,000 บาท มีหนี้สิน 260,114,286 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี และเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ปัจจุบันนายพงษ์ชัยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ประกอบธุรกิจคาเฟ่อัตโนมัติ “เต่าบิน” ตู้เติมเงิน “บุญเติม” กำไลข้อเท้าติดตามตัว (EM) รวมถึงสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า “GINKA EV”