“เอกนัฏ” เชื่อมั่นศักยภาพคนในพรรครวมไทยสร้างชาติ มุ่งเป็นสถาบันการเมือง พร้อมเดินหน้านโยบายและสนับสนุนว่าที่ ส.ส.ของพรรคทั้ง 36 คน ที่จะเข้าสภาฯ ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (14 มิ.ย. 2566) ตนเองพร้อมด้วย พ.อ.เฟื่องวิชช์ อนิรุธเทวา ร่วมพูดคุยกับกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. โดยระดมสมองเตรียมขับเคลื่อนกิจกรรมด้านการเมืองอย่างต่อเนื่อง พร้อมเผยว่าเชื่อมั่นในศักยภาพของสมาชิกพรรครุ่นใหม่ทุกคนที่จะใช้ความสามารถในด้านที่เชี่ยวชาญมาช่วยพรรคทำงาน ทั้งเรื่องของการเดินหน้านโยบายต่างๆ และสนับสนุน ส.ส.ของพรรคที่จะเข้าสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 36 คน เพื่อให้สามารถทำงานเพื่อประเทศชาติได้อย่างเข้มแข็ง
ขณะเดียวกันเห็นว่าหลายคนก็มีกิจกรรมหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประชาชน ทั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หรือการจัดการเสวนาพูดคุยกับผู้สนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย เรื่องการศึกษา เรื่องเศรษฐกิจ หรืออื่นๆ ผ่านสื่อโซเชียล รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อพูดคุยสอบถามปัญหาต่างๆ ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะไม่ได้เป็น ส.ส.ก็ตาม แต่ทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติกลายเป็นพรรคสถาบันการเมืองในการรวบรวมคนคุณภาพทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่มาทำงานเพื่อบ้านเมืองต่อไป
ล่าสุด 3 อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้นำเสนอบทความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจในสังคม ได้แก่ ประเด็น ต่อไปประเทศไทยคงไม่เหมือนเดิม โดย นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ซึ่งมีเนื้อหากล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาที่มีการทำงานสนับสนุน Digital Law หลายฉบับ รวมถึง พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ และการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเอสเอ็มอี เกษตรกร รวมถึงภาคธุรกิจต่างๆ พร้อมจับตาการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น
...
ขณะที่ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ หรือ ลอรี่ โพสต์ข้อความเรื่อง แยกรัฐปาตานี ฉันทามติของใคร หรือเป็นอธิปไตยคนไทยทุกคน? ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว เพราะเจ้าของที่แท้จริงคือประชาชนคนไทย 66 ล้านคน ที่มีอธิปไตยในประเทศตนเอง ดังนั้นควรทำประชามติจากประชาชนทุกจังหวัด ไม่ใช่แค่บางพื้นที่ในไม่กี่อำเภอ เพราะคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของพื้นที่ โดยเชื่อว่าชาว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังสามารถหาทางออกร่วมกับประเทศ และอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ต่างชาติพันธุ์ ต่างศาสนา และหาทางออกอย่างสันติวิธีได้
ทางด้าน นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือ ทนายบอน ก็มีการโพสต์ข้อความประเด็น เรื่อง จับตานักการเมืองมุ่งแก้ไขมาตรา 116 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อถกเถียงในประเด็นทางกฎหมาย กรณีมีการกล่าวถึงข้อดีจากการที่มีนักการเมืองออกมาเคลื่อนไหว เพื่อแก้ไขมาตรา 116 ระบุว่า เป็นเรื่องยากที่คนคิดดีกับบ้านเมืองจะกระทำการปลุกปั่นยุยงให้เกิดความไม่สงบในประเทศ และเห็นว่าเป็นกฎหมายที่สมเหตุสมผลต่อความมั่นคงของประเทศ ที่ผ่านมาผู้ที่เคยเป็นนักการเมืองในอดีตต้องคดีนี้ก็ต่อสู้คดีไปตามแนวทางทางกฎหมาย ไม่มีใครลุกขึ้นมาเพื่อขอให้ยกเลิก เพราะยอมรับว่ากฎหมายมาตราดังกล่าวจะต้องมีเพื่อความมั่นคง และมาตรา 116 ยังทำให้การยุยงให้เด็ก เยาวชน ลงถนนยากขึ้น ยุยงให้แบ่งแยกดินแดนยากขึ้น ยุยงให้ก่อความสงบยากขึ้น ตนจึงยังมองไม่เห็นข้อไม่ดีของการมีมาตรา 116.